วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

ดูหนัง : the cabin in the woods

ห่างหายจากการอัพเดทบล็อคไปนาน อันเนื่องมาจากความเจ็บป่วยทางอารมณ์ หรือเรียกง่ายๆ ก็คืออาการเบื่อของผู้เขียนนั่นเอง พอเกิดอาการนี้ ทุกอย่างในตัวก็จะค่อยๆ เฉื่อยลง ช้าลง จนกระทั่งหยุดนิ่ง จนต้องหาตัวช่วยมาแงะให้ฟื้นขึ้นมาทำกิจการงานของตัวเอง

ห่างหายไปเช่นกันกับการดูหนังอย่างจริงๆ จังๆ ซึ่งก็หมายถึงการดูตั้งแต่ไตเติ้ลเริ่มเรื่องจนถึงรายชื่อนักแสดงท้ายเรื่อง ช่วงที่ผ่านมาจะมีโอกาสได้ดูก็จากโทรทัศน์ดาวเทียม ที่ไม่เคยได้ดูเต็มๆ เรื่องเลย ถ้าไม่เปิดช้าไปก็จะเป็นดูได้ไม่จบ หรือกระท่อนกระแท่นไม่ปะติดปะต่อ

มาเรื่องนี้ได้ดีวีดีมาดูจึงได้หวนคืนสู่สังเวียนอีกรอบ (ขนาดน้านนน)



เห็นโฆษณาเรื่องนี้จากป้ายที่เขาพิมพ์ไปติดไว้ตามตึกแถว (เหมือน) ร้างละแวกห้าแยกลาดพร้าว เห็นคำโปรยแล้วนึกอยากดูขึ้นมา จำไม่ได้แล้วว่าเขียนอะไร ทำนองว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ฉีกแนวออกไปจากเดิม



เอาล่ะได้หนังมาล่ะก็เปิดดู



ดูจบ
...
...
...
...

(คำเตือน .....สปอยล์นิดๆ นะ)












อื่มมมม.... จะว่าฉีกแนวก็ใช่อยู่นะ แต่สนุกมั้ย เอ่อ...ขอคิดก่อนละกัน แต่แหมถ้าต้องคิดก่อนก็น่าจะหมายถึงไม่ค่อยสนุกสักเท่าไร

ถ้าจะว่าไปก็เหมือนกับปริศนาความสยองขวัญจะเฉลยไว้บางส่วนแล้วตั้งแต่ต้นเรื่อง โดยดำเนินไปพร้อมๆ กับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกับกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คนที่ไปพักผ่อนในบ้านกลางป่า (ขอไม่ใช่คำว่าเหตุการณ์สยองขวัญนะ เพราะไม่รู้สึกว่าน่ากลัวเลยสำหรับฉัน ไม่ตื่นเต้นไม่ลุ้นเลยด้วยซ้ำไป)

แต่คำถามอยู่ที่ว่า "ทำไม" มากกว่า

ทำไมกลุ่มคนที่ (น่าจะ) เป็นพวกของรัฐบาลจึงได้ชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ประหลาดและเฝ้าดูการตายของวัยรุ่นกลุ่มนี้ทีละคนเหมือนกับคนเรานั่งดูหนังหน้าจอโทรทัศน์

คำตอบของ "ทำไม" มาอยู่ที่ตอนท้ายของเรื่อง ซึ่งฟังดูแล้วธรรมดาเสียเหลือเกินสำหรับความคิดของฉัน อุตสาห์อดทนดูเพราะอยากรู้ตอนจบที่ดูแล้วพูดได้คำเดียวว่า "ผิดหวัง"







วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

อ่านหนังสือ : ครั้งหนึ่งนั้นฉันคืออลิซ

โปรยปกของหนังสือเล่มนี้ช่างเย้ายวนให้น่าอ่าน มันได้บอกเล่าว่ามี "อลิซ" ที่มีตัวตนจริงๆ อยู่เบื้องหลังวรรณกรรมอมตะของโลกที่ชื่อว่า "อลิซในแดนมหัศจรรย์" หรือ Alice's Adventures in Wonderland

ด้วยความอมตะของวรรณกรรมเล่มนี้ แม้จะผ่านมาร้อยกว่าปี เรื่องราวของอลิซก็ไม่ได้เก่าแก่และตกยุคไปเลย ได้มีการตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้หลายครั้ง หลายภาษา มีการนำเรื่องราวไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หลายครั้ง แม้กระทั่งนำเอาชื่อ "อลิซ" ไปใช้ในความหมายของคนที่ตกลงไปในโพรงกระต่ายและพบกับเรื่องที่คาดไม่ถึงอีกหลายสถานการณ์ แม้กระทั่งภาพวาดประกอบของเรื่องราวก็ยังได้รับความนิยมเสมอมา

หนังสือ "ครั้งหนึ่งนั้นฉันคืออลิซ" แปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ชื่อว่า Alice i have been เล่าประวัติของเด็กหญิงอลิซที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น

ผู้เขียนคือเมลานี เบนจามินได้ค้นคว้าเรื่องราวของ อลิซ ลิดเดลล์ มาใส่ในหนังสือ แล้วแต่งแต้มเรื่องราวที่เป็นนวนิยายลงไปเติมในส่วนที่เป็นช่องว่างในประวัติของอลิซ ทำให้หนังสือเล่มนี้มีส่วนผสมทั้งที่เป็นเรื่องจริงและนิยาย

ตามประวัติที่ผู้เขียนค้นพบนั้นได้เกิดความบาดหมางกันระหว่างครอบครัวลิดเดลล์กับคุณดอจสัน (ชื่อจริงของลูอิส แครอล ผู้แต่ง Alice's Adventures in Wonderland) อย่างไม่รู้สาเหตุ ขณะนั้นอลิซอายุ 11 ปีและคุณดอจสันอายุ 31 ปี

เธอจึงได้ร้อยเรียงนวนิยายขึ้นเพื่อเติมช่องว่างนั้น เชิญชวนให้เราอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอลิซในวัย 11 ปี

ปัจจุบันอลิซตัวจริงและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในเหตุการณ์นั้นได้เสียชีวิตแล้ว ดังนั้นเรื่องราวนั้นจึงยังคงเป็นความลับ เป็นปริศนาหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของอลิซนั้นมีความน่าสนใจทีเดียว

อลิซในวัยชรา



ปกหนังสือภาคภาษาอังกฤษ

ปกหนังสือฉบับภาษาอังกษอีกเวอร์ชั่นที่ฉันชอบมากที่สุด

ปกหนังสือภาคภาษาไทย
 
ภาพถ่ายอลิซในวัยเด็ก 

ภาพถ่ายอลิซในวัยสาว




ภาพวาดประกอบในหนังสือ Alice's Adventures in Wonderland 



วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

Handmade Notebook : สมุดแสตมป์

หลายวันก่อนมีสมาชิกท่านหนึ่งขอให้แนะนำวิธีการทำสมุดแสตมป์ ก็เลยไปหาวิธีการมาพร้อมภาพแนะนำคร่าวๆ ในตัวอย่างเป็นวิธีการทำหน้ากระดาษที่มีช่องสอดโชว์แสตมป์ แต่ยังไม่ได้เข้าเล่ม ซึ่งวิธีการเข้าเล่มก็แล้วแต่ว่าใครอยากจะเข้าเล่มแบบไหนก็ตามใจชอบกันเลยค่ะ


เริ่มจากหากระดาษหนาๆ มาใช้ ที่บ้านมีกระดาษคราฟต์อยู่พอดีก็เลยเอามาใช้ 
หรือจะใช้เป็นโปสเตอร์แบบหนาก็ได้นะคะ


เอามาร่างดินสอเป็นรอยสำหรับตัดตามแบบ ให้ร่างด้านหลังกระดาษนะคะ


กรีดกระดาษให้มีร่องด้านล่างแบบนี้ค่ะ


แล้วก็สอดพลาสติกใสขนาดใหญ่กว่านิดหน่อยเข้าไป ให้สอดเข้าไปทางด้านหลังของกระดาษนะคะ


แล้วก็ติดกาวตรงขอบของพลาสติกที่ล้ำออกมาให้ติดกับกระดาษ
กาวที่ใช้ในตัวอย่างเป็นกาวลาเท็กซ์ค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะติดกับพลาสติกได้ดีหรือเปล่า 
แต่ที่บ้านไม่มีกาวอื่นน่ะค่ะ ถ้าเป็นไปได้ลองหากาวที่ระบุว่าติดพลาสติกได้นะคะ


เมื่อติดกาวด้านหลังเสร็จแล้ว พลิกกลับมาก็จะได้แบบนี้ค่ะ
หาของหนักๆ ทับ แล้วรอให้แห้ง


จากนั้นทากาวด้านหลังกระดาษ


แล้วนำไปแปะกับกระดาษหนาๆ อีกแผ่น ในตัวอย่างเป็นกระดาษทำปกรายงานหรือทำนามบัตร 
ขนาด A4 แล้วพับครึ่ง ไว้สำหรับเย็บเข้าเล่ม 
ในแบบนี้จะติดกระดาษคราฟต์เกือบเต็มแผ่น เว้นขอบตรงที่ติดกับสันปกไว้สำหรับเย็บค่ะ 
หรือใครอยากติดให้เต็มแผ่นเลยก็ได้ค่ะ ติดส่วนของซองใส่แสตม์ด้านหน้าหลังให้เต็มกระดาษ
ทำเสร็จก็จะได้ 4 หน้าสำหรับสอดแสตมป์ อาจทำสัก 8-10 ชุด แล้วนำไปเข้าเล่ม




เมื่อนำมาใส่แสตมป์ก็จะได้แบบนี้ค่ะ

ในภาพนี่เป็นระยะต่างๆ สำหรับสมุดขนาด A5 (ครึ่งของกระดาษ A4) ค่ะ



คุณอาจกำหนดระยะต่างๆ ด้วยตัวเองโดยวางแสตมป์ทาบกับกระดาษแล้ววัดค่าต่างๆ เองค่ะ


สำหรับผู้สนใจการทำสมุด หาซื้อหนังสือ "ลงมือทำสมุด" ได้ตามร้านหนังสือ เช่นนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S คิโนะคูนิยะ  หรือที่เว็บของสำนักพิมพ์ www.tortaobooks.com ซึ่งจะจำหน่ายในราคาพิเศษค่ะ