วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เรื่อยๆ มาเรียงๆ : ไอ้ต๋อง


ป๋ากำลังตรวจดูไอ้ต๋อง



ที่นอนประจำป้าเหมียว


ขับรถเล่น


ป๋ากับไอ้ต๋อง (เท่เชียว :-)
ไอ้ต๋องคือชื่อของมอร์ไซค์ของแฟน บ้านนี้น่ะนอกจากจะตั้งชื่อให้กับหมาแมว (ทั้งในบ้านและข้างถนน) ก็ยังตั้งชื่อให้รถอีกด้วย ส่วนอีกคันเป็นรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้าอายุเกิน 30 ปี ก็ชื่อว่า "ไอ้โต"
ไอ้ต๋องอยู่กับเรามากกว่า 10 ปี แฟนกู้เงินมาซื้อมันมาแบบใหม่เอี่ยมจากร้านมอร์ไซค์ตอนอยู่จังหวัดทางภาคตะวันออก เขาเจาะจงอยากได้รุ่นนี้ Suzuki RC100 สีน้ำเงิน ใหม่เอี่ยม ติดตะกร้าหน้ารถไว้ใส่ของ ไว้วางหมวก และใส่เสื้อกันฝนอีก 1 ตัวสำหรับยามฝนตก
หลังจากซื้อมาได้ราว 1 เดือนแฟนก็ไปบวชที่บ้านเกิดอีกจังหวัด ฉันก็เลยต้องระเห็ดกลับไปอยู่บ้านตัวเองที่กทม. 3 เดือน แฟนเลยฝากไอ้ต๋องไว้กับเพื่อนรุ่นน้องในที่ทำงานที่ยังไม่มีมอร์ไซค์ใช้ไว้ให้ใช้ชั่วคราว
หลังจากห่างหายไป 3 เดือนกลับมาก็พบว่าไอ้ต๋องไม่ใหม่ เพียงแค่ใช้งานไป 3 เดือนมันก็อยู่ในสภาพที่ไม่อยากพูดถึง แต่เพื่อนคนนั้นเมาขับไปชนรถคันอื่น แล้วก็ซ่อมกันตามมีตามเกิด แถมยังเอาไอ้ต๋องไปเติมน้ำมันผสม ทั้งที่แฟนก็ย้ำแล้วว่ามันเป็นมอร์ไซค์ใหม่ ให้เติมแต่เบนซิน 91 เท่านั้น ทำให้มีน้ำมันเยิ้มออกมาทางท่อไอเสีย และเสียหายมาจนกระทั่งบัดนี้
ด้วยความเซ็งในอารมณ์กับสิ่งที่เพื่อนทำ ประกอบกับตอนอยู่ที่นั่น เราไม่มีเงินมากมายอะไรนัก แค่เอาตัวรอดไปได้วันๆ ก็ยากพออยู่แล้ว ไหนจะยังต้องผ่อนเงินที่กู้มาซื้อมันอีก เราก็เลยใช้มันไปในสภาพนั้นโดยไม่ได้เอาไปซ่อมให้มันดีขึ้น
เราจึงยังคงใช้ไอ้ต๋องเรื่อยมาในสภาพนั้น ทั้งใช้มันไปซื้อของกิน ไปทำธุระ ขี่ไปเที่ยวร่อนไปเรื่อย ความสุขอย่างหนึ่งของแฟนน่ะก็คือการขี่มอร์ไซค์เข้าออกตามถนนตรอกซอกซอย ขี่มันทั่วทั้งตัวเมือง
ไอ้ต๋องยังเป็นที่เบาะให้บรรดาเหมียวๆ ได้นั่งได้นอนดูหมา และยังเป็นที่ฝนเล็บยามคันเล็บ จนต้องเปลี่ยนเบาะไปหลายรอบ
ปกติแฟนเป็นคนขับมอร์ไซค์ไม่เร็ว เป็นการขี่แบบกินลมชมวิว จึงแทบไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ มีเพียงครั้งเดียวที่แฟนเคยพามันไปล้มตอนเมา (ล้มเองไม่ได้โดนชนหรือไปชนอะไร) เลือดอาบที่ส้นเท้า ไอ้ต๋องได้แผลมาหน่อย ส่วนฉันปลอดภัย อิอิ
จวบจนย้ายเข้ามาทำงานกทม. เราก็หอบหิ้วไอ้ต๋องมาด้วย แม้ว่าแฟนจะไม่ได้ขี่มันไปถึงที่ทำงาน เพราะไกลหลายกิโลและรถราในกทม.วุ่นวายสับสนมาก แต่เขาก็อาศัยขี่มันไปจอดไว้ตามตรอกซอกซอยริมถนนใหญ่ เพื่อต่อรถโดยสารประจำทางเพื่อไปทำงาน เสาร์อาทิตย์และวันหยุดก็ได้มันเนี่ยแหละในการหาซื้อของกินและพาไปตระเวนร่อนเที่ยวกินลมชมวิวไปเรื่อย
ช่วงนี้เองที่มันเริ่มป่วยหนักอันต่อเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บช่วงแรกของชีวิตมัน บังโคลนด้านหน้าที่ใส่ไม่พอดีตั้งแต่เพื่อนเอาไปชนคราวนั้นก็เริ่มแตกกรอบจนต้องเอาออกและไม่ได้ซื้อหาอันใหม่มาใส่แทน เครื่องเสียก็พาไปซ่อมหลายรอบ แต่เพราะหาอะไหล่ไม่ได้ จึงซ่อมเท่าที่จะทำได้เพื่อพยุงมันไว้ใช้งาน
เราก็ยุให้แฟนซื้อใหม่หลายครั้งแล้วเพราะมันซ่อมไม่ได้ แต่เขาบอกว่าไปไหนกับไอ้ต๋องสบายใจ ไม่ต้องกลัวหาย เคยเอาไปจอดเพื่อไปทำงานแล้วลืมคากุญแจไว้ก็ยังมีคนใจดีเก็บกุญแจไว้ให้ 2 รอบ
ด้วยสภาพของมันที่ไม่มีอะไหล่อะไรให้ใครเอาไปใช้งานได้ แฟนเลยชะล่าใจ ไม่ได้ล็อคคอ หัวค่ำของวันหนึ่งแฟนโทรมาบอกว่าไอ้ต๋องหายไปจากที่จอด เขาพยายามเดินหาอยู่ 4-5 รอบเผื่อว่าจะมีใครเข็นมันไปไว้ที่อื่น แต่ก็ไร้ผล สุดท้ายเราก็ต้องออกไปแจ้งความไว้เผื่อจะมีใครเอาไอ้ต๋องไปทำอะไรไม่ดี ไม่อยากเกิดปัญหา
ตอนนี้อายุขัยของไอ้ต๋องก็สิ้นสุดลงแล้ว มันอยู่กับเราก็เกิน 10 ปี ผจญภัยกันมานาน ร่วมในความทรงจำหลายเรื่อง ไปดีนะไอ้ต๋อง
หมายเหตุ 1: หลังไอ้ต๋องหายจากไป เราก็มานั่งคุยกันถึงไอ้คนที่มาขโมยมันไป ป่านนี้คงนั่งด่าตัวเองที่ไม่น่ามาขโมยมันเลย ก็ไอ้ต๋องน่ะ --
-- ไฟต่ำเปิดไม่ได้, หลอดกับขั้วไฟหน้าใช้ไม้เสียบลูกชิ้นยัดไว้ให้มันแน่นไฟจะได้ติด (สปริงขาด), แตรไม่ดัง, ไฟหน้าปิดไม่ได้, ไฟเลี้ยวขวาไม่ดี ติดบ้างไม่ติดบ้าง, สายไมล์ขาด, ตัววัดน้ำมันออโตลูปเสีย ต้องเติมทีละน้อย ต้องคอยเช็คบ่อยๆ, บังโคลนหน้าไม่มี , เบรคหลังเหยียบแล้วไม่ค่อยเด้งกลับ เวลาขี่เจอถนนขรุขระก็จะครูดกับพื้นถนน, น้ำมันเยิ้มท่อไปเสีย เลยกำหนดต้องไปเป่าท่อ (น่าจะครบแล้วนะ)
... มีอยู่อย่างเดียวที่ใหม่เอี่ยม ก็คือเบาะที่นั่ง ที่เพิ่งเอาไปทำเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหาย
หมายเหตุ 2 : ของแถมที่หายไปพร้อมไอ้ต๋องก็คือเสื้อกันฝน หมวกกันน๊อค ไขควง และผ้าขนหนูเน่าๆ ผืนหนึ่ง อ้อ..กับสติ๊กเกอร์ผ่านเข้าหมู่บ้าน 1 แผ่น
หมายเหตุ 3 : ตอนเช็คราคามอร์ไซค์ใหม่ แทบจะเป็นลม คันนึงเกือบ 5 หมื่น