วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ดูหนัง : ชีวิตจะเป็นยังไงนะ ถ้า...


มันไม่จริงใช่มั้ยที่หนังเรื่องจะจบลงแบบนี้ สมองยังค้างเติ่งอยู่กับการเฝ้ารอบทสรุปของเรื่อง ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับไดอาน่า ว่าสิ่งที่คาดเดาไปเรื่อยตลอดทั้งเรื่องจะเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า หลังจากเครดิตของหนังเลื่อนขึ้นมา ฉันก็ถามตัวเองว่า "แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
ได้ดูหนังเรื่อง Life Before Her Eyes ที่นำแสดงโดยอูม่า เธอร์แมน จบไปสดๆ ร้อนๆ ได้เฝ้าติดตามความเป็นไปของคู่เพื่อนซี้วัยรุ่นมัธยมปลายที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไดอาน่ากับมัวรีน
ไดอาน่า เด็กสาววัยรุ่นที่เหมือนเด็กสาวใจแตก ท้าทายสังคม ห้าวหาญไม่กลัวใคร คาดหวังว่าชีวิตจะแตกต่างไปกว่านี้ จะได้ย้ายออกไปจากเมืองเล็กๆ แห่งนี้ กับเพื่อนซี้ มัวรีน สาวเรียบร้อย เป็นคนดีมีศาสนา อยากมีชีวิตอยู่ที่เมืองเกิดแห่งนี้ มีครอบครัว มีลูก อยากใช้ชีวิตธรรมดาๆ
ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเพื่อนกันได้
แต่แล้ววันหนึ่ง เพื่อนร่วมโรงเรียนได้พกปืนมาโรงเรียนแล้วกราดยิงคนตายไปเป็นจำนวนมาก ก่อนเกิดเหตุสองสาวคู่ซี้หลบเข้าห้องน้ำก่อนเข้าห้องเรียน ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง แล้วที่นั่นทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงปืนรัว ดูแล้วทั้งคู่น่าจะปลอดภัย แต่แล้วไมเคิล -- มือปืนก็เข้ามาพบทั้งคู่ในห้องน้ำ
และฝันร้ายก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาให้ทั้งสองคน "เลือก" ว่าใครคนใดคนหนึ่งจะต้องถูกฆ่าตาย
หนังเล่าเรื่องสลับไปมาระหว่างสองช่วงเวลา ไดอาน่าตอนเป็นวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ทำให้เหมือนจะคาดเดาได้ง่ายๆ ว่าไดอาน่ารอดชีวิตจากการสังหารหมู่ครั้งนั้นมาได้ แต่กระนั้นก็ไม่มีอะไรที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัวรีน
ไดอาน่าในวัยผู้ใหญ่ (แสดงโดยอูม่า เธอร์แมน ที่ในเรื่องดูฉุและธรรมดาเหมือนแม่บ้านคนหนึ่ง) มีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เธอยังคงอาศัยอยู่ในเมืองเกิดที่เธอเกลียด มีสามีและลูกสาวหนึ่งคน เป็นครูสอนศิลปะในโรงเรียน มีชีวิตที่เรียบง่ายเหมือนกับที่มัวรีนเคยฝัน
แล้วในวันครบรอบ 15 ปีของการสังหารหมู่ ไดอาน่าก็ได้กลับมาเผชิญกับความจริงที่เกิดขึ้น... รวมถึงฉัน
หลังจากเครดิตท้ายเรื่องขึ้นมาได้ราว 10 วินาที ก็คิดว่าฉันหาข้อสรุปของเรื่องที่เกิดขึ้นจนได้
คิดช้าไปนิดนะ

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ดูหนัง : หนังผีฝรั่งกลิ่นอายญี่ปุ่น


จริงๆ เริ่มต้นดูเรื่อง The Echo อย่างไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เปิดดูเพื่อฆ่าเวลา เป็นคนชอบดูหนังผี จนแฟนบอกว่าเป็นพวกโรคจิต (^__^) ดูหนังผีมาหลายเรื่อง และโดนหลอกแทบทุกเรื่อง ก็เพราะไม่เคยรู้สึกว่ามันน่ากลัวอะไรเลยนี่นา เสียชื่อหนังผีหมด
ปกติแล้วหนังผีฝรั่งจะเป็นหนังผีที่หาความน่ากลัวได้ยากมาก เพราะมันจะปรากฏชัดเจนจนไม่เหลืออะไรให้หลอนจิตเลย ยิ่งถ้าเป็นพวกแดรกคิวล่าหรือซอมบี้ จะเป็นแนวบู๊ซะทุกเรื่อง สำหรับหนังผีแบบหลอนๆ ที่ขึ้นชื่อก็มักจะเป็นหนังญี่ปุ่น เสียแต่ว่ารสนิยมของฉันคงไม่เข้ากับหนังโซนเอเซีย ที่เดินเรื่องแบบเนิบๆ นุ่มๆ เงียบๆ กว่าจะน่ากลัวก็ออกอาการหลับซะก่อนแล้ว
พอได้มาดูเรื่อง The Echo ที่นำแสดงโดยเจสซี่ แบรดฟอร์ด กลับรู้สึกลุ้นระทึกกว่าที่เคยเป็นมา ทั้งความลึกลับของเสียงที่ดังอยู่ในภายในห้องพัก ความลึกลับของคนที่ชอบแอบดูจากอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้าม บรรยากาศของอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ที่ให้ความรู้สึกหลอนๆ รวมถึงผู้เช่าแต่ละรายที่ดูมีความแปลกประหลาดอยู่ในตัวเอง (บางคนดูน่ากลัวใช่ย่อย ประเภทประตูลิฟต์เปิดออกแล้วเจอคนแก่ยืนซึมกระทือไม่ขยับเขยื่อนเคลื่อนไหวอยู่ข้างใน เป็นเรื่องจริง ฉันคงไม่เข้าลิฟต์ด้วยแน่)
หนังเล่าเรื่องของบ๊อบบี้ที่เพิ่งพ้นโทษจากข้อหาฆ่าคนโดยไม่เจตนา ดูเหมือนเขาจะไม่มีทางเลือกมากนักในชีวิต จึงต้องกลับไปพักในอพาร์ตเมนต์ของแม่ที่เสียชีวิตในช่วงที่เขาติดคุก ต้องไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ทัณฑ์บนตลอดเวลา และการต้องหางานทำเลี้ยงชีวิต --งานที่ยอมรับเขาในฐานะคนคุกได้
ที่อพาร์ตเมนต์แห่งนี้เองเขาได้พบกับเรื่องราวประหลาดๆ ทยอยกันพุ่งเข้ามาหาเขาและผู้คนที่เกี่ยวข้องรอบตัว จนเขาและแฟนสาวเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ในความเห็นส่วนตัวรู้สึกว่าผีในเรื่องก็มีส่วนคล้ายกับผีของญี่ปุ่นอยู่มากทีเดียว มันให้ความรู้สึกหลอนว่าจะมีอะไรปรากฏตัวให้เห็นบ้าง ยิ่งประกอบกับการเดินเรื่องที่กระชับรวดเร็วแบบหนังฝรั่ง ก็เลยทำให้รู้สึกว่าตื่นเต้นและลุ้นระทึกไม่น้อยเลยล่ะค่ะ
ตอนดูเรื่องนี้ก็เย็นย่ำ พอดูจบก็หัวค่ำพอดี อยู่บ้านคนเดียวอีกต่างหาก ยิ่งหลอนเข้าไปกันใหญ่ เลยเปิดทีวีไปดูข่าวจนปรับสภาพจิตกลับมาที่เรื่องเฉื่อยๆ เนือยๆ เหมือนเดิมได้อีกครั้ง -_-'
เพิ่มเติม : หลังจากเขียนบล็อคนี่เสร็จก็เข้าไปค้นหารูปภาพมาประกอบ เลยไปเจอบล็อคนี้ที่เขียนถึงเรื่อง The Echo เหมือนกัน ใครสนใจลองเข้าไปอ่านได้นะคะ http://elki.blogs.com/miron/2008/05/the-echo-of-yam.html