วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อ่านหนังสือ : หลังรั้วร.ร.อนุบาล

ววรรณกรรมสืบสวนจากสวีเดนอีกเล่มที่ไปสอยมาจากงานมหกรรมหนังสือฯ ปี 55 เพราะเริ่มชินกับแนวสืบสวนของอเมริกันที่อ่านมาหลายเล่มจนเดาออก

เล่มนี้จะว่าไปก็เดาออกน่ะแหละ แต่เรื่องราวที่ดำเนินไปก็น่าติดตาม

เรื่องราวของผู้ใหญ่วัย 44 ปี กลุ่มหนึ่งที่ถูกตามฆ่าเนื่องจากสิ่งที่พวกเขาได้ทำเมื่อวัย 6 ขวบ ในวัยนั้นพวกเขาได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อกลั่นแกล้งทำร้ายคนที่อ่อนแอที่สุดในรุ่น อ่านวิธีการที่เด็กอนุบาลทารุณกรรมเพื่อนรุ่นเดียวกันแล้วก็อึ้งว่ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นจริงๆ นะหรือ

หนังสือเล่าเรื่องราวของโธมัส ซึ่งเป็นชายคนหนึ่งที่่ตกเป็นเหยื่อของเพื่อนวัยอนุบาล เขาถูกทำ้ร้ายซ้ำซากจนเขากลายเป็นเด็กขี้กลัวหวาดระแวง บุคลิกนี้ติดตามเขามาจนกระทั่งเขาเติบโตเข้าสู่วัยกลางคน (44 ปี) เขาก็ยังถูกมองข้ามและไร้ตัวตน รวมถึงมีแนวโน้มจะถูกกลั่นแกล้งอีกเช่นเดิม

ในขณะเดียวกันคนที่เป็นหัวโจกในการกลั่นแกล้งเพื่อน บางคนก็เติบโตเป็นคนดี (ในเรื่องบรรยายว่าใครๆ ก็รักเขา) บางคนก็ตกต่ำ แต่ทุกคนเหมือนกันตรงที่ไม่มีใครจำได้เลยว่าตัวเองนั้นเคยกลั่นแกล้งเพื่อนร่วมชั้นอย่างสาหัสขนาดนั้น

คนลงมือกระทำจำไม่ได้ แต่คนถูกกระทำจำได้แม่นยำในทุกรายละเอียด จวบจนเมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 40 ปี เหยื่อในอดีตก็กลับมาทวงแค้นคืน




หนังสือได้พูดถึงประเด็นว่า "การนิ่งเฉย" ไม่ยื่่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ถูกทำร้าย ถือเป็นความผิดหรือไม่

อ่านแล้วก็นึกว่าตัวเองนั้นโชคดี แม้วัยเด็กฉันจะไม่งดงามจนเป็นที่จดจำอะไรนัก โตขึ้นมาก็ใช่จะเป็นคนที่มั่นใจในชีวิต แต่อย่างน้อยวัยเด็กของฉันก็ไม่ต้องพบเจอกับเรื่องร้ายๆ เหมือนกับโธมัส


หมายเหตุ : ไม่ได้กล่าวหาใคร ก็แค่อยากบ่นเท่านั้น อาจจะเป็นอย่างที่ฉันคิดหรือว่าฉันคิดไปเองก็เป็นได้ ตอนไปหาซื้อหนังสือในบูธของสันสฤตในงานมหกรรมหนังสือฯ พนักงานงานขายผู้หญิงดูท่าทางกระตือรือร้นตั้งใจขายหนังสือให้กับลูกค้าคนก่อนหน้าฉันมาก แต่ดูท่าทางเหมือนไม่ค่อยอยากขายให้ฉันเท่าไรนัก เหมือนตั้งใจเคลื่อนไหวให้เชื่องช้าเข้าไว้ หน้าตาก็บ่งบอกออกมาในทำนองเดียวกัน ก็สงสัยว่าฉันไปทำอะไรให้เธอคนนั้นไม่พอใจงั้นหรือ หรือว่าฉันหน้าตาไม่ยิ้มแย้ม สงสัยเป็นความผิดของฉันล่ะที่เป็นลูกค้าแย่ๆ ไม่ยิ้มแย้มให้พนักงานขาย 555