วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

drawing : ดินสอแท่งกุด กรุ่นกลิ่นกาแฟจาก MokaPot

เริ่มต้นไม่ได้ตั้งใจจะวาดภาพดินสอพวกนี้หรอก แค่จะเอาออกมาดู ดินสอพวกนี้แฟนเป็นคนใช้ในช่วงเรียนต่อ เขาใช้วิธีการท่องจำด้วยการเขียน เขียน เขียน โดยใช้ดินสอแบบนี้ เหลาจนกุดและเขียนไม่ได้แล้วน่ะแหละก็เลยเอามาให้







ปิดท้ายด้วยกาแฟประจำวันนี้ ที่บดเองโดยครกหิน (รูปไว้โอกาสหน้าจะวาดให้ดู) และต้มโดยหม้อต้ม Moka Pot ของ Bialeti

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่อยๆ มาเรียงๆ : บัตรสมาชิก... นักสะสมสะเปะสะปะ



ฉันเป็นคนประเภทนักสะสม สะสมมันไปซะทุกอย่าง บัตรสมาชิกต่างๆพวกนี้ก็ถือเป็นของสะสมอีกอย่างที่ชอบนัก

แม้ว่าจะเลิกเป็นสมาชิกไปแล้วแต่ฉันก็ยังเก็บบัตรพวกนี้ไว้ทำไมก็ไม่รู้ เก็บสุมไว้แทบไม่เคยเอาออกมาดู จนในที่สุดก็มีคนต้องการบัตรนี้ไปใช้เป็นเครื่องมือสอนเด็กทำสมุดทำมือ (คุณพิณประภา http://www.facebook.com/saylomissara) ฉันจึงรื้อเอาบัตรพวกนี้ออกมา ถ่ายภาพเก็บไว้ แล้วก็ส่งมันออกไป เพื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนอื่นบ้าง ยังคงมีเหลือเป็นบัตรโทรศัพท์รุ่นเก่าที่ฉันขอเก็บไว้ขายเพื่อหาเงินเลี้ยงแมว

ลดน้ำหนักให้บ้านไปอีกอย่างหนึ่ง

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่อยๆ มาเรียงๆ : บันทึกฝัน


การตีความความฝันไม่ใช่แค่เอาตัวเลขไว้ซื้อหวยเท่านั้นหรอกนะ แล้วก็ไม่ใช่การตีความอิงอภินิหาริย์หรือสิ่งบอกอนาคตอะไรทั้งนั้น ความฝันที่จะพูดถึงในบล็อคนี้ก็คือการนำเอาความฝันมาแก้ปัญหาให้กับชีวิตจริงของคนเราต่างหาก

ซิกมัน ฟรอยด์ กล่าวไว้ว่าการตีความความฝันนั้นช่วยให้เราเข้าใจจิตใต้สำนึกของเราได้ ฝันเป็นเหมือนกับความปรารถนาของเราที่ถูกเก็บกดเอาไว้ หลายคนบอกว่าพบหนทางแก้ปัญหาจากความฝันเมื่อยามหลับ พอล แมคคาร์ทนี่ย์ ตำนานนักดนตรีของโลกเองก็ได้ยินทำนองเพลง Yesterday จากความฝันด้วยเช่นกัน

ความฝันมักเกาะเกี่ยวกับเหตุการณ์และอารมณ์ที่เกิดขึ้นจริงอยู่บ้าง สิ่งที่เราประสบในยามตื่นมักจะไปอยู่ในความฝันอยู่เสมอ หากลองหันมาสนใจความฝัน ก็อาจช่วยให้เราได้เข้าใจถึงชีวิตในยามตื่นของตนเองได้ ในการนี้เราจำเป็นต้องจดบันทึกสิ่งที่ฝันไว้แล้วนำมาวิเคราะห์ แรกๆ อาจจำความฝันไม่ได้ทั้งหมด ก็ให้พยายามจดไว้เฉพาะที่จำได้ เก็บรายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากฝึกฝนเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ก็จะยิ่งมีรายละเอียดมากขึ้นๆ ที่สำคัญก็คือต้องฝึกทำให้ได้ทุกเช้า

การเริ่มต้นบันทึกความฝันอาจทำโดยใช้สมุดบันทึกเฉพาะของความฝันหรือสมุดบันทึกปกติที่ใช้ก็ได้ เมื่อตื่นนอนก็อย่าเพิ่งทำเรื่องอื่น ให้ลงมือบันทึกทุกสิ่งที่จำได้จากฝันทันที หากไม่ทำเช่นนี้ความฝันมักเลือนหายไปโดยไม่รู้ตัว บางคนอาจเก็บสมุดบันทึกและปากกาไว้ข้างๆ ที่นอนเพื่อให้สะดวกในการหยิบมาบันทึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตื่นตอนกลางคืนจากฝัน

วิธีการบันทึกก็ตามแต่สะดวก ที่เน้นก็คือให้บันทึกทั้งเหตุการณ์ ความรู้สึกในฝัน ความคิดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน และสรุปปิดท้ายว่าฝันนั้นมีความหมายอะไรกับเราบ้าง

คำตอบที่ได้ขึ้นอยู่กับการตีความของตัวเอง แรกๆ เราอาจพบว่าการตีความความฝันนั้นยาก เนื่องจากต้องคัดกรองสิ่งสำคัญออกมาเพื่อมาเปรียบเทียบกับปัญหาในชีวิตของตัวเอง จากนั้นทุกสัปดาห์ให้ลองนำเอาบันทึกฝันออกมาอ่านแล้วใช้เวลาสองสามนาทีในการประเมินว่าบันทึกฝันนั้นช่วยได้อย่างไรบ้าง

การวิเคราะห์ความฝันนี้ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่การตระหนักถึงสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในใจของคุณ เพื่อเรียนรู้ตัวเองผ่านจิตใต้สำนึก

บางทีเราอาจประหลาดใจที่พบว่าความฝันนั้นช่วยนำพาเราไปยังทางออกที่เราค้นหามานานก็เป็นได้

ต้นไม้ : จัดสวนหน้าบ้านต้อนรับการมาเยือนของหนอนและบุ้ง


หลังจากไม่ได้ออกกำลังกายมาหลายวัน วันนี้เลยแต่งเครื่องแบบทำสวนไปออกกำลังกายเพื่อประโยชน์ในคราวเดียวกัน

เครื่องแบบทำสวนของฉันก็คือกางเกงขายาวเก่าๆ เสื้อยืดแขนยาวบางๆ (ตัวเก่าเช่นกัน) ถุงเท้ารัดขากางเกง ถุงมือ หมวกปีกกว้าง เครื่องแบบนี้ทำหน้าที่ในการป้องกันขนบุ้งที่มีอยู่เยอะในสวนหน้าบ้านที่รกเรื้อของฉัน ที่สำคัญนอกจากเครื่องแบบก็คือ ต้องเตือนตัวเองไม่ให้เอามือไปเกาหรือลูบตามร่างกาย เพราะไม่งั้นก็จะเริ่มคัน และลามปามไปเยอะจนน่ากลัว

สวนหน้าบ้านจากวันที่ซื้อบ้านมา มันเรียบร้อย โล่ง จนรกขึ้นเรื่อยๆ พยายามตัดแต่งปรับปรุงให้โล่งขึ้นก็หลายครั้ง แต่ไม่นานก็เริ่มรกเรื้อจนไม่อยากเดิน แดดก็ส่องไม่ถึงพื้นดิน ไม้กระถางหลายต้นก็ตายลงเหลือทิ้งไว้แต่กระถางดินเปล่าๆ บางกระถางดินก็ถูกเซาะหายไปเกือบครึ่งกระถาง ทิ้งไว้แต่ต้นไม้ที่ไม่สดชื่นเท่าไรนัก ที่สำคัญเมื่อเกิดหนอนหรือบุ้งระบาด มันช่างจัดการได้ยากลำบากจริงๆ

วันนี้จึงจัดการคัดแยกกระถางที่ไร้ต้นไม้ ขุดเอาดินไปใส่ไว้ในกระถางที่ดินเหลือน้อย บางต้นก็เปลี่ยนใส่กระถางใหญ่พร้อมเติมดินให้กับมัน กระถางพลาสติกที่ว่างๆ ก็จัดซ้อนรวมกันเก็บไว้เป็นที่เป็นทาง ต้นหญ้าหรือวัชพืชก็จัดการถอนทิ้ง ไม้ที่ลงดินต้นไหนกิ่งก้านยาวเกินก็จัดการตัดแต่ง พื้นอิฐมอญที่เต็มไปด้วยเศษดินเศษหญ้าก็จัดการปัดกวาด ในระหว่างนี้ก็เก็บหอยทากไปพลางๆ เก็บใส่ถ้วยกาแฟพลาสติก รอเอาไปทิ้งที่พงหญ้าข้างทางตอนเย็น

เวลาผ่านไปถึง 3 ชั่วโมงอย่างไม่รู้ตัว ทำไปเก็บไป นั่งพักประเมินสิ่งที่จะทำเป็นพักๆ ไม่ค่อยเหนื่อยสักเท่าไร ผลที่ได้ก็คือทิ้งขยะพลาสติกบางอย่าง ต้นไม้บางต้นวางแผนที่จะยกให้คนอื่น เพราะชักรู้สึกว่าต้นไม้ที่บ้านเยอะเกินกว่าจะดูแลไหว จะเอาไปทิ้งก็สงสาร

ตอนนี้ได้ที่ว่างโล่งๆ สำหรับเดินไปมาโดยไม่ต้องระแวงบุ้งกันให้มากนัก ดูไม่รกสายตา นี่คืออีกหนึ่งขั้นตอนในการลดน้ำหนักให้บ้าน เพื่อการใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้นของฉัน

ที่เห็นนี่ก็หายรกไปเยอะแล้วนะ

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แมวแสดง : ของเล่นแมว หนุกหนานแบบไม่แพง

เคยไปเดินดูของเล่นแมวตามห้าง แหม..มันช่างสวยงามระยับจับตาจับใจ จนครั้งหนึ่งหลวมตัวซื้อมา 1 ชิ้น ราคาก็เฉียดร้อยไปไม่กี่บาท

ปรากฏว่าพอเอามาให้แมวเล่น มันกลับนั่งมองเฉยๆ และหันไปเล่นกับเศษถุงเศษกระดาษที่ห่อของเล่นมาเป็นที่หนุกหนาน เล่นเอาคนซื้อนั่งเซ็งเลย ...ด้วยความเสียดายตังค์ เว้ยๆๆ วัยรุ่นเซ็งงงงงง

จริงๆ แล้วแมวมันไม่รู้หรอกว่าของเล่นที่เราซื้อมามันแพงแค่ไหน หรือชิ้นไหนมาจากเมืองนอกเมืองนา คนที่เห็นน่ะคือเราคนเลี้ยงแมวน่ะแหละ

หลังจากนั้นก็เลยไม่ซื้อของเล่นแพงๆ ให้มันเลย ซื้อเป็นอาหารมาให้มันแทน ดูท่ามันจะชอบมากกว่า

เคยไปเดินดูงานโชว์แมวงานหนึ่ง เห็นของเล่นเป็นพู่ๆ สีแวววับบนปลายไม้พลาสติก อุตสาหกรรมครอบครัว มาพร้อมกระดิ่ง ราคา 50 บาท ซื้อมา 1 อัน ปรากฏ 3 เหมียวเล่นกันซะเหลือแต่หัวกุดๆ ที่ปลายไม้ก็ยังเล่นกันอย่างเมามัน

จะไปหาซื้ออีกก็ไม่รู้จาไปซื้อที่ไหน ...ทำเองก็ได้ฟะ

เอาเชือกพลาสติกที่มีประจำบ้านนะแหละมาตัดเป็นเส้นๆ แล้วผูกรวมกัน
แล้วเอาพู่มาผูกที่ปลายก้านลูกโป่งที่เคยไปซื้อมามัดใหญ่ๆ ด้วยราคา 5 บาท จากร้านของเก่า (เยอะมากจนบัดนี้ยังใช้ไม่หมดเลย) เจ้าเติมมานั่งรอตั้งแต่ยังไม่เสร็จ
วิธีการผูกก็ตามถนัดนะคะ ของเราใช้หนังยางรัดๆๆๆๆ ให้มันแน่นๆ
แล้วฉีกเชือกพลาสติกให้เป็นเส้นเล็กลง ซึ่งจะทำให้มันพริ้วมากขึ้นกว่าเดิม
เอาไปโบกล่อตรงหน้า กระโดดกันอย่างเมามัน มันไม่สนใจหรอกว่าสวยหรือเปล่า ขอแค่พริ้วเร้าใจเป็นพอ นี่เป็นท่าเตรียมตัว ตามองไปที่จุดหมาย

ไวจนกล้องจับภาพไม่ทัน (อิอิ... จริงๆ แสงมันมะพออ่ะค่ะ ภาพเลยพริ้วอย่างนี้ :-)

เรื่อยๆ มาเรียงๆ : มันยุ่งยากจริงน้อ

ไม่ว่าจะลงมือทำงานอะไรก็ล้วนแต่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากอยู่เสมอ ทั้งการทำงานกินเงินเดือน ทั้งการรับจ้างทำงานแบบฟรีแลนซ์ ทั้งการจะลงทุนทำอะไรด้วยตัวเอง ทุกอย่างล้วนแต่มีขั้นตอนที่จุกจิก ต้องตัดสินใจ ต้องเสี่ยง ต้องผ่านความเจ็บปวด ความกังวล และทุกอย่าง

ถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็จะไม่มีความยุ่งยาก ไม่กังวล ไม่วุ่นวาย แต่เวลาก็จะผ่านไปอย่างไร้ค่า


วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Handmade Notebook : ลองทำ Headband







เมื่อวานนี้ทำสมุดเพิ่มอีก 2 เล่ม เป็นปกธรรมดาหนึ่งกับทำแบบ Headband Coptic อีกหนึ่ง

ชอบลายของเล่มสีฟ้ามาก เป็นลายเส้นที่วาดได้สนุกสนาน ประกอบกับสีสันที่สดใสทำให้สมุดดูมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่การเย็บยังคงออกมาไม่ดีนักเช่นเคย

ส่วนเล่มสีชมพู ลวดลายก็สดใสสนุกสนานเช่นกัน เล่มนี้ลองเล่นกับการเย็บแบบ Headband ที่แกะวิธีทำมาจากเว็บไซต์ ที่บอกว่าแกะก็เพราะถึงเขาจะมีวิธีทำมาให้ แต่ก็ช่างดูได้ลำบากนัก บางขั้นตอนก็ไม่ได้บอกไว้ เช่นการผูกปม ฉันก็เลยต้องมั่วได้มั่วดีอีกเช่นเคย

ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือสมุดขนาดเล็ก (A6) อีกหนึ่งเล่ม ที่ยังไม่รู้ว่าจะไว้ทำอะไรเลย ช่วงฝึกเย็บนี่คงต้องเอาสมุดไปไล่แจกชาวบ้านเขาเยอะเลยล่ะ ยังไม่รู้เลยว่าฝึกไปฝีมือจะดีขึ้นจนทำมาหากินกับมันได้หรือเปล่า หรือว่าทำได้แค่งานอดิเรกยาม (ไม่) ว่างเท่านั้นเอง

drawing : สถานที่ที่ไม่เคยไป ...บนภาพวาดสีน้ำ




ไม่ได้วาดภาพสีน้ำมานาน ส่วนใหญ่ฉันชอบวาดภาพด้วยดินสอเสียมากกว่า น่าจะเป็นเพราะการลงสีกับฉันยังไม่ค่อยเป็นมิตรกันสักเท่าไร ก็เลยพยายามเลี่ยงไปเลี่ยงมา แต่ก็ไม่อยากทิ้งไปซะทีเีดียว วันนี้เลยไปค้นหารูปภาพจากเว็บมาใช้เป็นแบบในการวาดภาพ

ถึงจะไม่ได้ไปเที่ยวกับเขา ก็ขอวาดภาพที่นั่นแทนก็แล้วกันนะ

เป็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวในกรีซ พยายามพิถีพิถันในการลงสีสักหน่อยวันนี้ ภาพแรกเป็นภาพก่อนลงสีเส้นขอบ อีกภาพหลังจากลงเส้นขอบด้วยปากกาแล้ว

ยังต้องฝึกอีกเยอะเลยนะ

ต้นไม้ : ดอกไม้งามริมหน้าต่าง



เมื่อก่อนสมัยยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง แคคตัสเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้หลายสายพันธุ์ เจอที่ไหนก็ต้องซื้อมาปลูก คร้ังแรกที่มันออกดอกจำได้ว่าดีใจมาก และมันก็ออกดอกก็บ่อยจนน่าแปลกใจเพราะฉันไม่เคยใส่ปุ๋ยให้มันเลย

จนบัดนี้เมื่อมีบ้านแล้ว ต้นไม้อื่นๆ เริ่มเข้ามาครอบครองส่วนต่างๆ ของสวนจนบดบังแสงแดดไปเสียเกือบหมด แคคตัสตายไปหลายต้นเนื่องจากขาดแสง ที่เหลืออยู่ก็ดูเฉาๆ ไม่สดชื่น

จนกระทั่งฉันเริ่มเอาต้นไม้ไปปลูกไว้บนระเบียงหน้าบ้านชั้นบน แคคตัสเริ่มได้แสงแดด ลำต้นเริ่มอวบงามเช่นเดิม

และวันนี้มันก็ออกดอกให้ชื่นชมอีกครั้ง

***
In the day I didn't own a house, I grew up some cactus. In the first time they blossom, I was so happy. They frequency blossom that I so wonder cause I never fertilized them.

Until I have a real home, I grow up a lot of plant and tree so the sun can't shine through the ground. The cactus died mostly, the others was fade and unlively.

I began to place the plants on the porch upstairs and my cactus get the sunshine again. They start to strong.

Today it blossom so beautiful as before.

***
(The English Version is my practice to write English.)




วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เล่นเกม : Angry birds เล่นเพลินเกินห้ามใจ





เพิ่งจะได้ติดตั้งเล่นเกม Angry Bird เมื่อสองสามวันมานี่ ติดเสร็จก็เล่นอย่างเมามันฝ่าไปทีละด่านอย่างอดทน รอบแรกที่เล่นไม่รู้ว่านกบางตัวมีเครื่องมือพิเศษติดตัว เลยเล่นไปธรรมดา กว่าจะผ่านได้เหนื่อยเลย กว่าจะรู้ก็โน่น เล่นไปหลายสิบด่านแล้ว

มีเกริ่นเรื่องของสงครามระหว่างนกพิโรธกลุ่มนี้กับหมูไว้ว่าพวกหมูไปขโมยไข่ของนกเพื่อเตรียมลงทอด ฝูงนกจึงออกโรงมาทำสงครามครั้งนี้ โดยใช้ตัวเองเป็นอาวุธสังหารพวกหมูที่ตั้งป้อมอยู่ในที่ตั้ง

แต่ละด่านเราจะพบกับค่ายของพวกหมูที่สร้างสรรค์กันออกมาเพื่อป้องกันการโจมตี ส่วนผู้เล่นก็มีหน้าที่ในการยิงหนังสติ๊กส่งพวกนกไปโจมตีค่ายพวกนั้น

อย่างที่บอกว่ารอบแรกยังไม่รู้ว่านกแต่ละแบบมีคุณสมบัติต่างกันไป นกสีแดง พวกแรกเป็นพวกจู่โจมแบบธรรมดา นกสีฟ้าตัวเล็กสามารถแบ่งร่างได้กลางอากาศ นกสีเหลืองก็เพิ่มความแรงในการพุ่งชนกลางอากาศ นกสีดำเป็นลูกระเบิด และนกสีขาวปล่อยไข่ออกมาโจมตีได้กลางอากาศ (ปัจจุบันเล่นได้ถึงนกสีขาว ไม่รู้ว่าจะมีนกสีอื่นอีกหรือเปล่า)

ไอ้เจ้าคุณสมบัติพิเศษนี่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราคลิกเมาส์ในเกมตอนที่พวกนกลอยอยู่กลางอากาศ ยกเว้นนกสีดำ ที่ต้องกดระเบิดเมื่อมันไปตกในตำแหน่งที่เหมาะๆ แล้วนั่นเอง

เกมสนุกก็ตรงที่เราต้องมีหน้าที่ในการตั้งมุมในการยิง เลือกว่าจะโจมตีตรงไหนเพื่อให้ได้ผลตามจำนวนนกที่มีอยู่ (เพราะมีนกจำนวนจำกัดและไม่เท่ากันในแต่ละด่าน) และเมื่อต้องใช้คุณสมบัติพิเศษก็ต้องเลือกจังหวะคลิกเมาส์ให้พอดิบพอดี โดยเฉพาะการหย่อนไข่กลางอากาศ ต้องแม่นทีเดียวถึงจะได้ผล

เข้าไป search หารูปของนกพิโรธพวกนี้ ถึงรู้ว่าเขาเล่นกันมานานแล้ว เชยซะ Y_Y

และได้เจอหลายอย่างที่น่ารักของแฟนๆ บางคนแต่งตัวเป็นพวกนก ทั้งๆ ที่ดูจากหน้าตา อายุก็ไม่น่าจะน้อย ช่างทำไปได้นะ






วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Handmade Notebook : ทีละนิดกับการฝึกทำสมุด







วันนี้กับการฝึกหัดสมุดทำมือไ้ด้ลงมือทำสมุดเพิ่มอีก 2 เล่ม ครั้งนี้ใช้กระดาษห่อของขวัญที่ไปหาซื้อมาจาก The Mall วันนี้ก็เช่นเคยลงมือทำได้ 2 เล่ม

ด้วยฝีเข็มที่ยังไม่คงที่ทำให้มีการดึงแน่นไปบ้าง หลวมไปนิด กับการเย็บที่ยังคงงุนงงกับมันอยู่บ้าง ก็ได้สมุดที่หน้าตาดีขึ้นมาหน่อย ที่ดีขึ้นไม่ได้จากฝีมือนะ แต่จากความงดงามของกระดาษต่างหาก

(เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างตรงโต๊ะทำงานก็จะเห็นมุมนี้ ดอกแคคตัสกำลังจะบาน)

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แมวแสดง : น้ำหนักแมวๆ




เมื่อวานมีพัสดุมาส่งที่บ้านตอนบ่าย ราวบ่ายสาม ห่อใหญ่เสียด้วยแต่เป็นห่อแบบแบนๆ เซ็นรับแบบงงๆ ว่าฉันสั่งซื้ออะไรไว้เหรอ ไม่น่าใช่ ตังค์ก็ใช่ว่าจะมีสั่งอะไรได้เยอะ นานน้านถึงจะมีสั่งของกะเขาสักที

เซ็นชื่อเสร็จบุรุษไปรษณีย์ส่งของให้พร้อมเตือนว่า "หนักนะครับ" หนักจริงๆ ด้วย ระหว่างเดินเข้าบ้านก็ยังคิดว่ามันอะไรหว่า

อ๋อ... นึกออกแล้ว แลกแต้มบัตรเครดิตไว้นี่นา เป็นเครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอล ว่าแต่มันใหญ่งี้เชียว

ว่าแล้วก็จัดการแกะลอกปอกออกมาได้ทีละชั้น นับจากกล่องด้านนอกก็ 4 ชั้น กล่องส่งพัสดุ -> กล่องสินค้าที่มีหน้าตาของเครื่องชั่งให้ดู -> กระดาษลูกฟูกห่อเครื่องชั่งอีกชั้น -> ซองพลาสติกห่อเครื่องชั่ง

ออกมาก็ได้เครื่องชั่งน้ำหนักสัญชาติเยอรมัน เป็นกระจกเรียบๆ หน้าตาเช่นนี้แล เลยจัดการเอาไปชั่งน้ำหนักให้ลูกๆ ซะ ตัวที่หนักสุดก็คือไอ้เต็ม (ตามที่คาด) น้ำหนัก 6.2 โล เบาสุดก็คือไอ้แต่ง คือ 3.7 โล ตอนวางไอ้แต่งลงบนเครื่องชั่งให้มันนั่งเอง เครื่องไม่ทำงานแฮะ นึกว่าเสียซะตั้งแต่เริ่มชั่ง ปรากฏว่าไอ้แต่งมันเบาเกินกว่าที่เครื่องจะทำงานน่ะเอง ฮ่า ฮ่า

ก่อนนี้เคยซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักมาใช้สองเครื่องแบบราคาไม่เกิน 300 บาท เสียซะตั้งแต่เอาเข้าบ้านทั้งสองเครื่อง เลยไม่เคยซื้อเครื่องชั่งมาตั้งแต่นั้นมา ประกอบกับฉันเองไม่ค่อยสนใจเรื่องน้ำหนักของตัวเองสักเท่าไร ดังนั้นจึงถือว่าเครื่องนี้เป็นเครื่องแรกในชีวิตละกัน

Handmade Notebook : ในระหว่างทางฝึกฝนเย็บสมุด

ตอนนี้ก็ยังฝึกหัดทำสมุดอยู่ วันนี้ไปหาซื้อกระดาษแข็งมาใช้ทำปก เพราะกระดาษลูกฟูกใช้ไม่ค่อยดีเท่าไร มันอ่อนไป ได้กระดาษแข็งสีน้ำตาลเบอร์ 32 มาสองแผ่น ราคาแพงมากๆ แผ่นละ 31 บาทแน่ะ ไม่เหมาะกับการฝึกฝีมือสักเท่าไร รอให้เชี่ยวก่อนละกันค่อยใช้ เลยไปหยิบเอาแบบแผ่นบางลงมาอีกหนึ่งแผ่น (จากอีกห้างหนึ่ง) พอตัดแล้วก็ใช้ได้นะ ไม่ขี้เหร่เลยล่ะ

ส่วนกระดาษเนื้อในก็ได้แบบรีไซเคิลหนึ่งรีม กระดาษสีคล้ายกับถนอมสายตาอยู่เหมือนกัน แต่ราคาถูกกว่าราว 30 บาท

ถึงบ้านก็ตัดกระดาษแข็งเอง เล่นเอาเมื่อยนิ้วไปเลย (ตอนกดคัทเตอร์) ตอนนี้ยังไม่ได้ใช้กระดาษห่อของขวัญ ยังได้ซื้อด้วยน่ะแหละ เท่าที่เคยทำก็คือใช้กระดาษจากนิตยสารภาษาอังกฤษ ทำให้ปกดูแนวๆ เสียหน่อย แต่วันนี้ติดกาวแล้วกระดาษนิตยสารมันย่นยืดไปค่อยดีนัก คงต้องปรับเปลี่ยนหากระดาษอื่นมาใช้แทน อาจมีการใช้ผ้าร่วมด้วย

ตอนนี้พักไว้ให้กาวแห้งก่อน แล้วมานั่งดูขั้นตอนการเย็บอีกครั้ง คืนนี้ตอนไปเฝ้าแมวจะได้เย็บสักสองเล่ม

และนี่คือผลงานที่ได้ วาดรูปการ์ตูนบนกระดาษขาวแล้วตัดแปะลงไปสักนิด ก็ทำให้น่ารักขึ้นได้นะ โดยเฉพาะปกที่เป็นของฟาสต์ฟูด หายากมากนะ เพราะนานน้านจะได้กินกะเขาสักที

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

อ่านหนังสือ : แคนโต้หมาแมว ...ฉบับนี้มีแต่แมว







"แคนโต้ เป็นร้อยกรองร่วมสมัยของไทยประเภทหนึ่ง เป็นกลอนเปล่าไม่มีสัมผัส มี ๓ บาท บาทละ ๑ วรรค ในแต่ละวรรคไม่กำหนดจำนวนพยางค์ ลักษณะเด่นของแคนโต้คือใช้คำน้อย แต่ให้ความหมายลึกซึ้ง คล้ายโคลงไฮกุของญี่ปุ่น

แคนโต้เป็นบทกวีร่วมสมัย ที่เกิดขึ้นโดยชายไทยที่ชื่อ ‘ฟ้า พูลวรลักษณ์’ เขาค้นพบแคนโต้โดยความบังเอิญจากการขีดเขียน ซึ่งเขาเห็นว่าบทกวีสามบรรทัดสามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีกว่าสิบบรรทัด คำว่า ‘แคนโต้’ จึงถือกำเนิดขึ้นในวงการกวีร่วมสมัย เสน่ห์ของแคนโต้คือความสั้น ง่าย ไร้ฉันทลักษณ์ แต่ละบท แต่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกได้ดีเทียบเท่ากวีที่มีสัมผัสหลายสิบบรรทัด แคนโต้แต่ละบท ซึ่งการที่ผู้อ่านจะเข้าถึงอารมณ์ของบทกวีสามบรรทัดนี้ได้นั้น ต้องอาศัยการปะติดปะต่อและจินตนาการ ต่อเติมช่องว่างระหว่างตัวอักษรที่ร้อยเรียงกันในแต่ละบรรทัด แคนโต้ ถึงแม้จะเกิดขึ้นไม่นาน แต่คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งก็ให้ความสนใจและหลงใหลไปกับเสน่ห์ของบทกวีเจียมถ้อยคำเหล่านี้ ดูได้จากเว็บไซต์ http://www.thaicanto.com ที่ไม่เคยว่างเว้นจากนักกวีแคนโต้"


ภาพด้านบนเป็นแคนโต้แบบการ์ดทำมือ เป็นภาพแมวประกอบแคนโต้น่ารักๆ ที่เกี่ยวกับแมว จำนวน 20 แผ่น (แผ่นปะหน้าอีก 1 แผ่นรวมเป็น 21) ภาพอัดบนกระดาษอัดรูปติดกาวบนกระดาษการ์ดแข็งสีดำ

ภาพแมวเป็นภาพถ่ายแมวในท่าทางต่างๆ น่ารัก บรรจุอยู่ในซองพลาสติก