วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ดูหนัง : Dexter นักชำแหละมนุษย์

ซีรีส์ Dexter เรื่องราวฆาตกรต่อเนื่องที่ชำแหละความเป็นมนุษย์ได้อย่างคมกริบเหมือนมีดที่ใช้ชำแหละเหยื่อของเขา ติดตามจากซีซัน 1 ไปจนถึงตอนจบของซีซัน 4 ที่ช็อคความรู้สึกจริงๆ
ระหว่างรอซีซัน 5 จึงไปหาหนังสือ Darkly Dreaming Dexter ที่แปลและจัดพิมพ์โดยอมรินทร์ ในชื่อว่า "หรือว่าผมฆ่า" มาอ่านเพื่อรำลึกถึงความหลัง
หนังสือเล่มนี้เคยอ่านมาแล้วในช่วงที่ออกวางขายใหม่ๆ แล้วก็ขายไปเป็นหนังสือมือสอง (ที่เว็บ www.tortaobooks.com) แล้วเป็นที่เรียบร้อย แต่บันทึกในความทรงจำแทบจะไม่เหลืออะไรเกี่ยวกับเรื่องราวในหนังสือเลย จำได้แต่ฆาตกรคือใครและเพราะเหตุใดเด็กซ์เตอร์ถึงเป็นเช่นนี้
ด้วยความอยากลองอ่านดู ก็เลยไปเช่ามาอ่าน การเดินเรื่องในหนังสือกับซีรีส์มีคล้ายกันบ้างในช่วงต้นๆ ของหนังสือ แล้วก็ปรับเปลี่ยนจนฉีกไปอีกแนวหนึ่งไปเลย
ตามปกติฉันมักผิดหวังกับการเอาหนังสือมาทำเป็นหนัง แต่ครั้งนี้กลับกัน ฉันชอบเด็กซ์เตอร์ที่เป็นซีรี่ส์มากกว่า อาจเป็นเพราะในซีรีส์นอกจากการวิจารณ์ความเป็นมนุษย์ฺแล้ว ในเรื่องยังมีพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องไว้อย่างน่าติดตาม และเด็กซ์เตอร์ดูจะมีความเป็นมนุษย์มากกว่าที่บรรยายไว้ในหนังสือ ที่พออ่านจบแล้วยังรู้สึกถึงอารมณ์ที่ขาดๆ เกินๆ ยังไงไม่รู้
สำหรับซีซัน 5 เห็นว่าจะเริ่มออกฉายในเมกาเดือนกันยายน 2553 (2010) คงต้องรอกว่าจะได้ดูในไทย


วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เรื่อยๆ มาเรียงๆ : เสียดายเวลา


เมื่อตะกี้ สามีเผลอเหยียบแว่นตาจนกระจกบิ่นและหลุดออกจากกรอบ ตัวกรอบก็บิด คิดออกอย่างเดียวก็คือ "ต้องเสียตังค์อีกแล้ว" แต่ก็ไม่อยากให้เขาคิดมาก เลยเฮฮาไปตามเรื่อง

ในช่วงก่อนที่มีงานทำกินเงินเดือน มีเงินเก็บ สิ่งนี้ก็ไม่ค่อยเดือดร้อนสักเท่าไร แต่เมื่อเริ่มต้นปีนี้ เงินเริ่มหดหายไปอย่างต่อเนื่องจนประหวั่นว่างานที่เก็บเงินได้ยังมาไม่ถึงสักงาน แล้วจะมีเงินพอมั้ยเนี่ย

นึกย้อนกลับไปช่วงออกจากงานเมื่อราวปีครึ่งก่อน หลังจากนั้นฉันก็กลับมาอยู่บ้านเหมือนคนขี้เกียจ วันๆ ก็ดูหนัง ไม่ก็นอน งานก็ไม่ค่อยขวนขวายหา กินใช้แบบสบายใจ ดูเหมือนเวลามีอยู่เหลือเฟือ ใช้ทิ้งๆ ขว้างๆ ด้วยข้ออ้างว่าขอชาร์ตแบต หลังจากหมดไฟไปกับการทำงานประจำจนถึงขั้นติดลบ

แต่พอเริ่มรู้ตัว พยายามแคะตัวเองออกจากความขี้เกียจ ตอนนี้เริ่มออกไปรับงานมาทำ งานก็รู้เห็นเป็นใจ ประดังกันเข้ามาพร้อมๆ กัน ไอ้เราก็งก รับไว้ทุกงาน ไหนจะเจอภาระในครอบครัวบางอย่างที่ต้องช่วย แมวก็มาป่วย งานบ้านก็ยังเหลืออีกเยอะให้รอทำ แถมบางครั้งมีงานช่วยเพื่อนอีก ทุกอย่างประดังกันเข้ามาพร้อมๆ กัน

นึกย้อนให้เสียดายเวลาที่ทิ้งขว้างไปตอนนั้นจัง ถ้าเก็บเอาไว้ได้ก็คงดี แต่จะทำยังไงได้ หลังจากสบายมาตลอดทั้งปี ตอนนี้ก็ต้องถึงเวลาชดใช้กรรมแล้ว

ชีวิตมันไม่แน่นอนจริงๆ มีขึ้นมีลง ได้แต่บอกตัวเองว่า อย่าประมาทจะดีกว่า