วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561

ดูหนัง-ดูซีรีส์ : รวมหลายเรื่องในที่เดียว

วันนี้ได้ฤกษ์เขียนบล็อคที่ดองไว้ ชักเหนื่อย มีหลายเรื่องที่ชอบอยู่ แต่ไม่ถึงกับประทับใจมากมาย ก็ขอเอามารวมฮิตไว้ในที่เดียวกันละกัน

> > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > >

Borderliner : ซีรี่ส์สัญชาตินอร์เวย์ เรื่องราวของตำรวจน้ำดีที่เอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับการปกปิดการฆาตกรรมที่เกิดจากน้ำมือน้องชายของตัวเอง เมื่อการสืบสวนดำเนินไป เขาก็พบว่าเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และเขากำลังติดตาข่ายแน่นขึ้นทุกที



สิ่งที่ประทับใจในเรื่องนี้คือวางตัวละครหลัก นิโคไล (นำแสดงโดย โทเบียส แซนเทิลแมน) ให้เป็นเกย์ครับท่าน คงจะหายากจากเรื่องอื่นในแนวนี้

> > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > >

Le Chalet : ซีรี่ส์ฝรั่งเศส เรื่องราวของหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งกลับไปยังบ้านเกิด แล้วก็พบว่าพวกตนถูกปิดล้อมและถูกฆ่าตายทีละคน (รวมถึงคนแก่ที่ยังอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน) หนังตัดสลับไปมาระหว่างการสอบสวนผู้รอดชีวิต เรื่องราวตอนเกิดเหตุ และเรื่องราวเมื่อ 20 ปี



2 เหตุการณ์หลัง สร้างความสับสนให้พอควร เนื่องจากเป็นการตัดสลับไปโดยไม่มีการแจ้งเตือนอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ทำให้รู้ก็คืออายุของตัวละครนั่นเอง ดังนั้นควรตั้งใจดูให้ดีๆ

เนื้อเรื่องก็พอจะเดาออกอยู่บ้าง ตอนท้ายถึงจบก็พอกล้อมแกล้ม แต่ว่าเหตุผลตอนจบดูอ่อนเกินไป ปูพื้นมาดีละ ถ้าเปลี่ยนสักนิดน่าจะดีกว่านี้

> > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > >

The Invisible Guest หนังสัญชาติสเปน


Boy Missing หนังฝรั่งเศส



2 เรื่องนี้ก็สนุกใช้ได้ เดาเรื่องราวออกหลายอย่าง ไม่ถึงกับประทับใจแต่ก็ไม่ผิดหวัง ดูได้เพลินๆ ไป

> > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > >

Bad Day for the Cut : หนังของประเทศไอร์แลนด์ เรื่องราวของชาวนาร่างอ้วนใหญ่นาม "โดนัล" ที่ออกไปตามหาคนที่ฆ่าแม่ตัวเองที่บ้าน และได้พบกับความลับเบื้องหลังของผู้เป็นแม่ เป็นชาวนาที่เก่งใช้ได้เลยกับการสู้กับนักเลงคุมซ่องและการทรมานให้คนบอกความลับ คนที่มาเสริมให้เรื่องมีความฮาก็คือลูกน้องเฟอะฟะของเจ้าแม่ผู้มีอิทธิพลที่ถูกส่งมาเป็นผู้ช่วยฆ่าโดนัล แต่กลับทำให้ลูกพี่ตาย โดนัลเลยพาไปด้วย กลายเป็นผู้ช่วยที่เฟอะฟะ (อีกแล้ว)

เรื่องนี้สนุกใช้ได้เลย

> > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > >

A perfect day : หนังสัญชาติอเมริกัน เล่าถึงการทำงานของกลุ่มคนงานอาสาสมัครเพี้ยนๆ ในสหประชาชาติในการกู้ประเทศยูโกสลาเวียหลังสงครามกลางเมือง เริ่มต้นด้วยภาพการพยายามกู้ซากศพชายอ้วนที่ถูกทิ้งไว้ในบ่อน้ำกินของชาวบ้าน แต่เชือกดันมาขาด จากนั้นก็เป็นการพยายามตามหาเชือกมากู้ศพ และพบกับอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ที่ขัดขวางการทำงานอย่างน่ารำคาญ

หนังได้นักแสดงชื่อดังมาสร้างความบันเทิงหลายคน ข้อมูลใน Wiki บอกว่าเป็นหนังสัญชาติสเปน ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก


> > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > >


ที่เขียนถึงเป็นหนังและซีรีส์ที่ดูเอง กำลังสะสมสัญชาติของหนังอยู่ 5555
ส่วนหนังที่ดูกับสามีก็มีอยู่บ้างไม่กี่เรื่อง เพราะเขาชอบหนังที่เน้นไปทางบู๊ สงคราม หรือยิงกันอย่างเดียว ซึ่งก็ดูได้แต่ถ้าให้เลือกจะไม่ดู 5555 (หัวเราะอีกแล้ว)



แล้วเราจะดูกันต่อไปแล้วมาเขียนบล็อคกันอีกต่อไปนะคะ ตอนนี้เมื่อยนิ้วมาก กี่บล็อคเข้าไปแล้วล่ะเนี่ย





ดูหนัง-ดูซีรีส์ : Tabula Rasa

Tabula Rasa ซีรีส์สัญชาติเบลเยี่ยม ที่พูดจากันด้วยภาษาดัทช์ เรื่องราวของหญิงสาวกับครอบครัวอันประกอบด้วย แม่ สามี ลูกสาว ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเดิมของครอบครัว



แอนนามี หรือ มี ตัวละครเอกในเรื่องเป็นนักแสดงสาวที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ สมองกระทบกระเทือน เกิดอาการความจำระยะสั้นบกพร่อง คือเรื่องราวที่เกิดหลังอุบัติเหตุจะจำได้บ้างไม่ได้บ้าง ขึ้นอยู่กับว่าถ้าเครียดก็จะลืม ลืมแล้วลืมอีก และมีแนวโน้มจะสร้างเรื่องราวขึ้นมาเองเพื่อเติมเต็มช่องว่างในความทรงจำนั้น

หนังที่แนวเรื่องความจำระยะสั้นบกพร่องหรือเสื่อมนั้นมีอยู่หลายเรื่อง เช่น Memento ก็จะออกแนวสืบสวนฆาตกรรม เรื่อง 50 First Date ก็จะมาแนวโรแมนติกคอมเมดี้

ในเรื่อง Tabula Rasa นี้จะออกแนวสืบสวนและหลอนปนๆ อยู่นิดหน่อย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เรื่องราวปัจจุบันที่แอนนามีถูกกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลโรคจิตเพื่อสืบสวนหาคนหายที่มีคนบอกว่าเธอเป็นคนสุดท้ายที่ถูกพบเห็นกับชายที่หายตัวไป ตัดสลับไปยังอดีตช่วงที่เพิ่งย้ายเข้ามาบ้านหลังเก่าของครอบครัว ก่อนการหายตัวไปของชายที่ชื่อโธมัส


ในเรื่องยังมีการตัดสลับไปยังช่วงของความฝันและจินตนาการของแอนนามีอีกด้วย



เมื่อเรื่องราวดำเนินไป แอนนามีก็เริ่มสืบเสาะหาตัวตนของตัวเองที่หายไป พร้อมๆ กับที่คนดูอย่างเราก็จะเริ่มเรียนรู้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องนั้นมีความเกี่ยวโยงสอดประสาน คล้องจองกัน เรื่องราวค่อยๆ คลีคลายออกทีละปม ได้เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด

บางเรื่องก็เริ่มจะเดาออกบ้าง แต่ก็ยังไม่ทำให้อรรถรสในการรับชมเสียไปแต่อย่างใด


โทนของหนังก็ยังเหมือนกับหนังเรื่องอื่นในโซนยุโรปนี้ ทั้งทิวทัศน์ เพลงประกอบ อารมณ์ นักแสดงเวียร์เลอ บีเทนส์ (Veerle Beatens) (หากอ่านผิดขออภัย) ทำได้ดีมากโดยเฉพาะฉากที่โรงพยาบาลโรตจิตที่แอนนามีแสดงอาการหวาดระแวงทุกคนที่เข้ามาหาตลอด


Inspecteur Jacques Wolkers เป็นตำรวจใกล้เกษียณที่มาสืบสวนคดีคนหาย ประทับใจแกมากตรงที่เขาให้แกถือถุงเอกสาร เป็นถุงพลาสติกแบบมีหูหิ้วทรงรีเจาะในตัวถุง แกถือไปถือมาเหมือนกระเป๋าเอกสารเลยทีเดียว ...นั่นล่ะที่ประทับใจสุดๆ


Jan "Vronsky" Peeters เป็นตัวละครอีกตัวที่ชอบ เป็นนักวางเพลิง เป็นตัวอันตราย หน้าตาแกก็ดูอันตราย ถูกขังในโรงพยาบาลเดียวกับแอนนามี กลายมาเป็นเพื่อนสนิทและคู่หูคู่คิดกันแบบไม่น่าเชื่อ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คำว่า Tabula Rasa ลองหาในเว็บ ได้ความมาคร่าวๆ ว่า เป็นแนวคิดหนึ่งทางด้านปรัชญาสาขาหนึ่งที่เชื่อว่าคนเราเกิดมาด้วยจิตใจที่ว่างเปล่า ความรู้ได้มาจากประสบการณ์ในภายหลัง ...จบ อยากรู้มากกว่านี้ลองไปหาอ่านนะคะ 5555









ดูหนัง-ดูซีรีส์ : Lost ซีซัน 1-2

เรื่อง Lost รอบแรกที่ดูเมื่อนานมาแล้ว ดูแล้วชอบ มาเริ่มมึนเอาซีซันหลังๆ คงเพราะดูไม่ต่อเนื่อง ตอนจบก็เลยไม่ค่อยประทับใจเพราะไม่รู้เรื่องเลย



จนกระทั่งได้มาดูทฤษฏี Timeline คู่ขนานกันในเว็บ ทำให้สงสัยจนต้องกลับมาดูรอบ 2

ในการกลับมาดูรอบนี้รู้สึกว่ารำคาญตั้งแต่ซีซันแรกแล้ว คือเครื่องบินตกติดเกาะ แทนที่จะเอาตัวรอดกัน กลับมานั่งทะเลาะกันอยู่ได้ พอจบซีซัน 2 ถึงกับจัดอันดับตัวละครน่าเบื่อในเรื่องออกมาเพราะทนไม่ได้ (แต่ยังจะทนดูต่อจนจบซีซัน 6 เพราะอยากเข้าใจทฤษฎีในเรื่อง)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ในรอบแรกฉันซื้อดีวีดี Lost มาดูครบชุด แล้วก็ไม่เคยเปิดดูอีกเลย จนกระทั่งรอบนี้ เมื่อดูจบซีซันแรก เครื่องเริ่มติด กำลังดูต่อซีซัน 2 ในแผ่นที่ 2 ก็พบว่าแผ่นเสีย เสียแทบทั้งหมด ที่รอดมาได้คือซีซันสุดท้าย

อยากอุทานว่า "เ-ียร์นี่"

คือถ้าไม่ได้เริ่มต้นดูรอบ 2 นี่ก็จะไม่อาลัยอาวรณ์เลยนะ จะทิ้งไปแบบไร้เยื่อใย แต่นี่เครื่องเริ่มติด จะให้ซื้อใหม่ตั้งแต่ 2-5 ก็ดูจะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย เพราะรู้ว่าจะเป็นการดูครั้งสุดท้าย

คิดไปคิดมาก็เลยตัดสินใจหาดูแบบออนไลน์ จนไปสมัคร Netflix เพราะนึกว่ามี Lost ให้ดู แต่กลับเป็นว่าหาไม่เจอ กรี๊ดดดดด ขัดใจ ไปหาพบใน iflix แทนซะนี่ เรื่องก็เลยมาจบลงที่ สมัครมันทั้ง 2 ที่เลย ตัดสลับกันดูระหว่าง Lost กับซีรี่ส์อื่นใน Netflix (มาเจอ Lost ใน Netflix ตอนที่เปลี่ยนโปรไฟล์ไปเป็นภาษาอังกฤษ มีแบบไม่มีซับไทย จริงๆ ก็พอฟังออก แล้วอ่านซับอังกฤษได้นะ แต่ก็สายไปแล้วล่ะ)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ในซีซันแรก มีทั้งหมด 25 ตอน เป็นเรื่องราวของเหล่าผู้โดยสารผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินตก เป็นผู้โดยสารจากส่วนของหัวเครื่องบินที่หล่นมาติดบนเกาะแห่งที่ พยายามเอาชีวิตรอดจากอันตรายที่แฝงอยู่ทั้งควันดำ (Black Smoke) ทั้งผู้คนอีกกลุ่ม (the Other) และอื่นๆ

ซีซัน 2 มีทั้งหมด 24 ตอน เป็นเรื่องราวของผู้โดยสารที่รอดชีวิตจากส่วนหางของเครื่องบิน ที่พบกับชะตากรรมที่เลวร้ายกว่าคนกลุ่มแรก ทั้ง 2 กลุ่มได้มาพบกันในที่สุด ได้พบกับห้องลับใต้ดินกับตัวละครอีกตัวคือเดสก์มอน และตัวละครสำคัญจากฝั่ง the other และยังคงมีการทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่อยๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบซีซัน 2 ฉันก็จัดอันดับบุคคลที่น่ารำคาญที่สุดได้ 4 อันดับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

   อันดับ 4 ล็อค แรกๆ ก็ดูดี ไม่กำหนดชีวิตคนอื่นเหมือนแจ๊ค แต่พอกลางๆ ซีซัน 2 ก็เริ่มน่ารำคาญกับการพยายามตามหาเป้าหมายชีวิต อยากเป็นคนสำคัญ เป็นคนที่ถูกเลือก เชื่อ "คนอื่น"(เบ็น)พูด คิดว่าพวกเดียวกันโกหก แต่ไม่เฉลียวเลยว่า "คนอื่น" คือคนที่มีแนวโน้มจะโกหกมากที่สุด เลยเถิดไปจนถึงการทำลายเครื่องคอมในห้องใต้ดิน

   อันดับ 3 ชาร์ลี ช่างเป็นคนที่น่ารำคาญสุดๆ อีกคน ตอนแรกก็ชอบอวดเรื่องตัวเองเป็นนักร้องดัง ตอนหลังก็พยายามโชว์กร่าง แต่ทำไม่สำเร็จเพราะสู้เขาไม่ได้สักคน ถ้าใครไม่เห็นความสำคัญของเขา เขาก็จะเริ่มป่วน

   อันดับ 2 แจ๊ค ตอนดูรอบแรกชอบแจ็คนะ แต่พอมาดูรอบ 2 รู้สึกรำคาญที่แกช่างเป็นคนที่หัวรั้น ชอบกำหนดทางเดินชีวิตคนอื่น คือว่าถ้าใครอยากไปตายก็ปล่อยเขาไปเถอะ เราทำได้เท่าที่ทำก็พอ แต่แจ๊คไม่...แกดื้อรั้นจนน่ารำคาญ และชอบเก็บเรื่องโน่นนี่เป็นความลับแต่กลับไม่อยากให้คนอื่นมีความลับกับเขา เฮ้อ ระดับหัวหน้าก็งี้แหละ

   อันดับ 1 ได้แก่ แท่น ทะ ดะแดนแทนแท้นนนนนน ไมเคิลค้าบบบบ ช่างเป็นพ่อที่น่ารำคาญที่สุด ช่วงแรกๆ ก็ไม่ยอมปล่อยให้ลูกไปสุงสิงกับใคร กีดกันไปซะหมด จนตอนหลังก็เอาแต่ตามหาลูกจนเกินเหตุ น่าเบื่อหน่ายสุดๆ


ตัวละครที่ชอบ ฮิวโก้ เอโค ซาอิด เคท ซอว์เยอร์ (ไม่บอกเหตุผลละกัน เยอะ 5555)

   
 

ติดตามตอนต่อไป....


ดูหนัง-ดูซีรีส์ : Trapped

นับตั้งแต่เริ่มสมัคร Netflix มาเกือบ 1 เดือน ยังอยู่ในระยะดูฟรี ก็ดูซีรีส์มาเยอะมากเลย เยอะจนไม่น่าเชื่อว่าคนเราจะดูอะไรได้ขนาดนั้นในระยะเกือบ 1 เดือน ดูกันแบบงานการไม่ได้ทำ ไม่ได้ขยับทำอะไร ว่างจากงานบ้านก็เปิดดู นอนดูจนหลับ ตื่นมาก็ดู วนมาเกือบ 1 เดือนเริ่มจะเบื่อแล้วเนี่ย (แถมดูไปยังรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำงานเลย)



เท่าที่ดูหนังและซีรี่ส์ มีทั้งชอบและไม่ชอบคละกันไป บางเรื่องชอบตอนต้นแต่ผิดหวังตอนจบก็มี

ซีรีส์ที่ผิดหวังตอนจบก็ได้แก่ The Frozen Dead ที่ปูเรื่องราวมาอย่างดี ตัวละครก็ดูมีมิติ มาบทหลวมเอาก็ตอนจบ เหมือนจบไม่ลงล่ะมั้ง

เรื่อง Requiem เริ่มต้นดูหลอนมากๆ ทิวทัศน์ของบ้านเมืองก็ดูสวยแปลกตา ตัวละครเอกก็น่ารัก ความหลอนเริ่มหายไปตอนเกือบกลางเรื่อง แล้วมาจบแบบธรรมดาเอามากๆ ผิดหวัง

บางเรื่องดูไปแค่ ep เดียวก็หยุด พอละ เช่น Top of the lake, Hinterland, Marcella, Alias Grace, The Last Kingdom, Dark ฯลฯ พวกนี้ไม่ใช่แนวที่ชอบ ส่วน Black Mirror เห็นชื่นชมกันมาก ดีตรงไหนบอกฉันที สงสัยจะเข้าไม่ถึง ง่ะ

ส่วนหนังตอนเดียวแทบไม่ค่อยเข้าตา เช่น The Ritual, The Open House ไม่หนุกเอามากๆ บทก็อ่อนซะ ที่จะสนุกหน่อยก็คือ Bad day for the cut

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แล้วเราก็มาถึงเรื่องที่ชอบกันซะที นั่นคือ Trapped, Tabula Rasa และ Borderliner

ในบล็อคนี้จะพูดถึง Trapped


ขณะที่เรือเฟอร์รี่กำลังจะเทียบท่าที่ไอซ์แลนด์ (Iceland) ที่หนาวเหน็บ ตำรวจในสถานีตำรวจเล็กๆ ในเมืองอันห่างไกล ก็พบกับศพไร้หัวและแขนขาถูกทิ้งในทะเล การสืบสวนจึงเริ่มขึ้นกับคนโดยสารและลูกเรือเฟอร์รี่ จากนั้นจึงขยายผลออกไปถึงคนในเมือง การตายของคนอื่นก็เริ่มตามมา

เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิดกั้นทำให้ตำรวจจากส่วนกลางเดินทางมาสืบสวนไม่ได้ในทันที ตำรวจท้องที่จึงเข้าไปพัวพันกับการสืบสวน "คนกันเอง" ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ที่พ่วงกับคดีเก่าเมื่อหลายปีก่อน



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Trapped เป็นหนังสัญชาติไอซ์แลนด์ ภาษาที่ใช้มีทั้งภาษาไอซ์แลนด์ เดนมาร์ก และอังกฤษ ข้อมูลจาก Wiki นะคะ เพราะฟังไม่ออกหรอกว่าภาษาอะไรนอกจากภาษาอังกฤษ ชื่อในเรื่องก็ฟังแปลกๆ ดูแบบซับไทย เห็นชื่อคนแล้วยังไม่ทันตีความออกมาในสมองเลย มันก็หายไปแล้ว ดังนั้นดูๆ ไปก็ชักมึนๆ กับชื่อของตัวละครในเรื่องไปพักใหญ่ๆ กว่าจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง

เข้าไปดูชื่อนักแสดงใน IMDB ก็มึน อ่านไม่ออก 5555

ตัวเอกในเรื่องคือหัวหน้าตำรวจของสถานีเล็กๆ ชื่ออังดรี โอลาฟสัน (อ่านผิดขออภัย) ตัวใหญ่เหมือนหมี (ในรูปด้านล่างคือคนยืนหน้าสุด) เพิ่งเคยเห็นพระเอกรูปร่างแบบนี้ ปกติในหนังอเมริกัน คนตัวขนาดนี้มักรับบทนักเลงกร่างไร้สมอง ประมาณว่าใช้แต่กำลัง ข้อดีของการได้ดูหนังจากโซนอื่นบ้างก็ดีอย่างนี้แหละ ได้หลุดจากแพตเทิร์นเดิมๆ บ้าง



สถานีตำรวจแห่งนี้มีที่มีตำรวจทั้งหมด 3 คน รวมหัวหน้าด้วย อีกคนเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ท่าทางเอาเรื่องมากๆ เอางานเอาการ (ภาพด้านบนคือคนขวา) ตำรวจชายอีกคนที่ทำงานมานาน วันๆ ไม่ได้ทำงาน เอาแต่เล่นเกมไพ่บนคอม แต่พอมีคดีก็ทำงานเป็น (คนซ้ายสุด)

ตัวละครในเรื่องนี้ดูมีมิติ แต่ละคนต่างก็มีปัญหาในชีวิตของตัวเอง ที่พัวพันกันในวงโคจรของคนอื่นๆ รอบตัว ไม่ได้แยกจากกัน ยิ่งในเมืองเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก การแยกตัวเองออกจากคนอื่นดูจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หนังกับซีรีส์ (ขอเรียกรวมๆ ว่าหนังละกัน) ของประเทศโซนยุโรป จะมีความแตกต่างจากหนังอเมริกัน ทั้งฉาก เพลงประกอบ มุมกล้อง อารมณ์ของหนัง อารมณ์ของภาพ การแสดงอารมณ์ของตัวละคร ดังนั้น ณ ตอนนี้ฉันจึงชักชอบหนังของโซนนี้เข้าแล้ว

หลายเรื่องได้เห็นบ้านเรือนแลดูสวย จนอยากเอามาวาดลงสีในสมุด (คงได้ทำถ้าหาโอกาสพักจากการดูหนังได้บ้าง เช่นในตอนนี้ที่มาไล่เขียนบล็อคย้อนหลัง)

เมื่อได้พบกลดูหนังที่ชอบ ทำให้ฉันย้อนกลับไปดูหนังในแบบเดิมไม่ได้แล้ว คงต้องใช้เวลาหลุดพ้นจากมันซะก่อน ติดกับ (Trapped) เหมือนในเรื่อง


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนเข้าไปดูใน IMDB ก็พบว่าเรื่องนี้กำลังสร้าง season 2 รอชมกันเลยทีเดียวล่ะ รอดูอยู่นะพระเอกหมีๆ ^_^










วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

ดูหนัง-ดูซีรี่ส์ : Broadchurch

หลังจากลังเล หาข้อมูล ถ่วง ยืด ...จนเริ่มเหนื่อยใจ ฉันก็สมัครดูหนังฟรี 1 เดือนบน Netflix จนได้ เย้ ฉลองที่เดือนต่อไปต้องจ่ายตังค์แล้ว 5555

แต่...

ช่วงนี้เกิดอยากดู lost เลยไปขุด dvd ที่ซื้อไว้มาดู ดูจบไปได้ season 1 กับ อีก 2 แผ่นของ season 2 พอแผ่น 3 ก็พบว่าแผ่นแทบทั้งหมดหลังจากนั้นเสียหายโดยสิ้นเชิง 

จริงๆ ถ้าไม่ได้เริ่มดูรอบนี้ก็คงไม่กระตือรือร้นอยากดู แต่พอได้ดูแล้วมันก็อยากติดตามให้จบ ครั้นจะซื้อใหม่ทุก season ก็เปลืองเงินมหาศาล เลยไปหาข้อมูลว่าใน netflix มีเรื่องนี้มั้ย (คืออยากสมัครอยู่แล้ว เลยหวังจะพ่วง lost ไปด้วยเลย)

ผลการค้นหาผิดพลาด พอสมัครจริงไม่มี lost ในรายการ (แต่ดันไปอยู่ใน iflix กรรม!)

หาเรื่องอื่นดูก็ได้... งอล!




ได้เรื่อง Broadchurch มาดูแทน เป็นแนวที่ชอบเลยล่ะ

เรื่องเริ่มจากการที่เด็กชายวัย 11 ปีคนหนึ่งถูกฆาตกรรม นำไปสู่การเปิดโปงความลึกลับดำมืดที่อยู่ในจิตใจของผู้คน 

Broadchurch เป็นเมืองเล็กในชนบทที่ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักกัน กิจกรรมลับๆ เป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ คนใกล้ตัวในครอบครัว เพื่อนบ้านใกล้ชิด คนในชุมชน ต่างรู้จักหน้ากันโดยไม่รู้จริงๆ ว่าเบื้องหลังใบหน้านั้นซุกซ่อนความลับอะไรไว้

และเมื่อพวกเขาพบเห็นความลับ ได้รู้จักเบื้องลึกของบางคนก็ทำให้เกิดแรงสะท้อนกลับอันน่าตื่นตระหนก

การสืบสวนหาฆาตกรย่อมหนีไม่พ้นการขุดค้นความลับของทุกผู้คนที่อยู่ในชุมชน

(ภาพจาก https://www.itv.com/presscentre/press-packs/broadchurch)

ผู้ต้องสงสัยอันเนื่องมาจากความผิดในอดีตก็ถูกสังคมตัดสิน นำไปสู่การขุดคุ้ยอดีตออกมาวางแผ่ด้วยฝีมือของสื่อ จนทำให้เขาหมดที่ยืนในสังคม 

มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับทุกสังคม รวมถึงในไทยด้วย

คนในชุมชนตัดสินใครสักคน โดยลืมมองย้อนกลับมาดูตัวเองหรือเปล่า พวกเราไม่มีใครที่ไม่เคยทำความผิด เราไม่ได้ขาวสะอาดกันทุกคน

กับคนใกล้ตัว เรามักมองคนอื่นเหมือนตอนเราดูฟุตบอลหรือมวยจากข้างสนาม เรามองเห็นชัดเจนว่าใครต้องทำอะไร แต่คนในสนาม เขาอยู่ใกล้เกินกว่าจะมองเห็น อันนำไปสู่คำถามที่ว่า "คุณไม่เห็นจริงๆ หรือว่าที่อยู่คนข้างๆ คุณทำอะไร" 

เรื่องราวดำเนินไปอืดเอื่อยแต่ลุ้นให้ติดตาม ความลับของแต่ละคนค่อยๆ เปิดออกเหมือนเรากำลังลอกหัวหอมออกทีละชั้นจนพบแกนด้านในสุด

และเมื่อสิ้นสุดก็พบกับความว่างเปล่า

-----------------------------------------------------------

ขอบอกว่าซีรี่ส์เรื่องนี้ภาพสวยมาก วิวที่ชายฝั่ง ภาพต่างๆ ที่ถ่ายในตัวเมือง บ้านเรือน ยิ่งเวลาถ่ายภาพมุมกว้างออกมายิ่งดูสวยจับใจ ตรงข้ามกับอารมณ์ของตัวหนังเลยทีเดียว

ข้อมูลจากในเว็บบอกว่าเมือง Broadchurch ไม่มีอยู่จริง มีคำค้นหานี้แสดงออกมาทันทีที่ป้อนลงไป แสดงว่ามีคนหากันเยอะ


The show is filmed in two locations predominantly. The backdrop of stunning cliffs and seemingly endless greenery is the Jurassic Coast harbour village of West Bay, which is in Dorset on England’s south coast.

However the scenes set in the streets of Broadchurch are actually filmed in Clevedon, North Somerset, which is about 13 miles west of Bristol. Additional footage has also been shot in Portishead, North Somerset and Charmouth, West Dorset.
(ที่มา www.manchestereveningnews.co.uk)

สรุปคร่าวๆ คือวิวหน้าผาที่สวยจนแทบหยุดหายใจอยู่ในเมือง Dorset ชายฝั่งทางใต้ของอังกฤษ ส่วนฉากถนนหนทางถ่ายกันที่เมือง Clevedon และ Portishead

ซีรี่ส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมากจนมีผู้คนสนใจติดตามไปชมฉากอันน่าประทับใจนี้ที่เมืองดอร์เซ็ต และมีการจัดกิจกรรมตามรอย Broadchurch หรือ Broadchurch Trail กันเลยทีเดียว

เห็นแล้วอยากไปมาก ไม่ได้ไปตามรอยซีรี่ส์อะไรหรอก แต่อยากไปเห็นหน้าผาอันอลังการที่นั่น ที่เขาเรียกกันว่า Jurassic Coast อยากลงไปเดินให้น้ำทะเลสาดมาโดน ได้เหยียบบนหาดทราย เดินมองความสูงใหญ่ของหน้าผา ให้เห็นว่าตัวเรานั้นเล็กจ้อยเพียงไหน อยากเดินขึ้นไปด้านบนแล้วมองลงมายังมหาสมุทรอันไร้ที่สิ้นสุด (แมวคงไม่ให้ไปแน่นอน ร้องไห้แพรบ)

(ภาพจาก https://www.holidaycottages.co.uk/blog/broadchurch-filming-locations)

(ภาพจาก https://www.telegraph.co.uk/news/uknews/12084776/Dorset-cliff-featured-in-ITV-drama-Broadchurch-suffers-100-tonne-rockfall-at-West-Bay.html)


-------------------------------------------------------
สองตำรวจสืบสวนคู่หู เวลาทะเลาะกันทีไรมีฮาทุกครั้ง คนหนึ่งก็อารมณ์บูดเป็นนิตย์ ไม่เคยสนใจเข้าสังคมกับใคร อีกคนก็เป็นมิตรไปทั่ว แต่เวลาระเบิดอารมณ์ก็รุนแรง เข้ากันแบบขั้วตรงข้าม ต่างก็เรียนรู้กันและกัน

หนึ่งในหลายอย่างที่ชอบในหนังหรือซีรี่ส์ฝรั่งดีๆ สักเรื่องก็คือ เขาเลือกนักแสดงที่เหมาะสมกับตัวละคร ไม่ได้เลือกที่หน้าตา ต้องหล่อต้องสวย และคู่หูหญิงชายไม่จำเป็นต้องรักกัน ไม่มีบทสะดุดล้มให้อีกคนประคอง (ความเห็นหลังนี่ประชดค่ะ เอาฮา)

สรุป หนังเรื่องนี้คุ้มค่ากับการติดตามดูจนตาแฉะ

เอลลี่ มิลเลอร์ รับบทโดย โอลิเวีย โคลแมน และ อเล็ก ฮาร์ดี้ รับบทโดย เดวิด เทนแนนท์ 








วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

หลายแมวกับ 2 คน : ส่วนผสมที่ลงตัว


ส่วนผสมที่ลงตัว ทั้งเศษหญ้าตัดละเอียด แห้งแล้ว-หน้าหนาว อากาศแห้ง ไฟฟ้าสถิต + บุญตาม วานรคลุกฝุ่น = ติดจากหัวจรดหาง แบบปัดไม่ออกอีกตะหาก ไปหลุดในบ้านแทน



#cat #แมว

หลายแมวกับ 2 คน : แมวหลายฉายา อุ๋งอุ๋งสุข


ในบรรดาแมวทั้งหมด เจ้านี่มีชื่อเรียกมากที่สุด เริ่มต้นตอนเอามาเลี้ยง (หรือจริงๆ คือมันปีนรั้วมาให้เลี้ยง) ไม่รู้จะตั้งชื่ออะไร เนื่องจากเป็นตัวที่ 10 ของบ้าน ก็เลยเรียกมันเจ้า "สิบ" (ชื่อนี้บอกหมอที่คลินิกตอนไปทำหมัน)

ก่อนไปรับตัวมันมา ป๋ากับหม่าม้าเถียงกันเรื่องชื่อ ป๋าจะเอาชื่อ "บุญรอด" แต่หม่าม้าไม่ชอบ ให้ชื่อ "บุญสุข" ผลก็คือหม่าม้าชนะ เย้ บ้านนี้เป็นเผด็จการ 5555

ก็เรียกมันเจ้า "สุข" เรื่อยมา จนมันเริ่มออกลายกระโจนเข้าใส่เขาไปทั่ว (ยกเว้นเจ้าแต้มที่กระโจนเข้ากัดไอ้สุขเปิดเปิงตลอด) จนเราเรียกมันว่า "ไอ้ซ่า" บางครั้งก็เรียกมันว่า "ซ่าซาสี่"

จากนั้นฉายาก็มาเรื่อยๆ ด้วยความโก๊ะและซุ่มซ่ามเป็นเอก (วิ่งสะดุดบันได กระโดดหล่นจากบันได วิ่งชนขาโต๊ะ ฯลฯ) เลยได้ฉายาเหล่านี

สุขซุ่มซ่าม
ซ่าซุ่มซ่าม
(ที่ชอบมากคือ) ซ่าเสือซุ่ม ย่อมาจาก ซ่าเสือซุ่มซ่าม

ล่าสุด สังเกตว่าบางครั้งตอนเผลอมันชอบร้องเสียงคล้าย "อุ๋ง อุ๋ง" (แบบเอาลิ้นแตะเพดานปากแล้วร้องน่ะ) หรือว่ามันเป็นแมวน้ำปลอมตัวมากันแน่ ฉายาล่าสุดของมันจึงเป็น "นังอุ๋งอุ๋ง"