วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อ่านหนังสือ : Lastwatch



ในที่สุดก็อ่านจบเล่มสุดท้ายของหนังสือในชุด watch ของนักเขียนรัสเซีย sergei lukyanenko จบ 500 หน้าภายในเวลา 1 วัน เล่นเอาสายตาเบลอไปพอสมควร เพราะหลังจากนี้ต้องรับงานอีกยาวหลายวัน (หนังสือเช่ามาถึงในวันที่รู้ตัวว่าจะมีงานเยอะ :-p )

หลังจากผ่านมา 3 เล่ม เล่มสุดท้ายผู้เขียนก็เลิกการใส่บทสนทนาโต้เถียงกันในเรื่อง ความดี-ความชั่ว เข้าไปในหนังสือ และใส่ความเป็นแฟนตาซีเข้าไปอย่างเต็มรูปแบบ ที่มีเวทมนต์ว่อนไปทั้งเรื่อง และเน้นที่ตัวเอกที่สำคัญคือ อันทอน โกโรเดทสกี้ อย่างชัดเจนโดยไม่มีตัวละครอื่นมาขโมยซีนไปอีกด้วย

คงเป็นเพราะแบบนี้เลยทำให้ฉันย่นระยะเวลาการอ่านลงได้ครึ่งหนึ่งเชียวล่ะ

ในภาคหลังสุดเล่มนี้ Lastwatch ได้นำพาเราไปท่องเที่ยวและผจญภัยนอกประเทศรัสเซียกัน ทั้งในเอดินเบิร์ก ประเทศสก๊อตแลนด์ และในอุซเบกิซสถาน

และในภาคนี้เช่นกันที่มีบทเฉลยว่าด้วยการเดินทางเข้าไปในทไวไลท์ในระดับลึกสุด และได้พบความลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายใน โดยที่อันทอนยังคงเป็นผู้ไขปริศนาครั้งนี้ได้อีกเช่นเคย

เมื่ออ่านจบทั้ง 4 เล่ม จึงได้รู้ว่า หนังที่สร้างจากหนังสือชุดนี้ได้ดัดแปลงเนื้อเรื่องไปเป็นบทภาพยนตร์โดยการดึงเอาส่วนต่างๆ มาใช้เป็นส่วนประกอบแล้วสร้างเรื่องขึ้นใหม่ให้สนุกในแบบของหนัง จึงถือว่าเรื่องนี้สนุกทีเดียวทั้งในส่วนของภาพยนตร์และหนังสือ


วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ดูหนัง : ซีรีส์ The River




เรื่องราวเริ่มต้นจากการหายตัวไปของพิธีกรสารคดีแนวธรรมชาติผู้โด่งดัง เขาคือ "เอ็มเม็ต โคล" เขามักพูดว่า There is magic out there. See you next week I hope so ในตอนปิดท้ายรายการเสมอ เขาพร้อมทีมงานหายตัวไปในใจกลางของปาอเมซอนระหว่างเดินทางด้วยเรือเข้าไปถ่ายทำสารคดี หลังจากการค้นหาล้มเหลว หกเดือนต่อมาเขาถึงถูกประกาศอย่างเป็นทางการว่าเสียชีวิต

แต่จู่ๆ ก็เกิดสัญญาณบางอย่างบ่งบอกว่าเขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่ เทสต์ โคล ผู้เป็นภรรยาจึงลากตัวลูกชาย ลินคอร์น ออกไปลุยป่าตามหาสามี การเดินทางครั้งนี้ได้รับเงินทุนในการค้นหาจากสถานี โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีการถ่ายทำสารคคีไปตลอดการค้นหา

ทีมงานคนอื่นในการค้นหาครั้งนี้นอกจากเทสส์และลินคอร์น ก็ยังประกอบด้วย คลาร์ค - โปรดิวเซอร์รายการสารคดีนี้, ลีน่า - ลูกสาวของตากล้องในทีมงานที่หายตัวไป, เคิร์ต - ฝ่ายรักษาความปลอดภัยจอมโหด, แอนเดรส - ช่างกล้องผิวดำ, เอมิลิโอ - ช่างเครื่องประจำเรือ และ จาเฮล - ลูกสาวของเอมิลิโอที่เก่งเรื่องช่างไม่แพ้คนพ่อ และยังเป็นคนที่มีญาณวิเศษเรื่องเหนือธรรมชาติ ท่าทางของจาเฮลนี่เหมือนกำลังจะสติแตกได้ทุกเมื่อ

นอกจากนั้นก็ยังมีช่างภาพอีกคนหนึ่งที่เสียชีวิตตั้งแต่ตอนแรก


พวกเขาพบเรือมากัสที่เป็นเรือของเอ็มเม็ตเข้าจนได้ เรือร้างว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงสิ่งลึกลับที่พวกเขาต้องเผชิญ อันเป็นเหตุให้ช่างภาพเสียชีวิตไปคนหนึ่ง หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินทางลึกเข้าไปในอเมซอนเพื่อค้นหาผู้สูญหาย ในระหว่างทางพวกเขาก็ได้พบกับเรื่องเหนือธรรมชาติมากมายหลายอย่าง

เราจะได้ดูซีรีส์เรื่องนี้เหมือนกับการดูภาพที่บันทึกไว้ด้วยกล้องจริงจากหลายมุม ทั้งด้วยกล้องที่ช่างกล้องแบกไปถ่ายทำ กล้องที่ติดไว้ตามมุมต่างๆ บนเรือ กล้องที่ติดตั้งไว้รอบแค้มป์พักบนพื้นดิน ภาพของทีมงานชุดนี้ตัดสลับไปกับภาพของทีมงานของเอ็มเม็ตผู้สูญหายที่พวกเขาเปิดดูเพื่อหาเบาะแสการหายตัวไปของเขา

จากประสบการณ์ที่พบพานเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติตลอดเวลา ทำให้เราไม่พบเจอบทสนทนาแนวโต้เถียงกันถึง "ความเป็นไปได้" ของสิ่งที่เกิดขึ้นดังเช่นที่มักจะพบในหนังหลายเรื่อง มันเหมือนกับว่าพวกเขาพร้อมที่จะเชื่ออะไรก็ตามที่ตนเองเห็นและไม่ได้เห็น แม้กระทั่งลินคอร์นที่เป็นหมอก็ยังเชื่ออย่างไม่โต้แย้งใดๆ



และในขณะที่พวกเขาเอาตัวรอดจากสิ่งลึกลับที่มุ่งชีวิต พวกเขาก็ได้ขุดคุ้ยตัวตนออกมาเพื่อทำความเข้าใจ ยอมรับ และ (อาจจะ) ปรับปรุง ดังนั้นการค้นหาครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการค้นหาผู้ที่สาบสูญ แต่เป็นการค้นลึกเข้าไปในใจของตนเอง ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะลึกลับเสียยิ่งกว่าป่าอเมซอนเสียอีก




Handmade Notebook : สมุดจากกล่องขนม








กล่องขนมร้านนี้สีสันน่ารักสวยงามมากๆ กินเสร็จจะทิ้งก็เสียดาย ยังไม่เลอะอีกด้วย อย่ากระนั้นเลย เอามาตัดๆ พับๆ แล้วก็เย็บเป็นสมุดเล่มบางๆ ไว้จดโน้ตเล็กๆ น้อยๆ ได้

กระดาษเนื้อในก็เป็นกระดาษเก่าเก็บ กระดาษที่มีรอยปรุหนามเตยสำหรับเครื่องพริ้นเตอร์รุ่นเก่าที่ใช้ยังไม่ทันหมด พริ้นเตอร์รุ่นนั้นก็มีอันต้องเลิกใช้ ก็เก็บไว้นานเชียว แล้วก็มีประโยชน์จนได้นะ




สำหรับผู้สนใจการทำสมุด หาซื้อหนังสือ "ลงมือทำสมุด" ได้ตามร้านหนังสือ เช่นนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S คิโนะคูนิยะ  หรือที่เว็บของสำนักพิมพ์ www.tortaobooks.com ซึ่งจะจำหน่ายในราคาพิเศษค่ะ


อ่านหนังสือ : Daywatch และ Twilightwatch




หลังจากอ่าน Nightwatch จบไปฉันก็ทิ้งห่างการอ่านหนังสือเล่มต่อไปมานานราวครึ่งปี จนแทบต่อไม่ติด

จริงๆ หลังจากอ่านจบเล่ม Nightwatch ฉันก็เกิดอาการลังเลว่าควรอ่านต่อหรือไม่ ในร้าน หนังสือชุดนี้จัดอยู่ในหมวดของแฟนตาซี (ถ้าจำไม่ผิด) แต่เท่าที่อ่าน เนื้อหาออกจะหนักไปทางปรัชญาเสียมากกว่า ยิ่งต้องผจญกับภาษาที่แปลมาเป็นไทยฉันก็ยิ่งมึนงงหนักขึ้น อ่านแล้วหนักหัวเกินกว่าจะสนุก

แต่ทุกอย่างก็ต้องมีตอนจบ และฉันก็อยากรู้ตอนจบ ก็เลยเช่าหนังสือชุดนี้มาอ่านเพิ่มอีก 2 เล่ม

*****************

อย่างที่เกริ่นไปหนังสือเล่มนี้มีบทสนทนาในเชิงปรัชญามากมาย --ปรัชญาในเรื่องดี-ชั่ว ที่คลุมเครือไม่ชัดเจน ความดีหรือชั่วนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งยุคสมัย สถานที่ สถานการณ์ มุมมอง ความตั้งใจ

หนังสือบอกเล่าว่าในโลกนี้ในกลุ่มมนุษย์ปกติอย่างเราๆ นั้นมีบุคคลอีกพวกหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ มีทั้งผู้ใช้มนตรา ผู้วิเศษ แม่มด พ่อมด แวมไพร์ มนุษย์หมาป่า และอื่นๆ ในพวกเขายังแบ่งออกเป็นฝ่ายมืดและฝ่ายสว่าง เมื่อหลายพันปีก่อนทั้งมืดและสว่างทำสงครามจนเกือบทำลายโลกนี้ลง ดังนั้นจึงมีการลงนามในสัญญาเพื่อสร้างกฎเกณฑ์ที่ยอมรับได้สำหรับทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เกิดสันติ (แบบสงครามเย็น ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ) และเกิดความสมดุล โดยแต่ละฝ่ายก็จะจัดกองกำลังของตนเองในการจับตาดูอีกฝ่ายไม่ให้ทำผิดกฎ และมีอีกกลุ่มเป็นผู้ตัดสิน

คนของฝ่ายสว่างเรียกกองกำลังของตัวเองว่าไนท์วอทช์ (nightwatch) เนื่องจากเป็นการเฝ้าดูคนฝ่ายมืด มีหัวหน้านามว่า "เกย์ซา" และคนฝ่ายมืดก็ตั้งกองกำลังชื่อว่าเดย์วอทช์ (daywatch) ด้วยเหตุผลเดียวกัน มีหัวหน้าชื่อว่า "ซาบุลอน"

ในเล่ม Nightwatch ผู้นำฝ่ายสว่างได้วางหมากเพื่อทำบางสิ่งให้บรรลุจุดประสงค์ของตนเอง จนฝ่ายไนท์วอทช์ได้เปรียบและสมดุลของอำนาจเริ่มสั่นคลอน ซึ่งอาจนำไปสู่ความพินา่ศ

ในเล่ม Daywatch ฝ่ายมืดได้เริ่มการวางหมากเพื่อตอบโต้และอำนาจของทั้งสว่างและมืดก็กลับเข้าสู่สมดุลอีกครั้ง เราจะได้พบกับมุมมองของฝ่ายมืดผ่านสายตาของแม่มดสาวอลิสาที่เคยเป็นคนโปรดของซาบุลอนมาก่อน แม้ว่าฝ่ายมืดจะทำเรื่องชั่วร้าย แต่พวกเขาก็เหมือนกับพวกที่ตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่มีความพยายามจะปิดบังหรือทำเป็นอิดๆ เอื้อนๆ พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อบรรลุความต้องการของตัวเอง แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตคนอื่นก็ตา่ม นอกจากนั้นเราก็ยังจะได้พบกับตัวละครอื่นจากด้านมืดและผู้สอบสวนที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนคนกลางหรือผู้พิพากษาที่คอยดูแลให้เกิดความเรียบร้อยของทั้งสองกลุ่ม

และในเล่ม Twilighwatch เราก็ยังเห็นการเล่นเกมกันของหัวหน้าฝ่ายสว่างและฝ่ายมืด เพื่อชิงความได้เปรียบ แต่ในเล่มนี้เราจะได้รับรู้เป็นนัยๆ ถึงสิ่งที่ "คนอีกพวก" เป็น เรื่องราวในเล่มนี้ได้เกิดการค้นพบตำราเวทย์มนต์ลึกลับที่เชื่อกันว่าสามารถเปลี่ยนมนุษย์ธรรมดาให้เป็นคนอีกพวกได้ (ซึ่งตามปกติไม่ได้ ต้องเกิดมาเป็นเลย) มีคนพยายามจะนำมันไปเพื่อเปลี่ยนแปลงมนุษย์ให้กลายเป็นคนอีกพวก ดังนั้นทั้งไนท์วอทช์ เดย์วอทช์ และฝ่ายสืบสวนจึงร่วมมือกันค้นหา

อันทอน โกโรเดทสกี้ ผู้ใช้มนตราระดับไม่สูงไม่ต่ำ เป็นตัวละครหลักในเรื่องนี้ เขาเป็นคนที่เพิ่งเข้ามาในวอทช์และเป็นผู้ที่ยังคงกังขากับประเด็นเรื่องความถูก-ผิด ดี-ชั่ว ความสว่าง-ความมืด ในกลุ่มคนทำงานเขายังถือว่าเป็นผู้ที่มีพลังระดับต่ำ และมักเป็นสิ่งสะกิดใจทุกครั้งเืมื่อต้องเปรียบเทียบกับภรรยา (สเวตลาน่า) ที่เป็นแม่มดพลังระดับสูง แต่เขามักเป็นคนที่ทำงานได้สำเร็จ นั่นก็เพราะเขาใช้สมองมากกว่ากำลังเพียงอย่างเดียว

ในเล่มต่อไป Lastwatch จะเป็นเล่มสุดท้ายของหนังสือชุดนี้ ซึ่งฉันก็จะติดตามมันต่อไปเพื่อดูว่าผลสุดท้าย "คนอีกพวก" จะดำรงต่อไปกันอย่างไร

ย่อหน้าสุดท้ายนี้คงต้องบอกว่าความดี-ชั่วยังเป็นเรื่องที่คลุมเครือไม่ชัดเจน คิดว่านั่นเป็นเหตุผลให้ผู้เขียนเรียกพวกเขาว่า ฝ่ายสว่างและฝ่ายมืด แทนที่จะเป็นฝ่ายขาวหรือฝ่ายดำ เพราะในความสว่างก็ยังมีเงามืด และในความมืดก็ยังมีแสงสว่าง ไม่มีอะไรที่สุดโต่งจนแยกไม่ได้




อ่างอิงบทความก่อนหน้าที่เขียนไว้  http://mizshorty153.blogspot.com/2012/07/nightwatch.html


วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Handmade Notebook : สมุดเล่มจิ๋ว







สมุดเล่มจิ๋วนี่มีขนาดไม่เกิน 3 เซนติเมตร ทำจากเศษกระดาษที่ริมขอบกระดาษ เสียดายไม่อยากทิ้ง เลยเอามาเก็บไว้จนได้ฤกษ์นำมาทำสมุดเสียที สมุดเล่มเล็กนี่เย็บยากกว่าสมุดเล่มใหญ่ ด้วยความเล็กของมันทำให้จับไม่ค่อยถนัดนัก มันคอยแต่จะปลิ้นไปซ้ายทีขวาที กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาเมื่อยนิ้วไปหมดเลย เล่มสีเทาๆ ซ้ายสุดเย็บด้วยไหมปักครอสติสที่เหลือใช้และเก็บไว้มานานกว่า 10 ปี เย็บยากมากๆ เพราะนอกจากเล่มจะเล็กจับลำบากก็ยังมีปัญหาไหมที่ลื่นเหลือเกิน กว่าจะเสร็จก็เข็ดไม่เอาแล้วกับการใช้ไหมครอสติสมาเย็บสมุด เย็บเสร็จยังต้องมัดไว้ก่อน ไว้ให้มันคงทีไม่กางออกแล้วค่อยเอาเชือกออกละกัน

---------------
สำหรับผู้สนใจการทำสมุด หาซื้อหนังสือ "ลงมือทำสมุด" ได้ตามร้านหนังสือ เช่นนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S คิโนะคูนิยะ  หรือที่เว็บของสำนักพิมพ์ www.tortaobooks.com ซึ่งจะจำหน่ายในราคาพิเศษค่ะ