วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เรื่อยๆ มาเรียงๆ : อัพเดทสถานะของชีวิต

ดูราวกับว่าไม่ได้เขียนบล็อคเป็นชาติแล้ว ย้อนกลับไปดูเรื่องล่าสุด เอ..ก็แค่เดือนกว่าๆ เองเหรอ ช่วงนี้ชีวิตยุ่งเหยิงมากๆ

ยุ่งเหยิงและสนุกสนาน

เริ่มต้นด้วยการหัวปั่นไปกับการทำสมุดสำหรับหนังสือ "ลงมือทำสมุด โครงการ 3" หลังจากห่างหายจาก "โครงการ 2" ได้ราวครึ่งปี แต่ถ้าต้องการออกหนังสือให้ทันครบรอบ 1 ปีของเล่ม 2 ก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะขั้นตอนนั้นมีตั้งแต่เลือกรูปแบบสมุด, ถ่ายภาพ, จัดหน้า, เขียนคำบรรยาย, พิสูจน์อักษรครั้งแล้วครั้งเล่า, ส่งโรงพิมพ์, ตรวจต้นฉบับพิมพ์ ไปจนสุดท้ายที่สายส่ง หลังจากนั้นจึงได้พักผ่อนเสียที

นอกเหนือจากหนังสือ "ลงมือทำสมุด โครงการ 3" ฉันยังมีหนังสือเกี่ยวกับแมวเหมียวอีก 1 เล่ม ที่เขียนมาสิบกว่าปีแล้วยังไม่เข้าที่เสียที ครั้งนี้น่าจะเสร็จ ขาดแต่ภาพประกอบที่ยังไม่ได้ทำซะที

ฝึกวาดจ้า


แค่นั้นยังดูเหมือนฉันจะยุ่งไม่พอ ยังหาเรื่องใส่ตัวด้วยการไปซื้อเตาอบไฟฟ้าขนาดเล็กพร้อมเครื่องตีไข่ 1 ชุดมาหัดทำขนม อีกทั้งยังมีจานชาม อุปกรณ์ใช้สอย หนังสือตำราขนมอีกหลายเล่ม และส่วนผสมเครื่องปรุงอีกมากมายก่ายกอง ทำออกมามีทั้งเริ่มกินได้และต้องทิ้ง

หน้าตาดี แต่กินไม่ได้เลย

ความสนใจในด้านทำสมุดเริ่มต่อยอดกลายเป็นการทำกระเป๋า มันเริ่มมาจากการที่ฉันไปเดินบนถนนเจริญรัถเพื่อหาซื้อหนังเทียมมาทำปก (สำหรับหนังสือเล่มแรก) ฉันใช้หนังเทียมทำสมุดก็ด้วยเหตุผลส่วนตัวว่าในเมื่อฉันไม่กินเนื้อวัว ก็ไม่ควรนำหนังวัวมาใช้งานด้วย สงสารวัว

จนเมื่อวันหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนได้ไปลุยบุฟเฟต์ฟรีในโรงแรมแห่งหนึ่ง ฉันจ้วงตักอาหารจานหนึ่งขึ้นมาโดยไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ น้องที่(เคยทำงานด้วยกัน)เดินตามมาถามว่าฉันกินเนื้อวัวด้วยเหรอ (คงจำได้ว่าฉันไม่กิน) ฉันบอกไม่กิน ทำไมเหรอ น้องก็บอกว่าไอ้ที่ฉันตักมาน่ะคือเนื้อวัว อ้าว... ก้มมองป้ายก็เห็นว่าใช่จริงด้วย ก็เลยบอกน้องว่าพอถึงโต๊ะได้ช้อนแล้วจะตักเนื้อวัวให้นะ

(หมายเหตุว่าฉันไม่ใช่บุคคลที่เคร่งครัดกับการกินมากมาย ไม่กินเนื้อวัวก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปลอดการปนเปื้อนจากเนื้อวัว ดังนั้นตักเนื้อวัวออกให้น้องแล้วกินที่เหลือก็ไม่เสียหายสำหรับฉัน)

แต่เมื่อถึงโต๊ะ เราต้องนั่งแยกห่างกัน คนที่นั่งข้างๆ เป็นใครก็ไม่รู้จัก จะตักเนื้อวัวให้เขาก็ไม่ได้แน่นอน  จะตักเอื้อมให้น้องก็เกรงจะเป็นที่รำคาญ และหากจะทิ้งให้เนื้อวัวกลายเป็นขยะในจานโดยไม่กินก็เลยกลายเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิงสำหรับฉัน ในเมื่อมันสละชีวิตไปแล้ว จะทิ้งไปให้กลายเป็นขยะจะถือว่าทำร้ายมันยิ่งกว่า ดังนั้นวันนั้นจึงเป็นวันแรกในรอบกว่ายี่สิบปีที่ฉันกินเนื้อวัว (แต่ก็ไม่ได้เริ่มกลับมากินอีกนะ) กินให้มันหมด ไม่เสียของเสียเปล่าชีวิตวัว...ก็เท่านั้น

กลับมาเรื่องหนังวัว เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงมองหนังวัวเปลี่ยนไป ฉันเลือกซื้อเศษหนังมาทำปกสมุด ซึ่งก็ทำได้สบายๆ สองสามเล่มต่อ 1 มัด และที่เหลือก็เก็บไว้ทำอย่างอื่นได้อีก ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากชีวิตของวัวให้คุ้มค่า (เป็นข้ออ้างหรือเปล่าฉันไม่รู้ แต่นั่นคือเหตุผลของฉันก็แล้วกัน) อีกเหตุผลที่ฉันต้องหันมาใช้หนังวัวแท้เนื่องจากหนังเทียมแบบหนาที่ฉันเคยซื้อมาใช้ไม่มีขาย มีขายก็แต่หนังเทียมแบบบางที่นำมาทำสมุดไม่ได้เลย

เศษหนังก็มีค่า มันคือชีวิตของวัวนะจ๊ะ

จากสมุดฉันก็เริ่มอยากลองทำกระเป๋าหนัง เลยไปลงเรียนไว้ (เห็นมั้ยว่ากลัวจะว่างเกิน) เรียนอาทิตย์ละวัน ถือซะว่าเป็นวันหนึ่งที่ได้เดินทางเข้าไปเปิดหูเปิดตาในเมือง ในระหว่างนั้นฉันก็เริ่มหลงเข้าไปในวงเวียนของเครื่องหนังอย่างเต็มตัว ด้วยการซื้อทั้งหนังสือสอนทำเครื่องหนัง (เป็นภาษาจีน อ่านไม่ออก ได้แต่ดูรูปแทน) หลายเล่มล่ะ ไปเดินหาเครื่องมือทำหนังบางชิ้นมาใช้งาน ซื้อเศษหนังมาเพิ่ม และระหว่างนี้ก็กำลังวางแผนที่จะไปเจริญรัถอีก

วางแผนเพื่อจะได้ไม่เคว้งคว้างเวลาไปเดินที่นั่น จะได้รู้ว่าต้องซื้ออะไร ไม่เสียเที่ยว

เรียนไปแล้ว 4 วัน 4 แบบ

วันนี้ก็นั่งเย็บกระเป๋าผ้าแคนวาส เย็บมั่ว แกะแบบจากกระเป๋าใบเก่า เดาเอาบ้าง มาสิ้นสุดลงตรงเย็บปากกระเป๋าด้วยมือ เนื่องจากหลายทบ หนาเกินกว่าจะใช้จักรเย็บผ้า เกรงว่าจักรจะพังซะก่อน จนได้ข้อสรุปว่า "ใบใหญ่เกินไป ผ้าหนาเกินไป คงต้องลดขนาดและเปลี่ยนไปใช้คอตตอนแบบหนาๆ แทน ใบนี้ก็รอไปซักก่อนแล้วดูว่าจะใช้ทำไรได้บ้าง" เรื่องก็คือฉันหากระเป๋าใช้ไม่ได้ซะที ใบที่มีอยู่ก็ไม่เหมาะด้วยหลายๆ เหตุผล (ทั้งที่เคยใช้มาก่อน แต่ตอนนี้จุดประสงค์บางอย่างเปลี่ยนไปนี่นา)

ทำซับในกระเป๋าจากผ้าเก่า

แล้วยังมีเรื่องอื่นๆ อีกจิปาถะร้อยแปด บรรยายไม่หมด ตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว คงต้องยุติการอัพเดทสถานะชีวิตไว้แค่นี้ก่อน

อ้อ...ถึงแม้ว่าจะฟังดูยุ่งเหยิงวุ่นวาย แต่ก็สนุกมากกว่าวันที่นั่งเฉื่อยไม่รู้จะทำอะไร วันๆ ก็นอน กิน ดูทีวี จะพยายามทำต่อไป และยังมีอีกหลายอย่างรอให้ทำอีก (เช่น ฝึกวาดภาพ ฝึกเปียโน หัดเย็บผ้า ฯลฯ) ชีวิตครึ่งสุดท้ายที่เหลือจะทำหมดมั้ยเนี่ย