วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อ่านหนังสือ : ไปอยู่อะลาสกาดีมั้ย


หยิบหนังสือเล่มนี้จากชั้นวางในวันที่ลมหนาวกระหน่ำบ้านฉันจนต่ำถึง 16 องศาเซลเซียส หนาวเกือบเท่ากับตอนไปภูกระดึงเมื่อสิบกว่าปีก่อนเสียอีก แย่กว่าตอนไปเที่ยวก็คือฉันต้องใช้ชีวิตในเสื้อผ้าหนาหนักเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ต้องทนล้างจานในน้ำที่เย็นเฉียบจนเสื้อผ้าที่ห่อตัวไว้นั้นไร้ความหมาย เพราะความเย็นที่ส่งผ่านมาทางมือเข้าสู่ร่างกายอย่างรุนแรง มันทำเอาฉันเปลี่ยนใจไม่อยากไปอยู่เมืองหนาวที่ฉันเคยหวังว่าจะมีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่สักครั้ง เพื่อหนีความร้อนระอุของประเทศไทยไปหาอะไรใหม่ๆ บ้างเป็นบางเวลา


"อะแลสกา ใครว่าหนาว" แปลจากเรื่อง If You Lived Here, I'd Know Your Name : News from Small Town Alaska เขียนโดย Heather Lende จริงๆ ชื่อเรื่องภาษาไทยฉันว่าไม่ค่อยสวยสักเท่าไร ฟังดูเหมือนหนังสือท่องเที่ยวดาดดื่น ในชื่อต้นฉบับมันทำให้คุณเห็นภาพได้เลยว่า เมืองที่ผู้เขียนจะพาไปรู้จักนั้นมันเล็กแค่ไหน

ขอบอกก่อนว่าหนังสือไม่ใช่หนังสือนำเที่ยว หรือพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวของอะลาสก้า ผู้เขียนได้เล่าเรื่องราวของตัวเอง ครอบครัว เพื่อนพ้อง และชาวเมืองเฮนส์ (Haines) เมืองที่ฮีเธอร์ไปพำนักพักอาศัยและลงหลักปักฐาน เมืองเล็กๆ ที่มีเรื่องราววุ่นวาย บกพร่อง อบอุ่น สนุกสนาน เศร้าโศก

ผู้เขียนทำงานหลายอย่าง หลักๆ ที่มักเอ่ยถึงก็คืองานเขียนข่าวมรณกรรมในหนังสือพิมพ์ประจำเมือง เรื่องราวในหนังสือจึงมักผูกโยงกับความตายของใครสักคน ทำให้มองเห็นว่าผู้คนที่นี่ช่างใกล้ชิดกับความตายเพียงไร แม้ว่าพื้นที่ข่าวมีเพียงเล็กๆ แต่ฮีเธอร์ดูจะต้องเข้าไปทำความรู้จักกับผู้เสียชีวิตทุกแง่มุม

อ่านจนชักอยากเข้าไปเห็นเมืองนี้ด้วยสายตาตัวเองบ้างจัง แต่ไม่มีปัญญาไป (555)

นอกเหนือจากเรื่องความตาย ผู้เขียนก็ยังเล่าความเป็นไปของชาวเมือง ที่มีทั้งความผูกพัน ความขัดแย้งกัน การแบ่งฝักฝ่าย จึงดูเหมือนครอบครัวใหญ่ที่ใกล้ชิดกันจนกระทบกระทั่งกันบ่อยครั้งแต่ก็ยังรักและผูกพัน

แม้จะเขียนถึงเรื่องราวความตายของหลายคน และรับรู้ว่าความตายคือเรื่องปกติในชีวิต ช้าเร็วทุกคนก็ต้องตาย แต่ใครเล่าจะเข้าใจอย่างแท้จริงถึงความสูญเสีย หากว่าไม่ได้ประสบเรื่องราวนั้นด้วยตัวเอง ในบทจบของเล่ม ฮีเธอร์ได้ประเผชิญกับความตายของหมาที่เธอเลี้ยงมาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่มันยังเล็กๆ และทำให้เธอเข้าใจถึงความสูญเสียด้วยตัวเองในวินาทีที่หมาตัวนั้นสิ้นลม

นั่นคือความจริงอย่างที่สุด และมีแต่ผู้ที่เคยประสบจึงจะเข้าใจได้อย่างแท้จริง