วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เรื่อยๆ มาเรียงๆ : ชะตากรรมนกน้อย





ต้นไม้ที่ปลูกไว้ตั้งแต่เริ่มย้ายเข้ามาอยู่บ้านนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและร่มครึ้ม เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด นกกระจอกไม่ได้อาศัยอยู่ แต่จะเป็นขาจรมาเยี่ยมเยือนที่บ้านพร้อมเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจ นกเอี้ยงมาบ้างเป็นบางเวลา มาแต่ละครั้งก็ทำให้นกอื่นๆ แตกฝูงกันไปหมด เพราะความเกเรของมัน

นกอื่นๆ ที่มาบ้างประปรายก็คือนกกางเขน มาถึงก็ร้องเสียงดัง พร้อมโฉบบินต่ำลงมาล่อแมวเหมียวที่บ้านเล่น นกกระปูดก็เคยบินมาเกาะอยู่บนยอดไม้สูง นกปรอดชอบนักล่ะกับการบินมาจิกกระจกส่องหลังของมอร์ไซค์เล่น เคยเห็นนกกรงหัวจุกครั้งหนึ่งนานมาแล้วอีกด้วย นกฮูกก็หายไปแล้วหลังจากเคยมาเยี่ยมเยือนกันทุกค่ำคืนพร้อมเสียงร้องแกร๊กกกก แกร๊กกกก (เอ๊ะ หรือจะเป็นนกแสก)

นกเขาสิเป็นนกที่มาทำรังที่ต้นไม้ในบ้านบ่อยมาก จำนวนก็ไม่ได้น้อยกว่านกกระจอกเลย ดังนั้นรอบบ้านนอกจากเสียงหมาที่มีทั้งคนเลี้ยงและไม่ได้เลี้ยงล้อมรอบบ้าน 4 ด้าน ก็ยังมีเสียงนกไว้ให้ฟังเล่นเพลินใจ ที่บ้านจึงมีกระปุกเม็ดข้าวฟ่างอาหารนกไว้หน้าบ้าน ไว้โปรยเลี้ยงนก

เมื่อวานโปรยอาหารไว้ที่ลานหน้าบ้าน นกกระจอกมาจิกกินนับสิบตัว พร้อมกับนกเขาอีก 2-3 ตัวมาร่วมด้วย

เมื่อมีนกมาทำรังแน่นอนว่าต้องมีลูกนกที่ต้องหัดบิน และอาจตกสู่ปากแมวเหมียว 4 ตัวในบ้านได้ เคยมีบ้างที่นกตายเพราะช่วยเหลือไม่ทัน แต่ก็มีที่รอดไปได้ เมื่อคืนก่อนนอนเจ้าบุญแต่งแมวผอมบางที่บ้านไปได้นกเขามาจากไหนไม่รู้ เป็นนกเขาที่เพิ่งโต บนพื้นเกลือนกลาดไปด้วยขนอ่อนของนกตัวนี้ สามีจับมันออกจากปากเจ้าแมวนักล่าเพื่อเอาไปปล่อย เขาบอกว่าเห็นมีเลือดแถวข้างลำตัว ไม่รู้จะรอดผ่านคืนนี้ไปได้หรือเปล่า

ตอนนั้นก็ 3 ทุ่มกว่าแล้ว จะปล่อยก็ไม่รู้จะปล่อยยังไง เลยเอากรงมาใส่มันแขวนไว้สูงๆ แต่เปิดประตูทิ้งไว้ ก่อนนอนไปแอบดู มันหายไปจากกรงแล้ว เช้าขึ้นก็ไปด้อมๆ มองๆ หาแต่ไม่เห็น สายๆ ถึงเห็นว่ามันอยู่ตรงลานหน้าบ้าน (ที่แมวออกมาไม่ได้) ยืนผงกหัวไปมาตลอดเวลา จำได้เพราะขนตรงหลังกับปีกของมันยับเยิน หายไปเป็นกระหย่อมๆ

เลยเอาอาหารนกไปโปรยให้มัน มันก็เดินหนีไปหลบนิดหน่อย พอคนกลับเข้าบ้านมันก็ไปยืนผงกหัวเหมือนเดิม ท่าทางคงยังบินไม่ไหว ยังไม่รู้ว่าเมื่อไรมันจะหายดี

สงสัยว่าเมื่อคืนมันคงไปเกาะกิ่งไม้นอนอยู่ในบริเวณหลังบ้านที่เราปล่อยให้แมวออกไปวิ่งเล่น แต่ด้วยด้อยประสบการณ์เลยเกาะกิ่งไม้ต่ำไปหน่อย ก็เลยเสร็จเจ้าแมวแต่งของฉัน

ได้แต่หวังว่ามันคงหายดีโดยเร็ว เพราะหน้าบ้านแม้จะไม่มีแมว แต่ก็มีสัตว์อื่นที่ไม่น่าไว้ใจอยู่ เช่น งู ตุ๊กแก หนู บางครั้งก็มีเจ้าตะกวดตัวเล็กๆ หลงเข้ามาอีกด้วย

บ้านสารพัดสัตว์จริงๆ นะเนี่ย

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อ่านหนังสือ : Outliers องค์ประกอบหลากหลายของความสำเร็จ



ในยุคสมัยที่ใครๆ ก็อยากประสบความสำเร็จ เรามักได้ยินเรื่องราวของผู้ประสบความสำเร็จในโลกนี้กันมากมาย โดยมักมุ่งเน้นไปที่ความสามารถและความอุตสาหะพยายามของคนผู้นั้นที่พาตัวเองไปสู่เป้าหมายที่ตนเองฝันไว้ ดังนั้นก็เลยมีคำสอนที่มักชี้แนะเราๆ คนธรรมดาว่าจะประสบความสำเร็จได้ด้วย "ความพยายาม"
โดยส่วนตัวก็สงสัยนะว่าถ้าแค่ความพยายาม ทำไมบางคนถึงไปไม่ถึงฝันกันล่ะ มันมีอะไรที่แตกต่าง หรือว่ายังพยายามไม่พอ
หนังสือเรื่อง Outliers อาจถือว่าช่วยอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ ที่บอกว่า "อาจ" ก็เพราะยังไม่รู้แน่ชัดว่าผู้เขียนเพียงต้องการนำเสนอความสำเร็จเพียงในมุมมองส่วนตัวที่เขาเชื่อหรือเปล่า ดังนั้นจึงคัดกรองเฉพาะสิ่งที่ตนเอง "เชื่อ"
ขอบอกว่าหนังสือเล่มนี้มัลคอล์ม แกลดเวลล์ เขียนได้น่าอ่านน่าติดตามมาก ด้วยการยกตัวอย่างบุคคลที่มีตัวตนจริง เล่าเรื่องอย่างมีสีสัน และทิ้งค้างไว้ให้เราหาคำตอบในตอนท้าย แม้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน 9 บท แต่เนื้อหาทั้งหมดกลับผูกโยงกันได้เป็นแนวคิดเดียวกัน
นั่นคือความสำเร็จนั้นนอกจากจะเกิดจากความเพียรพยายามของคนผู้นั้น มันยังต้องอาศัยปัจจัยแวดล้อม นั่นคือ "โอกาส"
โอกาสของผู้เขียนนั้นก็มาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งช่วงเวลาที่คนผู้นั้นเกิด ความก้าวหน้าในด้านนวตกรรมใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เกิดขึ้น ชนชั้น ทรัพย์สมบัติ เชื้อชาติ สภาพการเลี้ยงดูภายในครอบครัว และอื่นๆ
เช่น บิล เกตต์กับสตีฟ จ๊อบส์ ทั้งคู่มีช่วงปีเกิดที่ใกล้เคียงกัน เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น คอมพิวเตอร์ที่แต่ก่อนเป็นระบบเมนเฟรม ก็เข้าสู่ยุคที่มีการใช้งานที่ง่ายขึ้นและมีโอกาสใช้งานได้บ่อยขึ้น เมื่อผนวกกับความเพียรและสติปัญญา พวกเขาจึงสามารถต่อยอดพัฒนาคอมพิวเตอร์ในแบบของตัวเองได้ ผู้เขียนยังได้อธิบายด้วยว่าหากว่าทั้งคู่เกิดก่อนหน้านั้นหรือหลังจากนั้นไป 3-4 ปี ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจไม่ใช่แบบนี้ เพราะหากเกิดก่อนหน้า พวกเขาก็จะได้เข้าสู่วัยทำงานที่ต้องการความมั่นคง ทำให้ไม่มีโอกาสมาทุ่มเทชีวิตให้กับการสร้างสิ่งใหม่ๆ ได้ หากเกิดหลัง พวกเขาก็คงทำได้แค่เป็นผู้ตาม ไม่ใช่ผู้นำเช่นทุกวันนี้
ในหนังสือยังได้ยกตัวอย่างหลายเหตุการณ์ที่มีการเปรียบเทียบคนที่มีภูมิหลังที่แตกต่างกันว่าส่งผลต่อความสำเร็จได้ แม้ว่าพวกเขาจะมีไอคิวที่เท่ากัน
ถือเป็นหนังสือที่น่าสนใจอีกเล่มหนึ่ง ที่ทำให้เห็นมุมมองของความสำเร็จที่แตกต่างจากที่เราเคยเข้าใจ และอาจช่วยให้เราได้ประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง
และสิ่งหนึ่งที่แทรกอยู่ในหนังสือก็คือ ผู้ที่ประสบความสำเร็จก็คือผู้นำที่ที่คิดค้นสิ่งใหม่ๆ ไม่ใช่ผู้ตามที่คอยลอกเลียนแบบชาวบ้านเขา
หมายเหตุ : ถ้าใครเคยค้นหาข้อมูลบางอย่างทางเว็บภาษาไทยบ้านเรา เราจะพบว่าเรามี "นักลอก" อยู่เป็นจำนวนมาก ที่ลอกอย่างเดียว ไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าเขาพิมพ์ผิด หรือไม่พยายามสักนิดที่จะดัดแปลงคำพูด ดังนั้นการเรียนการสอนของเราที่ให้นักเรียนนักศึกษาค้นหาข้อมูลเองนั้นคงจะทำได้ยาก เพราะเปิดไป 4-5 เว็บก็ยังเป็นข้อมูลเดียวกัน จนไม่มีอะไรที่แปลกใหม่หรือคิดต่าง ใครที่อ่านภาษาอังกฤษออกก็โชคดีไป เพราะข้อมูลของเขาเยอะกว่ามาก
เลิกซะเถอะนะคนที่ชอบทำแบบนี้ เขียนอะไรที่ผิดบ้างพลาดบ้างก็ยังดีกว่าไปลอกก๊อบเขามาทั้งดุ้นแบบไร้สมอง

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เล่นเกม : เกมกับตู้ปลา



ช่วงนี้กลับมาเล่นเกมบนเน็ตอีกรอบ หลังจากเลิกไปซะดื้อๆ ในครั้งก่อน ครั้งนี้กลับมาเล่นก็เนื่องจากความเบื่อ มันเป็นเกมบน Facebook ที่เหมือนเด็กเล่นขายของ

โดยส่วนตัวชอบเกมพวกขายอาหารในร้าน หน้าที่ของเราก็คือเปิดร้าน จัดวางเฟอร์นิเจอร์ ทำอาหารออกมาขาย จ้างลูกจ้างมาทำงาน เสร็จแล้วก็นั่งรอให้อาหารเสร็จเพื่อยกมาเสริฟ แล้วก็นั่งดูลูกค้าเดินเข้าออกร้านกันขวักไขว่

จากนั้นก็นำเงินที่ได้เพิ่มพูนมาทำอาหารเพิ่มเพื่อขายในร้าน แล้วก็ตกแต่งร้าน ทั้งซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้ามาเพิ่มเติม และถ้ามีเงินเหลือก็ตกแต่งร้านให้สวยสดงดงาม

แล้วก็มานั่งดูลูกค้าเดินไปเดินมา แล้วก็ทำอาหาร แล้วก็... วนกันไปเรื่อยๆ เป้าหมายก็เพื่อเพิ่ม Level ซึ่งก็จะส่งผลให้มีอาหารให้เลือกทำมากขึ้น

ปัญหาที่มักพบในเกมพวกนี้ก็คือเราต้องเข้ามาจัดการเสริฟอาหารให้ทันเวลาหลังจากมันปรุงสุก มิฉะนั้นมันก็จะเน่าหรือไหม้คาเตา มันก็ส่งผลให้พวกบ้าเกมต้องจัดตารางเวลาการเข้ามาเล่นเกมให้ตรงกับเวลาอาหาร เหมือนกับปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันไปเลยก็เพื่อเกม

เช่น ถ้ารู้ว่าพรุ่งนี้ต้องไปนอกบ้านทั้งวันและไม่มีเวลามาเสริฟอาหาร คุณก็ต้องทำอาหารที่ใช้เวลาปรุงนานๆ สัก 1 วัน เป็นต้น

ฟังแล้วเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย เพื่ออะไรล่ะ ฉันเองก็ถามตัวเองอยู่เหมือนกัน

พอมานั่งวิเคราะห์พบว่าส่วนใหญ่ที่เล่นเกมก็เพื่อแก้เบื่อยามที่ไม่รู้จะทำอะไร ทั้งๆ ที่เกมมันก็ไม่มีอะไรซับซ้อนให้ต้องบู๊หรือเคลื่อนไหวอะไรมากมาย แต่มันเหมาะกับนิสัยฉันล่ะมั้งที่ชอบนั่งมองอะไรไปเรื่อยเปื่อย มันเหมือนกับเวลาคุณให้อาหารปลาในตู้ จากนั้นก็นั่งมองให้มันว่ายไปว่ายมาอยู่ในตู้กระจกสี่เหลี่ยม

ว่ายไป ว่ายมา ว่ายไป ว่ายมา

ด้วยนิสัยขี้เบื่อเช่นกัน ตอนนี้ก็เริ่มจะเบื่ออีกแล้วล่ะ เบื่อเกม คงจะถึงเวลาทิ้งมันไปอย่างไม่อาลัยอีกรอบ แล้วค่อยมาพบกันใหม่ยามเบื่อ อย่างน้อยเกมพวกนี้ก็ดีกว่าปลาตู้อยู่หน่อยนึงล่ะตรงที่เราทิ้งมันไปได้เฉยๆ โดยไม่ทำให้ปลาต้องตาย 




วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ดูหนัง : Up In The Air ความงดงามเมื่อมองจากท้องฟ้า


เมื่อมองจากที่สูงเช่นบนเครื่องบิน เราจะมองเห็นพื้นดินเป็นรูปทรงต่างๆ ดูแปลกตาสวยงาม มันให้ความรู้สึกอิสระที่จะไปไหนก็ได้

นั่นคงเป็นความรู้สึกเดียวกับไรอันผู้ซึ่งรักการบินเป็นชีวิตจิตใจ เขาทำตัวให้ปลอดจากความผูกพันทุกอย่างทั้งในรูปของวัตถุและจิตใจ เขายังสอนให้ผู้อื่นละทิ้งวัตถุทั้งหลายทั้งรูปภาพ สิ่งของ ทีวี ตู้เย็น บ้าน รวมถึงละทิ้งความสัมพันธ์กับครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง

ทั้งหมดก็เพื่อให้ตัวเองเบาขึ้น ปลอดจากภาระความรับผิดชอบทั้งหมด และเป็นอิสระที่จะใช้ชีวิตอยู่บนที่สูง

เป้าหมายเดียวของเขาก็คือสะสมไมล์ในการบินครบ 10 ล้านไมล์

งานของเขาก็เหมือนจะล้อเลียนหลักการในการดำรงชีวิตของเขาอยู่ไม่น้อย เขาทำหน้าที่ตัวแทนในการแจ้งปลดพนักงานออกจากบริษัทต่างๆ ที่ไม่กล้าจะทำหน้าที่นี้ด้วยตัวเอง เปรียบเหมือนกับการปลดภาระหน้าที่อันหนักอึ้งออกจากบ่าของพนักงานที่ตกงานเหล่านั้น

ปฏิกิริยาที่เกิดกับทุกคนที่เขาแจ้งปลดจากตำแหน่งก็คือช็อค เสียใจ ฟูมฟาย จนไรอันต้องทำหน้าที่ปลอบและเตือนสติให้เขาตั้งหลัก ครั้งหนึ่งไรอันได้คุยกับพนักงานว่าการปลดจากงานครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสครั้งใหม่ให้เขาได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบและเคยละทิ้งมา เพื่อทำสิ่งที่รักอย่างแท้จริง

จนเมื่อวันหนึ่งเกิดเหตุให้เขาได้พบผู้หญิง 2 คนที่ดึงให้เขากลับลงสู่พื้นโลก

คนหนึ่งคือนาตาลี พนักงานใหม่ที่จะเข้ามาปรับเปลี่ยนการทำงานของบริษัทที่ทำให้เขาไม่ต้องออกเดินทางไปไหนมาไหนอีกต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบ ดังนั้นเขาจึงพานาตาลีออกไปเปิดหูเปิดตาในการทำงานจริง และทำให้เธอได้พบว่าการแจ้งปลดพนักงานออกนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นเลย เธอคนนี้ได้สะกิดให้เขาเริ่มกลับมาคิดถึงเรื่องของความสัมพันธ์กับผู้คนอีกครั้ง

ผู้หญิงอีกคนคือคนที่เขาพบในระหว่างเดินทาง อเล็กซ์ที่ดูเหมือนจะมีชีวิตอยู่กับการเดินทางเช่นเดียวกับเขา จากความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน ได้ส่งผลให้เขาเกิดความต้องการอยากปักหลักบนพื้นดินอีกครั้ง

แต่เมื่อมองจากบนท้องฟ้า เรามักมองไม่เห็นรายละเอียดที่งดงามและอัปลักษณ์แท้จริงบนพื้นดิน ดังนั้นเมื่อเขาพยายามกลับลงสู่พื้นดิน เขาจึงมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น พบทั้งความรัก ครอบครัว ความผิดหวัง ความเสียใจ แม้สำนึกอยากกลับลงสู่พื้นดิน แต่กลับไร้ที่ยึดเหนี่ยวใดๆ สำหรับเขา

ในขณะที่ใครหลายคนหลุดพ้นจากพันธนาการ หรือการงานที่ตนเองเกลียดชังได้ด้วยฝีมือของเขา ตัวไรอันเองกลับยังต้องจมอยู่กับการเดินทางบนเครื่องบินเพื่อไปแจ้งข่าวร้ายให้กับผู้คนอยู่ตลอดไป