วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

Handmade Notebook : สมุดไขว้ ไขว้

(ไม่รู้จะตั้งชื่ออะไรแล้วค่ะ)

ลองดูวิธีทำดูนะคะ งานชิ้นนี้รื้อแล้วรื้ออีกกว่าจะได้ เหนื่อยมักๆ เลย

เป็นสมุดขนาดเล็กๆ ขนาด 1/4 ของกระดาษ A6 กระดาษเนื้อในน่าจะหนานิด 
เพราะครั้งนี้ต้องเย็บหลายทบมากๆ ปกแข็ง ไม่ได้แต่งอะไรเลยค่ะ

เริ่มต้นเหมือนกับเย็บ Coptic หรือลายเปียเลย เป็นเข็มคู่

แทงเข็มจากด้านนอกของปกเช่นเคย

ครั้งนี้มีมัดปมนิดหนึ่ง เพราะต้องการเพิ่มความแน่นหนา

ตอนขึ้นยกต่อไป แทนที่จะแทงเข็มเข้าไปบนรูด้านบนตรงๆ 
ก็ให้แทงทะแยงไปยังรูอีกด้านหนึ่งนะคะ ทำเหมือนกันทั้งสองด้าน

แล้วก็แทงเข็มสอดใต้ยกกระดาษด้านล่าง อ้อมหลักเข้าด้านใน 
(ทำสองด้านเหมือนกันค่ะ)

เสร็จก็แทงเข็มเข้าไปในกระดาษเนื้อในอีกรอบ

แล้วก็แทงออกสลับข้างกัน ดังนั้นในแต่ละยกตั้งแต่ยก 2 ถึงยกสุดท้าย
ก็จะมีเชือกด้านใน 4 เส้น เยอะอ่ะ ^__^"

ทำเหมือนๆ กันกับทุกยกเลยค่ะ ตอนปิดปกก็แทงจากด้านนอก 
เหมือนเย็บเปียทุกประการ เว้นแต่แทงเข็มสลับกัน

อย่าลืมทำเปียครั้งสุดท้ายด้วยนะคะ ใต้กระดาษยกบนสุด

จบด้วยการแทงเข็มเข้าไปในรูด้านข้างของยกสุดท้าย

มัดปม

เสร็จแล้วค่ะ สมุดเล่มนี้มีทั้งหมด 13 ยก ใช้เชือกยาว 4 เมตร 
พันกันยุ่งเหยิงเลยตอนเย็บ


สำหรับผู้สนใจการทำสมุด หาซื้อหนังสือ "ลงมือทำสมุด" ได้ตามร้านหนังสือ เช่นนายอินทร์ ซีเอ็ด B2S คิโนะคูนิยะ  หรือที่เว็บของสำนักพิมพ์ www.tortaobooks.com ซึ่งจะจำหน่ายในราคาพิเศษค่ะ



วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

ดูหนัง : Mama หนังผีเศร้าๆ

เริ่มต้นเรื่องราวด้วยการอ้างอิงถึงช่วงเศรษฐกิจตกต่ำของอเมริกา นักธุรกิจคนหนึ่งฆ่าเพื่อนร่วมงาน กลับบ้านมาฆ่าเมียตัวเอง แล้วหอบหิ้วลูกขึ้นรถฝ่ากองหิมะไปจากบ้าน รถเกิดอุบัติเหตุ และพวกเขาก็ได้เข้าไปในบ้านร้างหลังหนึ่ง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสยองขวัญของเรื่องราวทั้งหมด

แล้วลูคัส ผู้เป็นพ่อ วิคตอเรีย วัย 5 ขวบ และลิลลี่วัย 1 ขวบก็หายสาบสูญไป

เมื่อดูถึงตอนนี้ฉันก็เริ่มเปลี่ยนใจ หยิบเรื่องอื่นมาใส่เครื่องเล่นแทนเรื่อง Mama แต่แล้วก็เปลี่ยนใจอีกครั้ง ย้อนกลับมาดูต่อ อยากดูหนังที่ไม่ต้องคิดมากนัก และไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย เนื่องจากหนังผีหลายเรื่องที่ผ่านมาก็ผิดหวังมาตลอด


หลังจากพี่ชายและหลานสาวสองคนหายตัวไปในวันนั้น เจฟฟ์น้องชายของลูคัสยังคงออกตามหาพี่ชายและหลานสาว จนเวลาผ่านไป 5 ปี เขาก็พบเด็กทั้งสองคนในสภาพเหมือนสัตว์ป่าในบ้านหลังนั้น เขาจึงพาเด็กกลับมาดูแลในบ้านหลังหนึ่ง ด้วยการสนับสนุนจากจิตแพทย์ที่ศึกษาเรื่องเด็กทั้งคู่ พวกเขาจึงต้องย้ายมาอยู่บ้านหลังใหญ่ชานเมืองแล้วดูแลเด็กภายใต้การกำกับของจิตแพทย์ผู้นั้น

หนังเรื่องนี้ไม่ค่อยเหมือนหนังผีที่เกี่ยวกับเด็กทั่วไปนัก แอนนาเบลในเรื่องเป็นแฟนสาวของเจฟฟ์ที่ต้องมารับหน้าที่ดูแลเด็กไปพร้อมกับเขา ในเรื่องแอนนาเบลเป็นมือเบสของวงร๊อค แอนนาเบลไม่ใช่แม่บ้าน ไม่ได้เนี้ยบ ไม่ได้เคร่งครัดระเบียบ ไม่ได้อยากมีลูก (มีฉากแรกๆ ดีใจด้วยซ้ำที่ไม่ได้ตั้งท้อง) ไม่ได้อยากเลี้ยงเด็ก แต่ต้องเลิกเล่นดนตรี สูญเสียเสรีภาพ เพื่อมาเลี้ยงดูเด็กร่วมกับเจฟฟ์



แม้ว่าทั้งสองฝ่าย แอนนาเบลกับเด็ก เหมือนอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งหมดก็อยู่ร่วมกันได้ด้วยดี ไม่มีขัดแย้งหรือทะเลาะเบาะแว้งกันแต่ประการใด แต่ก็ไม่ได้พยายามจะเอาชนะใจอีกฝ่ายหนึ่ง แค่ทำหน้าที่ของตัวเองเท่านั้นเอง

เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ เริ่มเปิดเผยตัวตนของ "มาม่า" ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูเด็กมาตลอด 5 ปี วิคตอเรียตอนนั้นอายุ 5 ขวบ ยังคงสภาพของมนุษย์ได้มากกว่าลิลลี่ที่เติบโตมาเหมือนสัตว์ป่า เธอวิ่งสี่ขา นอนใต้เตียง กินอาหารด้วยมือ พูดจาได้จำกัด กลัวคน และเธอก็ผูกพันกับมาม่ามากอีกด้วย

ขอบอกว่าเด็กที่เล่นเป็นลิลลี่เก่งมากๆ หน้าตาท่าทางเหมือนกับสัตว์ป่า เด็กทั้งคู่แสดงได้ดีมากจนต้องขอชมเชยผู้กำกับ


เนื้อเรื่องของ MAMA ถือว่าทำได้สนุกทีเดียว ทำได้หลอนใช้ได้ แถมยังเป็นหนังผีที่เศร้าและเหงามากในตอนจบ