วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553

เรื่อยๆ มาเรียงๆ : ผู้เสพติดเทคโนโลยี



ในตอนนี้มองไปทางไหนต้องเห็นร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่อยู่ทุกถนน ทุกตรอกซอกซอย และมีคนใช้บริการได้ตลอด ได้มองเห็นเด็กวัยรุ่นกดปุ่มบน BB เครื่องเก่งกันตลอดเวลา แม้แต่ตัวคุณเองก็เถอะน่า พอว่างก็ต้องขยับเก้าอี้มานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วก็เริ่มเข้าสู่... โลกออนไลน์
ใช่ไหมละคะ
วันไหนเน็ตล่ม คอมเสีย มือถือไร้สัญญาณ ...ก็จะออกอาการหงุดหงิดกระวนกระวายไม่ได้ดังใจ พยายามทุกวิถีทางที่จะออนไลน์ให้ได้ อาการแบบนี้เขาเรียกว่า "ผู้เสพติดเทคโนโลยี"
แม้จะฟังดูไม่เป็นอันตราย แต่ในความเป็นจริงแล้วมีผู้คนจำนวนมากที่ใช้เวลาจำนวนมากไปกับโลกเสมือนจนส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาในชีวิตจริง
ตัวอย่างล่าสุดเกิดขึ้นที่เกาหลีใต้ที่คู่สามีภรรยาปล่อยให้ลูกที่ยังแบเบาะหิวจนตายในขณะที่เล่นเกม role-playing เป็นเวลา 12 ชั่วโมงต่อเนื่องยาวนาน
พฤติกรรมการเสพติดแบบนี้ส่งผลเสียอย่างมากเลยนะคะ
ขณะนี้โรงพยาบาลในลอนดอนแห่งหนึ่งมีโปรแกรมสำหรับบำบัดผู้เสพติดเทคโนโลยีกันแล้ว โดยโปรแกรมนี้ได้รับการออกแบบมาสำหรับคนหนุ่มสาวที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้งานเว็บไซต์ประเภท Social Network และผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือ
คนที่เสพติดเทคโนโลยีนั้นจะเป็นคนพวกที่ "กระสับกระส่ายและหงุดหงิดเรื้อรัง" ดร.ริชาร์ด เกรแฮมผู้ก่อตั้งการบำบัดนี้กล่าว
ดร.เกรแฮมเป็นที่ปรึกษาการเสพติดเทคโนโลยีที่โรงพยาบาลคาปิโอไนติงเกล โปรแกรมการบำบัดของดร.เกรแฮมนั้นใช้เวลาทั้งสิ้น 28 วัน แต่มันไม่ใช่โปรแกรมที่บีบบังคับให้คนเลิกใช้เทคโนโลยีโดยสิ้นเชิง เพราะมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะห้ามไม่ให้ผู้คนปัจจุบันหลีกหนีจากเทคโนโลยีที่ล้อมรอบตัวเราและถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตได้ สำหรับตอนนี้การบำบัดมีอยู่เฉพาะกับคนไข้เป็นการส่วนตัวเท่านั้น ไม่มีการบำบัดแบบออนไลน์
มาร์ค กริฟฟิธส์ ศาสตราจาร์แห่งมหาวิทยาลัยนอตติ้งแฮมเทรนต์กล่าวว่า จำนวนของผู้ที่เสพติดเทคโนโลยีอย่างจริงจังนั้นยังค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากเกมออนไลน์ทั้งหลายนั้นมีความแตกต่างจากเกมที่เล่นบนเครื่องแบบสแตนอโลน เพราะเกมออนไลน์เป็นเกมที่ไม่มีสิ้นสุด และยังกล่าวอีกว่าผู้ที่มีพฤติกรรมเสพติดเทคโนโลยีนั้นมีอยู่สูงสุดในกลุ่มหนุ่มสาวและโดยเฉพาะในเพศชาย
ดร.เกรแฮมกล่าวว่า คนพวกนี้จะถือว่าการเข้าหน้าเว็บและตอบข้อความเป็นความสำคัญสูงสุด มันส่งผลกระทบต่อชีวิตในทุกๆ ด้าน และบิดเบือนความสามารถของคนหนุ่มสาวในการเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ
ขั้นตอนการเลิกอาการเสพติดเทคโนโลยีของดร.เกรแฮมนั้นประกอบด้วย 3 ขั้นตอน เริ่มด้วยการบำบัดด้านจิตใจเพื่อค้นหาต้นตอของปัญหาโดยใช้การพูดคุยแบบตัวต่อตัว
ศาสตราจารย์กริฟฟิธกล่าวว่า "การบำบัดทุกอย่างต้องเป็นการนำไปสู่การควบคุมพฤติกรรมให้ได้ เพราะคุณเลี่ยงไม่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้ หรือหนีจากเทคโนโลยีก็ไม่ได้เหมือนกัน"
ปัจจุบันการบำบัดรักษาทำอยู่ภายในโรงพยาบาลเท่านั้นไม่มีบริการบนเว็บของโรงพยาบาลทั้งนี้เพราะ "ในโลกของการบำบัดนั้น มันเป็นเรื่องที่ต้องเข้ามาอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในห้องๆ หนึ่ง นั่นคือส่วนหนึ่งของการบำบัด" ดร.เกรแฮมบอก
ในเว็บไซต์ของโรงพยาบาลก็มีตัวทดสอบระดับการเสพติดเทคโนโลยีให้คุณทดสอบตัวเอง แบบทดสอบประกอบด้วยคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับนิสัยการออนไลน์ และนิสัยเช่นนั้นส่งผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างไร
ตัวของดร.เกรแฮมเองนั้นกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยีนั้นทำให้เขาเหนื่อยล้า "ผมพบว่าความน่าเหนื่อยหน่ายของอุปกรณ์ของผมนั้นเพิ่มมากขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่การพัฒนาในโลกของเสียง/ภาพนั้นได้นำไปสู่งานเสียงและรูปภาพที่ดูบรรเจิด ผมคิดว่านั้นคือยาที่ช่วยผมได้นั่นเอง"
ที่มา : BBC News

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2553

เรื่อยๆ มาเรียงๆ : เบื่อมากไม่ดีนะ


ความเบื่อเป็นสิ่งที่ต้องเคยเกิดขึ้นกับทุกคนอย่างแน่นอนใช่มั้ยละคะ ไอ้เจ้าอาการเบื่อของคนเราว่าไปมันก็เหมือนกับสองสิ่งที่ขัดแย้งกันเองในตัวเอง นั่นคือใจมันคันคะเยออยากลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่ร่างกายกลับไม่ยอมตอบสนองความต้องการนั้น

ฟังดูอาการเบื่อของคนเราไม่น่าจะทำอันตรายเราได้ ในความเป็นจริงนั้นความเบื่อหน่ายนั้นมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันออกไปในตามพื้นฐานจิตใจของแต่ละคน

สำหรับความเบื่อแบบทั่วๆ ไปที่มีกันตามปกติคงไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อคนเราหรอกค่ะ แต่หากเป็นในรายของวัยรุ่นที่ขาดประสบการณ์ในการรับมือกับปัญหาชีวิต เมื่อพบกับความเบื่อที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประกอบกับสิ่งเร้าจากรอบตัว ความเบื่อธรรมดาๆ ก็จะนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงได้ เช่น การดื่มเหล้าเบียร์ หรือติดยาเสพติด

สำหรับในตัวผู้ใหญ่นั้นมีพัฒนาการในเรื่องความเบื่อแตกต่างจากวัยรุ่น ความเบื่อแบบเรื้อรังมีส่วนทำให้เกิดลักษณะนิสัยที่อาจนำไปสู่การใช้ชีวิตแบบอันตรายได้ ปัญหาของพวกผู้ใหญ่ก็อาจเป็นเรื่องงานหรือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน สิ่งเหล่านี้อาจสร้างเกลียวที่นำไปสู่ความเบื่อได้ และผู้ใหญ่เหล่านี้ก็เหมือนกับวัยรุ่นที่มักปล่อยตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมอันตรายต่างๆ ได้ เช่น ติดเหล้า ติดยาเสพติด เล่นพนัน และพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ

อาการเบื่อหน่ายอย่างรุนแรงนี้เกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่า รวมถึงมักเกิดมากกับคนที่เคยบาดเจ็บทางสมองและมีความผิดปกติทางอารมณ์ ในรายที่ติดยาเสพติดนั้น หากเขาเอาชนะความเบื่อได้ก็อาจทำนายได้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการเลิกยาได้เช่นกัน

ในกรณีเช่นนี้ความเบื่อถือว่าเป็นอาการของโรคและเป็นสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดพฤติกรรมอันตราย หลายคนรับมือกับมันไม่ได้และมองไม่เห็นว่าสิ่งนี้เป็นปัญหา ดังนั้นการแก้ไขต้นเหตุจึงไม่เกิดขึ้น อันจะนำไปสู่ความไม่พอใจที่เกิดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อมองในทางวิทยาศาสตร์แล้วก็อาจพออธิบายกิจกรรมภายในสมองของคนที่มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการเบื่อขั้นอันตรายได้บ้างเหมือนกัน

ลองมาดูอารมณ์สนุกและตื่นเต้นที่เกิดกับคนเราเมื่อพบกับสถานการณ์ใหม่ๆ กันนะคะ เมื่อเกิดอารมณ์ดังกล่าว ตัวส่งสารทางด้านเคมีหรือตัวถ่ายทอดข้อมูลในระบบประสาทที่มีชื่อเรียกว่า "โดปามีน" จะไปกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองที่สนุกและตื่นเต้นภายในสมองของเรา แต่สำหรับคนที่มีแนวโน้มจะเป็นคนขี้เบื่อขั้นรุนแรงนั้นจะมีโดปามีนในระดับต่ำ นั่นหมายถึงต้องเกิดอารมณ์ที่ตื่นเต้นที่สูงๆ กว่าปกติเพื่อกระตุ้นสมองของพวกเขาได้

ผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายที่สมองส่วนหน้าจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการเบื่อ และที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ สมองส่วนหน้านี้ก็ยังเป็นตัวควบคุมการรับรู้เวลาของเรา นั่นหมายถึงมันทำให้คนป่วยรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าเมื่อเกิดอาการเบื่อ

แล้วเราจะมีวิธีแก้หรือเปล่านะ

การศึกษาพบว่าคนที่บอกว่ารู้สึกเบื่อบ่อย ได้ลองบรรเทาอาการนั้นลงด้วยสิ่งขัดจังหวะสั้นๆ เช่น พักจากงานชั่วคราว หรือไปซักผ้า แต่มันก็ช่วยได้ไม่นานนักหรอก ในทางกลับกัน คนที่นั่งสมาธิ คนที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น หรือคนที่ยอมรับอาการเบื่อของตน จะประสบความสำเร็จมากกว่า

การหาเรื่องน่าสนใจใหม่ๆ กิจกรรมหรืองานอดิเรกใหม่ๆ การออกกำลังกายหรือฝึกสมอง จะช่วยลดความเบื่อลงได้ ในการศึกษาชิ้นหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นพบว่าคนที่มีความสนใจบางอย่างอย่างจริงๆ จังๆ นั้นจะมีความเคารพตัวเองสูงและมีสุขภาพโดยรวมดีกว่าคนที่ช่างเบื่อ

สำหรับกิจกรรมที่นักจิตวิทยาแนะนำก็คือกิจกรรมที่สนุกสนานมีการเคลื่อนไหว เช่น การวิ่ง หรือเล่นเทนนิส ซึ่งต้องการทักษะและความคล่องตัวมากกว่ากิจกรรมที่เฉื่อยเนือยและน่าเบื่อ แม้คุณจะทำกิจกรรมสนุกสนานในระยะเวลาที่น้อยมาก แต่มันก็จะทำให้จิตใจประชุ่มกระชวยได้ดีเชียวล่ะค่ะ

ลองค้นหากิจกรรมที่น่าสนใจทำดูสิคะ เบื่อบ่อยๆ จะทำให้จิตใจเหี่ยวเฉาลงได้นะคะ