วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Handmade Notebook : สมุดหลากสีสัน

กระดาษพิมพ์คอมพิวเตอร์สมัยก่อนที่มีหนามเตยปรุด้านข้าง 
ใช้ไม่หมดเขาก็เลิกใช้กันซะก่อน ตอนนี้เลยนอนกองในบ้าน 
เป็นอีกสิ่งที่ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี เลยเอามาทำสมุดดีกว่าเน้อ
 อิอิ ก็เลยมาแนะนำวิธีทำไปพร้อมๆ กันเลยนะคะ


มาดูที่อุปกรณ์กันก่อน 
เพื่อสร้างสีสันก็เลยหากระดาษสีมาพับซ้อนไว้ด้านนอกของกระดาษแต่ละยก
เนื่องจากกระดาษคอมฯ มีขนาดกว้างกว่า 
ก็เลยจะเห็นกระดาษเหลื่อมออกไปนิด ทำให้สวยไปอีกแบบ 

อุปกรณ์อื่นๆ ก็คือแถบเชือก (เขาเรียกว่าไรไม่รู้) หรือริบบิ้นก็ได้ 
ตอนทำมีทั้งแถบเชือกกับผ้าลูกไม้ / เชือกคอตตอนสีเดียวกับกระดาษสี / 
เข็ม / กาว / กระดาษแข็งทำปก ใช้กระดาษเปลือยๆ 
นี่แหละไม่ต้องหุ้มลาย (หรือถ้าชอบก็หุ้มลายอื่นก่อนก็ได้นะคะ



เย็บสันด้านข้างเหมือนกับวิธี "สมุดเย็บบนริบบิ้น" ของ โครงการ 2 หน้า 27 ค่ะ



เย็บเสร็จแล้ว มีทั้งหมด 3 สี



ตรงปกขนาดไม่พอดีเป๊ะกับขนาดสมุด แต่เล็กกว่านิดหน่อย เพื่อโชว์ขอบสันปก แต่เพราะกระดาษสีมีขนาดความกว้างเล็กกว่าสมุด การจะติดปกก็เลยต้องขีดเส้นเพื่อกันส่วนที่ไม่ต้องทากาว 

(งงมั้ยเนี่ย พูดเองยังงงเองเลยค่ะ)



 
เอากระดาษปิดขอบตรงเส้นที่ขีดไว้แล้วทากาว




เอากระดาษหน้าแรกปิดไปตรงตำแหน่งที่ทากาว



ขอบสีน้ำตาลจะเลยออกมาจากกระดาษสีแบบนี้ค่ะ ทำเหมือนกันทั้งปกหน้าปกหลัง



เชือกที่เหลืออยู่ก็ตัดให้เสมอกัน ทากาว แล้วแปะติดกับปก




ก็จะได้สมุดแบบนี้แล


สำหรับผู้สนใจการทำสมุด หาซื้อหนังสือ "ลงมือทำสมุด" ได้ตามร้านหนังสือ เช่นนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S คิโนะคูนิยะ  หรือที่เว็บของสำนักพิมพ์ www.tortaobooks.com ซึ่งจะจำหน่ายในราคาพิเศษค่ะ


วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อ่านหนังสือ : หุ่นไล่กา (The Scarecrows)

เคยอ่านหนังสือเล่มนี้เมื่อตอนสมัยยังวัยรุ่น จำได้ว่าไม่ค่อยสนุกเท่าไร ตอนจบก็ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันยังไงกันแน่

เป็นหนังสือของ "สำนักพิมพ์หนังสือเล่มเล็ก" ตามชื่อเลยค่ะ เล่มนี้ขนาดประมาณ 10x14 เซนติเมตร หนังสือทุกเล่มของสำนักพิมพ์นี้จึงออกมามีขนาดเล็ก ถือง่าย และที่สำคัญคือเป็นหนังสือที่เย็บเข้าเล่มแบบเย็บกี่ กางออกได้ 180 องศา ทำให้เปิดอ่านได้ง่ายกว่า (ด้วยขนาดเท่านี้ถ้าเข้าเล่มแบบไสกาว จะทำให้เปิดได้ยากมากๆ ไม่งั้นก็จะแบะออกในทันใด)

วันนี้หนังสือเล่มนี้แม้จะเก่า มีรอยเลอะเป็นจุดสีน้ำตาลอันเนื่องมาจากฝุ่นและความชื้น แต่สภาพของหนังสือยังดีมากๆ เมื่อรู้สึกว่าอ่านไม่สนุกก็เลยเอาออกขายแบบไม่คิดอะไรมากนัก แต่พอมีลูกค้าท่านหนึ่งสั่งจองหนังสือเล่มนี้ไว้ ปิศาจในกายก็เริ่มทำงาน

นั่นคือรู้สึกเสียดายขึ้นมาตะหงิดๆ (เกิดอาการแบบนี้หลายเล่มแล้ว แต่ในเมื่อวางขายแล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น) ครั้งนี้เพื่อเป็นการบอกลาก็เลยหยิบขึ้นมาลองอ่านดูสักนิด (อย่างทนุถนอม ไม่ให้บอบช้ำ)


เรื่องราวของเด็กชายนามไซมอน ที่พ่อเสียชีวิตในสงคราม อยู่กับแม่และน้องสาว เขาเรียนอยู่โรงเรียนประจำจะกลับบ้านก็ช่วงปิดเทอม ดูเหมือนว่าว่าทุกโรงเรียนในนวนิยายและในหนังจะต้องมีพวกอันธพาลชอบรังแกเด็กที่อ่อนแอกว่าอยู่ประจำ ที่นี่ก็มี เมื่อโดนล้อเลียนเรื่องแม่ ไซมอนถึงกับน๊อตหลุด เขาจัดการกับเด็กคนนั้นอย่างรุนแรง และที่สำคัญคือเขาจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เขาบรรยายสิ่งที่ตัวเองทำว่าเป็น "ปิศาจ" ที่เข้าสิงเขา

และปิดเทอมครั้งนี้เขาก็ได้พบว่าแม่เขาแต่งงานใหม่กับโจศิลปินที่มีชื่อเสียงโจเองก็ทำหน้าที่พ่อเลี้ยงที่ดี พยายามเอาอกเอาใจไซมอน และน้องสาวของเขาก็รักพ่อเลี้ยงคนนี้มาก

ไซมอนยังคงติดอยู่ในกับดัก "รักพ่อ" จนมองไม่เห็นความดีของโจ และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในครอบครัวนี้ก็ขวางหูขวางตาเขาตลอด มันบ่มเพาะปิศาจในร่างของเขาให้เติบใหญ่

เลยจากบ้านของโจในชนบท มีโรงสีโบราณร้างอยู่หลังหนึ่งที่ดึงดูดใจให้ไซมอนไปเยี่ยมเยียน ที่นั่นมีตำนานความรักและเกลียดชังของคน 3 คนที่เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว สิ่งชั่วร้ายยังคงสิงสู่ในโรงสีหลังนั้น และไซมอนเป็นผู้ที่ปลุกพวกมันขึ้นมาและดึงให้มันเข้ามาใกล้บ้านขึ้นทุกขณะที่ความเกลียดชังเข้าครอบงำ

ดูแนวเรื่องเหมือนจะเป็นแนววิญญาณอาฆาต ในแง่ของการเปรียบเทียบก็เปรียบว่าความโกรธเกลียดในใจของเขานั่นเองแหละคือปิศาจอันชั่วร้าย หากเขาต้องการกำจัดพวกมันเขาก็ต้องกำจัดปีศาจในใจออกไปให้ได้เสียก่อน

เมื่อกลับมาอ่านในครั้งนี้หลังจากผ่านมา 23 ปี กลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สนุกใช้ได้ทีเดียว จะน่าเบื่อไปบ้างก็ตรงกลางๆ เล่มที่เน้นบรรยายสภาพแวดล้อมซะละเอียดยิบจนสมองเหน็ดเหนื่อยกับการจินตนาการภาพตาม ดังนั้นการอ่านแบบดื่มด่ำจึงกลายเป็นอ่านแบบตะลุยไปให้ถึงตอนจบ แต่กระนั้นก็เถอะนะ หากว่ามีเวลาก็อยากจะยังดื่มด่ำกับการบรรยายต่อไปอีก

ทำให้นึกถึงหนังสือปัจจุบันนี้ หลายเล่มอ้างถึงรางวัลโน่นนี่เพื่อมารับรองความสนุกของหนังสือ พอได้อ่านเข้าจริงๆ ก็รู้สึกไม่สนุกเอาซะเลย พาลไปเสียดายค่าหนังสืออีกต่างหาก ดังนั้นตอนเลือกซื้อหนังสือจึงมักจะเลือกแล้วเลือกอีก กว่าจะได้สักเล่ม แล้วก็ยังต้องมาเสี่ยงดวงเอาอีก เฮ้อ...

ซื้อมาตั้งแต่ปี 2533 แน่ะ


ประเด็นรองนอกจากนำเสนอเรื่องปิศาจร้ายในใจของไซมอน หนังสือยังกล่าวถึงเด็กอันธพาลของโรงเรียน ว่าจริงๆ แล้วที่เขามีพฤติกรรมเช่นนี้ก็เพราะปัญหาทางบ้านนั่นเอง

หนังสือบางเล่มอาจต้องอ่านในช่วงอายุที่เหมาะสมจึงจะเข้าใจ บางเล่มที่เมื่อฉันอ่านสนุกตอนเป็นเด็ก พอกลับมาอ่านก็ไม่รู้สึกสนุกเสียแล้ว และมีบางเล่มที่ฉันอ่านมาหลายรอบ แต่ละรอบก็จะเกิดความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ช่วงอายุและประสบการณ์ที่ผ่านพบ