วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ร้านอาหาร : มาการอง ร้าน cafe de tu





ในขณะที่บางคนนั่งเครื่องบินไปหาของกินราคาถูก แต่ฉันกลับนั่งรถไฟฟ้าไปหาซื้อขนมราคาแพงมากิน อันเป็นกิจกรรมที่ป๋าอนุมัติมาแล้ว ดังนั้นเจ้าขนมสีสันงดงามเหล่านี้จึงมาอยู่ในมือของฉัน ว่ะ ฮ่ะ ฮ่า

สีสันน่ากิน ลวดลายที่ถุงและกล่องสวยมากๆ ชอบ แต่ยังไม่ได้ลิ้มชิมรสชาติว่าจะคุ้มกับราคาชิ้นละ 40 บาทหรือไม่

ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงบ้าขนมที่ทำจากไข่ขาวทุกชนิด ที่ไม่เพียงมาการองเท่านั้น แต่ยังมีเมอแรง ขนมเบื้องไส้ครีมขาวๆ (ขอครีมเยอะๆ) และอีกอย่างที่เคยเห็นแต่ในเว็บยังไม่เคยได้ลิ้มลองนั่นคือ Pavlova

นอกเหนือจาก Pavlova ที่ยังไม่เคยได้กิน เจ้ามาการองนี่ถือว่าหาซื้อยากมาก และแพงอีกต่างหาก เมื่อได้ยินว่าที่เอ็มโพเรียมมีเทศกาลขนมหวานจึงดั้นด้นไป แต่กลับพบว่ามีบูธขายขนมอยู่ไม่น่าเกิน 15 เจ้า ที่ดูอ้างว้างเงียบเหงา ผิดกับงานทำนองเดียวกันที่จัดที่ Future Park รังสิต (แต่ช่วงนั้นยังไม่อยากกินนี่นา)

วันนี้อิ่มตันจากขนมหวานนอกบ้าน เจ้ามาการองชุดนี้ก็เลยเก็บไว้วันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป ตอนนี้ยังสองจิตสองใจว่าจะหาซื้อเตาอบมาทำขนมพวกนี้กินเองที่บ้านดีกว่ามั้ย กลัวจะเบื่อทำน่ะสิ -_-


หมายเหตุ : ชีวิตช่วงหลังๆ นี่นอกจากของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและหนังสือ ฉันแทบไม่ซื้อข้าวของมาเก็บสะสมในบ้าน ดังนั้นฉันกับป๋าจึงตกลงกันว่า การออกไปหาสถานที่ท่องเที่ยวจะเป็นการออกไปหาของกินกันแทน ตอนนี้เลยทุ่มเทกับการกินเต็มที่ล่ะคร้าบบบบ



อ่านหนังสือ : นักสืบน้อยแห่งเอ็คโคฟอลส์ ตอน โพรงพิศวง

หน้าปกหนังสือเล่มนี้มีแมวเป็นตัวเด่น แต่ในเนื้อเรื่องแมวตัวนี้ผลุบๆ โผล่ๆ มาให้เห็นเพียงเล็กน้อย สัตว์เลี้ยงตัวเด่นกลับเป็นหมาชื่อไนเจลที่ท่าทางดูทึ่มๆ แต่แอบฉลาด (มั้ง)

เจ้าไนเจลนี่โผล่มาช่วงกลางเรื่อง ตอนที่อิงกริด สาวน้อยอายุ 13 กำลังออกไปเก็บรองเท้าสตั๊ดสีแดงที่เธอลืมไว้ในบ้านที่มีคนถูกฆาตกรรม จากนั้นมันก็ตามมาแย่งที่นอนของอิงกริด เรียกว่าเบียดจนเจ้าของเตียงชิดติดผนังเลย จนดูเหมือนว่าเกือบทุกฉากที่เจ้าไนเจลปรากฏตัว จะเป็นฉากที่เรียกรอยยิ้มกว้างจนถึงขำกันเลยทีเดียว



หนังสือเรื่อง นักสืบน้อยแห่งเอ็คโคฟอลส์ ตอน โพรงพิศวง เป็นเรื่องราวการสืบสวนคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า เอ็คโคฟอลส์ ซึ่งไม่เคยเกิดคดีทำนองนี้มาก่อน

อิงกริด เลวิน-ฮิลล์ เป็นสาวน้อยอายุ 13 ปีที่ชื่นชอบหนังสือชุดเชอร์ล็อคโฮล์มส์เอามากๆ มีการนำเอาคำพูดหลายคำมาจากหนังสือเพื่อเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตที่เริ่มจะวัยรุ่น เธอเกิดไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้โดยบังเอิญและโดยจงใจ เธอทำให้ตำรวจจับคนผิดไปเข้าคุก เธอจึงหวังจะช่วยขี้เมาสองคนนั่นโดยการลงมือสืบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง จนทำให้เกือบเอาชีวิตแทบไม่รอด

วรรณกรรมเยาวชนแนวสืบสวนเล่มนี้ไม่ได้นำเสนอแต่เฉพาะเรื่องของการสืบหาฆาตกร มันยังนำเสนอเรื่องราวชีวิตวุ่นๆ ของอิงกริดที่มีทั้งการต้องดัดฟัน การเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน การทะเลาะกับพี่ชาย พ่อแม่ที่เริ่มมีปัญหาทางด้านการเงิน ถูกครูคณิตศาสตร์กล่าวหาว่าโกงข้อสอบ มีเด็กหนุ่มมาติดพัน และอีกหลายเรื่อง



อ่านแล้วสนุกติดหนึบจนต้องหยิบติดมือไปอ่านด้วยในวันเดินทางเข้าเมืองไปทำธุระ อ่านได้เพลินๆ ระหว่างนั่งรถเมล์จนถึงจุดหมายอย่างไม่รู้ตัว

ที่แน่ๆ ตอนนี้ชักอยากอ่านเชอร์ล็อค โฮล์มส์ขึ้นมาแล้วสิ เห็นหลายเรื่องเขียนถึงหนังสือชุดนี้ แต่ยังเข็ดขยาดกับหนังสือแปลบางเล่มที่แปลออกมาได้อึ้งเอามากๆ (อึ้งและทึ่งจนเสียดายตังค์ค่าหนังสือ) เลยเล็งๆ หนังสือชุดนี้ในภาคภาษาอังกฤษไว้ แต่ถ้าจะอ่านก็คงต้องขอให้มีเวลากับมันจริงๆ จังๆ เสียก่อน ตอนนี้ทำงานก่อนดีกว่านะ ^__^


วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ร้านอาหาร : macaron macaroon มาการอง มาการูน มากาฮอง

ช่างเป็นชื่อขนมที่มีหลากหลายเสียจริง จู่ๆ วันหนึ่งฉันก็เกิดอยากกินขนมหน้าตาแบบนี้ ไม่รู้เป็นเพราะเห็นจากในเว็บหรือในปกหนังสือที่คิโนะฯ (ที่เปิดเป็นโต๊ะขายหนังสือทำมาการองนี่โดยเฉพาะ แซมด้วยขนมเค้กอื่นๆ) ดังนั้นพอได้ไปเดินในเมืองก็เลยไปหาซื้อมาลองกิน

เมื่อก่อนตอนไม่สนใจจะกินก็เหมือนจะเห็นเยอะนะ แต่พอจะหาซื้อจริงๆ กลับหาไม่ค่อยมี เดินกันซะวนเวียนหลงทาง ไปเจอกล่องแรกที่อิเซตันบนกล่องที่เขียนว่า BUONO อีกกล่องไปได้ในสถานีรถไฟฟ้าสยามที่ร้าน cupcake

สีสันได้ใจจริงๆ รสชาติก็หวานมากๆ กินได้แค่ครั้งละชิ้น ไม่งั้นคงเลี้ยนตาย ไว้วันหลังค่อยไปสอดส่ายสายตาหาตามห้างอีกดีกว่า






วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

แมวแสดง : มาเล่นกะหนูเถอะ

 เหตุเกิดขณะเย็บสมุดอยู่เมื่อคืนวาน 
จู่ๆ ไอ้เต็มก็กระโดดขึ้นโต๊ะแล้วเดินเหยียบอุปกรณ์ทุกอย่างมานอนแหมะตรงหน้า

"ม่าม้ามาเล่นกะหนูดีกว่า"


"ทำอะไรเนี่ย ไม่เห็นน่าสนใจเลย" 


"น่านะ" ทับซะเลย "สนใจหนูดีกว่า" 
ไอ้เต็มกลายเป็นที่ทับหนังสือไปแล้ว  น้ำหนักใช้ได้เลย


"เดี๋ยวหนูงอนนะ"


"นี่อ้อนสุดแล้วนะ"  


"ชิส์ ไม่เล่นก็ตามใจ แต่ม่าม้าอย่าทำงานเลย"




เที่ยว : หัวหิน-ชะอำ

เปลี่ยนบรรยากาศจากเที่ยวป่าเขามาเที่ยวทะเลบ้าง เปลี่ยนจากกางเต้นท์เองไปเป็นพักโรงแรม เปลี่ยนจากทำกับข้าว มานั่งกินในร้านอาหาร ก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศได้บ้าง

เปิดแผนที่เดินทางกันเลยค่ะ
+++++++++++++++++++++++++++++++









 




เริ่มจากขับรถไปหาที่เดินเล่นที่หัวหิน เล็งไว้ที่ตลาดน้ำหัวหิน, ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม และเพลินวานอันขึ้นชื่อ รู้สึกผิดหวังกับสถานที่เที่ยวทั้งหมดนี้เลย ทุกที่สร้างขึ้นมาให้สวยงามแล้วให้พ่อค้าแม่ค้ามาจับจองขายสินค้า ดูแล้วไม่ต่างจากตลาดนัดทั่วไปเลย ผิดกันแต่ว่าสถานที่สวยเหมาะกับการถ่ายภาพ ให้สงสัยว่าคนที่ค้าขายในนั้นจะขายของได้พอค่าเช่าหรือเปล่า โดยเฉพาะที่เพลินวานที่เห็นส่วนใหญ่จะไปถ่ายภาพกันในมุมสวยๆ

ก่อนไปเจอเพลินวานตัวจริง คิดว่าเป็นสถานที่กว้างมากๆ แต่พอไปเจออารมณ์เหมือนไปพบกับพระปรางค์สามยอดที่ลพบุรี จากภาพถ่ายที่เคยเห็นเข้าใจว่าอยู่กลางทุ่งนาป่าเขา แต่กลายเป็นอยู่ตรงวงเวียนกลางเมืองที่เต็มไปด้วยตึกแถวและรถราขวักไขว่

ที่สำคัญก็คือที่เพลินวานต้องเสียค่าจอดรถแพงมากๆ 40 บาท กับเวลาในการเดินเล่นไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ครั้งหน้าถ้าไปคงไปเดินเล่นในตลาดจริงๆ ของหัวหินจะดีกว่าล่ะมั้ง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++





 กลับมาพักที่ชะอำ ไม่ได้จองห้องไว้เพราะเข้าใจว่าคงไม่ค่อยมีคนมา ก็วันพืชมงคลไม่ใช่วันหยุดของเอกชนนี่นา กลายเป็นว่าคนเยอะทีเดียว โรงแรมที่ตั้งใจว่าจะไปพักก็เต็ม เลยมาตระเวนขับหาที่พักจนไปได้โรงแรมแห่งหนึ่งในซอกตึก สะอาดใช้ได้

มาทะเลก็ตั้งใจไปกินอาหารทะเล ทางโรงแรมแนะนำร้านอาหารทะเลชื่อดังติดทะเล บอกว่าเดินไปหนึ่งกิโลฯ ก็เคยเดินนะหนึ่งกิโลเมตร ไม่เท่าไรหรอก แต่หลังจากเดินมาสักพักก็ไม่ถึงซะที ชักสงสัยว่าไม่ใช่หนึ่งกิโลแล้วล่ะ ไหนจะขากลับอีก โอ้ยยย

เดินจนเหนื่อยจนต้องเช่าจักรยานแล้วให้ป๋าขี่กลับไปเอารถที่โรงแรมแล้วค่อยขับกลับไปกิน จากนั้นก็ไปนั่งรอในร้านอยู่สักพัก เห็นแววว่าคงจะต้องนั่งหง่าวรออีกนาน ด้วยอาณาเขตของโต๊ะอาหารที่กว้างขวางเทียบกับปริมาณเด็กเสิร์ฟ (แล้วยังมีท่าทีของเด็กเสิร์ฟที่ไม่ค่อยสบตา) ดูท่าว่าคงหนีไม่พ้นต้องรอคอยนานและอาหารอาจตกหล่น อย่ากระนั้นเลย เปลี่ยนร้านละกัน

ร้านนี้เล็กลงหน่อย อาหารใช้ได้ สั่งมาไม่กี่อย่าง แต่อิ่มแน่นอย่างไม่น่าเชื่อ

เช้าอยากลงเล่นน้ำแต่ก็ต้องผิดหวังอีกแล้ว แมงกะพรุนตัวเล็กๆ น่ารัก แต่คงคันคะเยอะลอยฟ่องเต็มชายหาด เลยได้แช่น้ำเล็กๆ น้อยๆ ที่ริมฝั่ง แล้วถ่ายภาพเจ้าตัวน้อยกลับมาให้ดูกัน


 


Handmade Notebook : ทดลองทำสมุด

หลายวันมานี่นั่งทำสมุดหลากหลายแบบ คิด ร่างแบบในใจหรือในกระดาษ แล้วลงมือทำ ได้มาทั้งที่ใช้ได้และไม่ได้




 แบบนี้เป็นแบบที่เขาเรียกว่า Piano Hinge ใช้เศษกระดาษและตะเกียบ มัดหัวท้ายด้วยไหมพรม


แบบนี้เย็บแบบ French Link ไว้บนริบบิ้น โดยใช้ริบบิ้นเป็นตัวยึดยกกระดาษในส่วนกลางเข้าด้วยกัน แล้วร้อยริบบิ้นเข้ากับกระดาษแข็งที่ทำปก




เล่มนี้สิ เป็นแนวทดลองอย่างแท้จริง เป็นการทำแบบที่เรียกว่า Flag โดยตัดโปสการ์ดแผ่นเดียวเป็น 12 ส่วนแล้วติดลงในกระดาษที่พับคล้ายแอคคอเดียน พอเปิดออกดูแล้วจะได้ภาพที่แปลกตาใช้ได้ทีเดียว ^^




เล่มที่ใช้ผ้าสักหลาดที่เหลือจากทำสมุดครั้งก่อน มาเย็บกระดาษทีละยกๆ เข้าด้วยกัน แต่งด้วยลูกปัด





สุดท้ายที่ทำเมื่อคืน เป็นสมุดปกแข็ง หุ้มปกด้วยผ้ายืนเก่า ปกดุนนูน แต่ออกมาหน้าตาตลกเหมือนกันแหละ

---------------
สำหรับผู้สนใจการทำสมุด หาซื้อหนังสือ "ลงมือทำสมุด" ได้ตามร้านหนังสือ เช่นนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S คิโนะคูนิยะ  หรือที่เว็บของสำนักพิมพ์ www.tortaobooks.com ซึ่งจะจำหน่ายในราคาพิเศษค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อ่านหนังสือ : แค้น Ice Princess


อเล็กซ์ หญิงสาวที่ดูสมบูรณ์แบบทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและฐานะทางสังคม ถูกพบเสียชีวิตในอ่างอาบน้ำภายในบ้านพักชนบทที่เธอมาพักทุกสุดสัปดาห์ จากฉากที่ดูปราดเดียวคงมีคนคิดว่าเธอฆ่าตัวตาย แต่แท้จริงเธอถูกฆาตกรรม

การสืบสวนเพื่อหาตัวฆาตกรนั้นทำให้เกิดคลื่นที่กระเพื่อมออกไปในทุกทิศทาง มันขุดคุ้ยอดีตที่เกือบถูกลืมเลือนไปกว่า 25 ปีขึ้นมาใหม่ ความอัปลักษณ์ของเรื่องราวจึงผุดโผล่ขึ้นมา

หนังสือเล่มนี้เป็นวรรณกรรมสวีเดนที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง และกระบวนการแปลและพิสูจน์อักษรได้ทำลายความน่าอ่านของมันลงอีกระดับหนึ่งอย่างน่าเสียดาย

ชื่อภาษาอังกฤษของหนังสือ Ice Princess ได้บ่งบอกบางอย่างถึงตัวตนของอเล็กซ์ได้ตั้งแต่เธอยังมีชีวิตอยู่จวบจนในยามที่เธอเสียชีวิต ตั้งแต่เด็กเธอดูเหมือนคนที่ซุกซ่อนบางอย่างไว้ภายใต้ความเยือกเย็น ไม่มีใครเข้าถึงเธอได้ เธอกีดกันทุกคนออกไปจากชีวิต ทั้งเพื่อนสนิทและสามี เธอจึงมองดูเหมือนเจ้าหญิงน้ำแข็ง และในบ้านอันเยือกเย็น อ่างน้ำที่เธอนอนเสียชีวิตนั้น น้ำแข็งได้ก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวเธอเหมือนเป็นตัวสะท้อนตัวเธอออกมาในอีกแง่มุมหนึ่ง

ด้วยเนื้อเรื่องที่แตกต่างจากนวนิยายอเมริกันที่เรามักจะคุ้นเคยมากกว่า การเดาตัวฆาตกรจึงเป็นไปได้ยาก เรื่องราวจึงน่าติดตามมากเลยทีเดียว

แต่ก็น่าเสียดายที่การแปล การตรวจต้นฉบับ และการพิสูจน์อักษรทำได้ไม่ดีเอาเลย

ในเรื่องการพิสูจน์อักษร ไม่มีอะไรผิดพลาดในเรื่องตัวสะกด แต่ผิดพลาดเอามากๆ ในการเว้นวรรคในแต่ละประโยค ที่มักเคาะเว้นวรรคมากเกินจำเป็น ทำให้เนื้อหาไม่ต่อเนื่องกัน อ่านแล้วสะดุด ขาดๆ เกินๆ บางประโยคต้องเคาะก็ไม่เคาะ ก็เลยต้องเสียเวลาอ่านทำความเข้าใจหลายรอบ

การแปลและการอ่านตรวจต้นฉบับที่อย่างหลังน่าจะเป็นหน้าที่ของบรรณาธิการก็ทำได้ไม่ดี เนื้อหาบางอย่างแปลออกมาได้ขัดแย้งกัน เหมือนแปลผิดหรือตกหล่น บางทีคำเชื่อมประโยคก็ให้ความหมายที่ผิดไปคนละทางเลย บรรณาธิการน่าจะเป็นคนที่มีหน้าที่อ่านแล้วจับผิดเรื่องพวกนี้แล้วนำไปเทียบเคียงกับต้นฉบับเพื่อให้ดูว่ามันผิดหรือเปล่า พออ่านไปสักพักก็ชักไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าตรงส่วนที่แปลมาแล้วสละสลวยนั้นมันถูกต้องหรือไม่

หลังๆ ฉันมักเห็นผลงานการแปลของนักแปลที่ไม่รอบคอบและบรรณาธิการที่ขาดประสบการณ์ทำงานออกมาแบบนี้บ่อยมากๆ จริงๆ แค่นักแปลอ่านงานของตัวเองทบทวนก็น่าที่จะสะดุดกับความต่อเนื่องของแต่ละประโยคได้ในทันที ทำให้คิดว่านักแปลบางคนไม่อ่านทวน แปลเสร็จก็ส่งมาเลย ส่วนบรรณาธิการก็เหมือนอ่านหนังสือไม่แตกฉาน (ละมั้ง) หรือรีบ หรือมอบหน้าที่นี้ให้กับพิสูจน์อักษรอย่างเดียว ทำให้ละเลยความถูกต้องไปได้อย่างไม่น่าเชื่อและน่าเสียดาย