วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Handmade Notebook : สมุดปกแข็งหนาพิเศษ

ทำสมุดปกแข็งอีกแล้ว เพื่อฝึกฝีมือ ทำจากกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เหลือจากงานอื่น ขนาดสมุด 8x11 เซนติเมตร ส่วนความหนาก็ 3 เซนติเมตร 

แม้แต่ปกก็ใช้เศษกระดาษสวยๆ มาตัดปะทำปก ^^


กระดาษอะไรนักไม่รู้ที่บ้าน เอามาทำปกสมุดดีกว่า

จับมาตัดแปะบนกระดาษแข็งอีกที

ทำคิ้วสมุด หรือ Headband

ติดกับกระดาษแข็งทำปก

ตัวสมุดครั้งนี้ไม่ใหญ่เลยค่ะ ครึ่งหนึ่งของ A6 แต่หนามากๆ ทั้งหมด 16 ยกกระดาษ

เย็บเสร็จก็กางกันขนาดนี้

กระดาษหลากสีนะเนี่ย

ติดคิ้ว

ประกอบร่างกับส่วนอื่นๆ

แล้วก็นำมาติดปกแข็ง

เสร็จเรียบร้อย


ดูไกลๆ ก็พอได้อยู่

แต่อย่าดูใกล้นักนะคะ

แถมภาพแมวขึ้นอืดอีกภาพ เจ้าบุญเต็ม


สำหรับผู้สนใจการทำสมุด หาซื้อหนังสือ "ลงมือทำสมุด" ได้ตามร้านหนังสือ เช่นนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S คิโนะคูนิยะ  หรือที่เว็บของสำนักพิมพ์ www.tortaobooks.com ซึ่งจะจำหน่ายในราคาพิเศษค่ะ

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Handmade Notebook : สมุดปกแข็ง

กว่าจะทำสมุดปกแข็งสำเร็จได้ ก็ทำผิดพลาดมา 2-3 เล่ม เก็บไว้ใช้เองได้อีกนานเลยค่ะ แต่ในที่สุดก็ทำได้สำเร็จ

รวบรวมเครื่องมือ

เย็บเนื้อในแบบติดริบบิ้น


ตรงนี้เรียกว่า "คิ้วสมุด" หรือ Headband 

ประกอบเนื้อในสำเร็จ

เตรียมรวมร่างกับปก

ประกอบเข้ากับปกแล้ว ตื่นเต้นว่าครั้งนี้จะสำเร็จหรือเปล่า

กรีดสันซะหน่อย

ทับซะอีกนิด

เสร็จสมใจแล้วค่า ^^


สำหรับผู้สนใจการทำสมุด หาซื้อหนังสือ "ลงมือทำสมุด" ได้ตามร้านหนังสือ เช่นนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S คิโนะคูนิยะ  หรือที่เว็บของสำนักพิมพ์ www.tortaobooks.com ซึ่งจะจำหน่ายในราคาพิเศษค่ะ


วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

DIY : Moka Pot กับเครื่องโม่กาแฟ

ฝึกหัดแกะตรายางจากยางลบ ได้เป็นเครื่องใช้ในบ้านมาสองชิ้น ปลื้มซะกับความอดทนของตัวเอง ^^
(หมายเหตุ : นั่นก็เพราะเป็นพวกใจร้อน ทำอะไรละเอียดอ่อนนานๆ กะเขาไม่ค่อยได้ นานๆ ถึงได้งานแบบประณีตแบบนี้ซะที เอ..หรือว่าแก่แล้วมะรู้)


drawing : งานปะติดและวาดภาพ งานทดลอง

มีสมุดที่ลองเย็บเก็บไว้ มันนอนนิ่งอยู่เฉยๆ นานแล้ว จึงหยิบออกมาเพื่อทำงานวาดภาพ ปั้มตรายางแกะเอง และปะติดเศษวัสดุ ยังเหลืออีกหลายหน้าให้เล่น ^^














วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

DIY : เครื่องมือแกะยางลบ ทำตรายาง








เครื่องมือชิ้นใหม่ในห้องทำงานมาถึงบ้านแล้ว เมื่อวานรอไปรษณีย์มาส่งตั้งแต่เช้า มาส่งจริงตอนเย็น (แต่ถ้าวันไหนออกไปกินข้าวตอนเที่ยงนอกบ้าน พี่แกก็จะมาสักเที่ยงถึงบ่ายโมง จึงต้องเดินทางไปรับอีกวันหนึ่ง)

ด้านในห่อมาอีกชั้นอย่างสวยงาม จากร้านใน FB ชื่อ Anything Else เขาใส่ใจจริงๆ ค่ะ

สนใจเข้าไปตามลิงค์นี่เลยค่ะ

https://www.facebook.com/AnythingElse.shop2012

เมื่อคืนเลยจัดการลองแกะ ใช้ได้เลย

จริงๆ ไม่ใช่คนนิยมของแพง ถ้าเลือกได้ก็จะเลือกของที่ราคาถูกและซื้อในไทย แต่เนื่องจากเครื่องมือแกะสลักที่เคยซื้อมามันใช้งานไม่ดีเลย แกะแล้วเยินตลอด เลยต้องหาซื้อเครื่องมือมาใช้งาน แม้จะราคาแพงสักหน่อย T_T'

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

drawing : ลายเส้นเน้นๆ


ไม่ได้วาดมาซะนาน 
อยู่แต่ในบ้าน ไม่มีแบบอะไรน่าสนใจ
เลยได้รูปจากโฆษณาในนิตยสาร
หยิบเอามาวาดเป็นลายเส้นแบบเน้นๆ 

ภาพถ่าย : จากชั้น 21

เวลาได้ขึ้นตึกสูงๆ ชอบไปยืนริมหน้าต่างแล้วมองลงไปข้างล่าง จึงเห็นว่าชีวิตนั้นเล็กนิดเดียวเองเมื่อเทียบกับท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล ^^


DIY : เทป MT ทำเอง






ช่วงนี้นิยมกันเยอะเลยค่ะ เทป MT ก็คล้ายๆ กระดาษกาวของเราค่ะ เขามีสีสันเยอะ แต่ราคาค่อนข้างสูง ที่สำคัญคือลายน่ารักเยอะมากจนเลือกไม่ถูก เลยตัดสินใจไม่ซื้อดีกว่า จะเปลืองเข้าไปกันใหญ่ เพราะเป็นพวกโน่นก็อยากได้นี่ก็น่าซื้อ เลยมาลองทำเองเผื่อจะเบื่อไปเอง 

ใช้กระดาษกาวของเราเนี่ยแหละ แปะไว้บนพลาสติกแล้วติดกระดาษกาวแนวขวางเป็นลาย ทาสีอคริลิก ตอนลอกกระดาษกาวแนวขวางออกสีมันกระเทาะออกมาด้วยอ่ะ ก็แปลกไปอีกแบบ 5555

ไว้ลองใหม่ ^^

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

อ่านหนังสือ : Nightwatch ผู้พิทักษ์แห่งรัตติกาล

เคยดูหนังรัสเซียในชื่อเดียวกัน Nightwatch เรื่องราวของฝ่ายสว่างกับฝ่ายมืดที่ต่อสู้ชิงไหวพริบกันเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับฝ่ายตัวเอง ที่แน่นอนก็คือฝ่ายมืดนั้นคือฝ่ายที่ก่อเรื่องราวให้เกิดปัญหา ตามติดมาด้วยภาคสองในชื่อว่า Daywatch



จากการค้นทางเน็ตพบว่าหนังสร้างจากหนังสือในชุด Watch ทั้งหมด 4 เล่ม ได้แก่ Nightwatch, Daywatch, Twilightwatch และ Lastwatch โดยนักเขียนชื่อเซอร์เก ลุกยาเนนโก (Sergei Lukyanenko) นักเขียนรัสเซีย มีการแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษแล้ว เมื่อรู้เช่นนี้ฉันจึงเฝ้ารอว่าหนังน่าจะมีภาคต่อออกมาอีก 2 ภาค



ชอบแนวของเรื่องราว ที่สร้างออกมาเหนือจริง ฉูดฉาด รวดเร็ว อยากอ่านแต่คิดว่าคงอ่านยาก แล้วเมื่อราวเดือนก่อนได้ไปเห็นหนังสือ Lastwatch ภาคภาษาไทยในร้านหนังสือ แปลโดยคุณสุวิทย์ ขาวปลอด พิมพ์โดยสำนักพิมพ์วรรณวิภา จึงออกตามหาหนังสือมาอ่าน เริ่มจากภาคแรก Nightwatch


ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าใครที่คิดว่าหนังสือจะมีอะไรเหมือนกันกับหนังล่ะก็ ขอให้ปรับเปลี่ยนลบความทรงจำของหนังทิ้งให้เกือบหมด หนังเอาเรื่องราวในหนังสือมาขยำๆ แยกส่วน คัดกรอง แล้วเลือกเอาบางส่วนออกมาใช้ สร้างของใหม่เพิ่มเติมเข้าไปจนออกมากลมกล่อมในแนวทางของหนังที่แตกต่างจากหนังสือ


หนังสือเล่ม Nightwatch ฉบับแปลนี้หนา 640 หน้า แบ่งเนื้อเรื่องออกเป็น 3 ภาค เมื่ออ่านจบคุณก็จะรู้ว่าในหนังที่ชื่อว่า Nightwatch นั้นนำแกนเรื่องมาจากภาค 1 ส่วนหนัง Daywatch นั้นนำเอาแกนเรื่องบางส่วนของภาคที่ 2-3 ของเล่มแรกนี้มารวมกัน ดังนั้น Daywatch เวอร์ชั่นภาพยนตร์จึงน่าจะไม่ใช่เวอร์ชั่นเดียวกับ Daywatch ภาคหนังสือ (ไว้รออ่านเล่ม Daywatch ก่อนถึงจะบอกได้ค่ะ)


สำหรับบล็อคนี้จะเป็นเรื่องของ Nightwatch ภาคหนังสือที่แปลโดยคุณสุวิทย์ ขาวปลอด

เรื่องราวในหนังสือบอกเล่าว่าโลกเรานั้นปะปนไปด้วยคนอีกกลุ่ม (The Other) ที่มีพลังพิเศษเหนือคนธรรมดา คนอีกกลุ่มนี้บางคนเกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายมืดหรือฝ่ายสว่างตั้งแต่เกิด เช่นพวกแวมไพร์หรือหมาป่า (เรื่องนี้ไม่ค่อยแน่ใจนักนะคะ แต่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น) แต่ก็มีอีกกลุ่มที่เลือกได้ว่าต้องการเป็นฝ่ายมืดหรือสว่าง และยังเลือกได้อีกว่าต้องการเข้าร่วมกลุ่ม watch เพื่อพัฒนาพลังพิเศษขึ้นหรือจะอยู่แบบคนธรรมดาที่มีพลังพิเศษเพียงเล็กน้อย พวกเขาเกิดมาจากพ่อแม่ที่เป็นคนธรรมดาทั้งสิ้น

เมื่อพันปีก่อน ฝ่ายมืดและสว่างได้จับมือกันเลิกสงคราม และดำรงไว้ซึ่งความสมดุลย์ โดยต้องมีคนของอีกฝ่ายเป็นผู้คอยตรวจสอบอีกฝ่าย ฝ่ายสว่าง (Light) ตั้งผู้ตรวจสอบฝ่ายมืดในชื่อว่า Nightwatch ในอีกด้าน ฝ่ายมืด (Dark) ก็ตั้งผู้ตรวจสอบฝ่ายสว่างในชื่อว่า Daywatch

พวกเขามีข้อตกลงกันหลายอย่าง การใช้พลังพิเศษของตัวเองกับมนุษย์จะก่อให้เกิดการแทรกแซงที่ทำไม่ได้ เช่น ฝ่ายสว่างใช้พลังช่วยเหลือคนที่กำลังจะตายไม่ได้ และฝ่ายมืดก็ใช้พลังฆ่าคนไม่ได้ด้วยเช่นกัน โดยอาจมีการอนุโลมกันและกันบ้างในบางกรณี เช่น ใบอนุญาตให้ฝ่ายมืดฆ่าคนได้บ้างเพื่อดำรงชีวิต หรือการแทรกแซงเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ส่งผลกับชีวิตคน

ในภาคแรกของหนังสือเราจะได้ทำความรู้จักกับตัวเอกของเรื่องก็คือ อันทอน พนักงานดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของ Nightwatch ซึ่งจู่ๆ ก็ถูกส่งออกไปทำงานภาคสนามในการติดตามแวมไพร์ที่กำลังออกล่าสังหารคน ระหว่างนี้เขาก็ได้พบกับหญิงสาวผู้หนึ่ง สเวตลาน่า ที่มีลมหมุนก่อตัวเหนือหัว เนื่องจากถูกฝ่ายมืดบางคนสาปแช่ง เขาต้องรับหน้าที่คลี่คลายคำสาปนี้ให้ได้ก่อนที่ลมหมุนนี้จะก่อตัวใหญ่โตและกลืนกินทุกคนในมอสโคว์ ไม่เพียงแต่สเวตลาน่าเท่านั้น

ตัดมาที่การตามล่าแวมไพร์ที่ทำผิดกฎของ watch เขาได้พบกับแวมไพร์หนุ่มหนึ่งตนที่กำลังสอนสาวแวมไพร์ตัวใหม่ให้หาเหยื่อซึ่งเป็นเด็ก 12 ขวบที่มีแววว่าจะเป็นผู้มีพลังสูงสุดในยุคนี้ เด็กคนนี้ชื่อว่า อีกอร์ อันทอนได้สังหารแวมไพร์หนุ่มและปล่อยให้แวมไพร์สาวมือใหม่ให้หลุดรอดไปได้ และเขาจึงต้องรับหน้าที่ในการป้องกันอีกอร์จากการกลับมาเอาคืนจากแวมไพร์สาวที่กำลังหิวโหยตนนั้น และชักจูงให้อีกอร์เลือกมาอยู่กับฝ่าย "สว่าง"

พวกเขามีสถานที่ลับที่เข้าไปได้เฉพาะคนที่มีพลังพิเศษที่ฝึกฝนมาเท่านั้น นั่นคือมิติทไวไลท์ อันเป็นโลกที่อยู่คู่ขนานกับโลกของเรา แต่เวลาในนั้นจะเดินเร็วกว่า เมื่อเข้าไปในนั้นคุณจะมองออกมาเป็นโลกของเราเป็นภาพที่เชื่องช้า และในมิติทไวไลท์ก็ยังมีมิติที่ลึกลงไปอีก ซึ่งการเข้าไปนั้นหากไม่มีพลังเพียงพอคุณอาจกลับออกมาไม่ได้ เพราะมันจะกลืนกินพลังและตัวคุณไว้เป็นอาหารของมัน

ในปฏิบัติการเราจะได้พบกับตัวละครอื่นๆ ที่สำคัญในเรื่องราว ทั้ง เกซาร์ หัวหน้า Nightwatch ประจำมอสโคว์ และซาบุลอน หัวหน้า Daywatch ประจำมอสโคว์เช่นกัน โอลก้า นักแปลงร่างที่ถูกทำโทษให้อยู่ในร่างนกฮูกมานาน 80 ปี ที่ถูกส่งไปช่วยเหลืออันทอนในงานนี้ รวมถึงตัวละครรองๆ หลายตัว

หนังสือจะมีการโต้เถียงกันอยู่หลายต่อหลายครั้งในประเด็น "ความดี" และ "ความชั่ว" ที่บ่อยครั้งมันไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นขาวกับดำชัดเจน ความดีบางอย่างก็น่ากังขา ความชั่วบางอย่างก็ไม่ได้เลวร้ายจริงๆ เส้นแบ่งความดีความชั่วจึงออกมาเลือนลาง ถือว่าเป็นหนังสือแนวแฟนตาซีที่ให้มุมมองด้านปรัชญาที่ลึกซึ้งทีเดียว อ่านไปก็ชักมึนพอสมควร ประกอบกับตัวหนังสือที่น่าจะไม่มีการพิสูจน์อักษรอย่างละเอียดนัก จึงมีทั้งคำผิดและการเว้นวรรคที่ผิด สร้างความมึนงงหนักเข้าอีกเมื่อได้อ่าน

เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง คุณจะพบว่าฝ่ายมืดและฝ่ายสว่างเองก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย ต่างก็เต็มไปด้วยแผนการเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง โดยมีคนอื่นเป็นเบี้ยที่จะโยนทิ้งเมื่อไรก็ได้ ถือเป็นการสูญเสียที่จำเป็นและยอมรับได้ ดังนั้นจงฟัง ใคร่ครวญ และเลือกทางของตัวเอง อย่าให้ใครจูงจมูกคุณได้ล่ะ












Handmade Notebook : เจาะกระดาษผิด เลยเอามาทำสมุดแนวทดลอง










เมื่ออาทิตย์ก่อน เจาะรูกระดาษผิดพลาด หลายยกเลย เลยเอามาทำสมุดใช้เอง เลยทดลองแต่ง เนื่องจากเจาะรูเบี้ยว เปียที่เห็นเลยเบี้ยวไปเบี้ยวมา ^o^

นอกจากนั้นยังแทรกกระดาษรูปหัวใจด้วยและมีซองเย็บติดเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อกระดาษ

--------------------
สำหรับผู้สนใจการทำสมุด หาซื้อหนังสือ "ลงมือทำสมุด" ได้ตามร้านหนังสือ เช่นนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S คิโนะคูนิยะ  หรือที่เว็บของสำนักพิมพ์ www.tortaobooks.com ซึ่งจะจำหน่ายในราคาพิเศษค่ะ