วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2557

อ่านหนังสือ : พยาบาลเวรมรณะ และ ปริศนาฆ่าตัดเท้า

ช่วงหลังๆ ฉันมีความรู้สึกอยากอ่านหนังสือแนวสืบสวนอาชญากรรม ที่ผ่านมาก็เคยอ่านแต่ของอเมริกัน เพราะตามแผงหนังสือก็มีแต่ของอเมริกัน ดังนั้นเมื่อได้ลองอ่านหนังสือแนวนี้ของสวีเดนก็เกิดติดอกติดใจขึ้นมาซะงั้น

สำนักพิมพ์ที่มักแปลวรรณกรรมสวีเดนและหลากหลายชาติก็มักเป็นสำนักพิมพ์สันสฤกต ดังนั้นในงานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ผ่านมาฉันเลยซื้อมา 2 เล่ม




พยาบาลเวรมรณะ (ตรงสันปกเขียนว่า พยาบาลมรณะ ฮา) แปลจากเรื่อง Night Rounds ผู้เขียนคือ เฮเลน เทอร์สเต็น เปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์ไฟดับกลางดึกในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พยาบาลเสียชีวิตจากการฆาตกรรม พยาบาลอีกคนเห็นผีพยาบาลที่เคยฆ่าตัวตายในโรงพยาบาลแห่งนี้เมื่อราว 50 ปีก่อน การหายตัวไปของพยาบาลอีกหนึ่งคน ทั้งหมดได้สร้างปริศนาที่ทำให้ทีมตำรวจชุดสืบสวนต้องสืบสาวคดีนี้ย้อนกลับไปยังอดีตเพื่อแก้ปริศนาในปัจจุบัน

ปริศนาฆ่าตัดเท้า แปลจากเรื่อง Dregs โดยยอร์น เลียร์ ฮอร์สท คดีที่เกิดขึ้นเมื่อมีเท้าข้างซ้ายลอยมาติดชายหาด ทั้งหมด 4 ข้าง เหล่านี้นำไปสู่การสืบสวนที่เชื่อมโยงกับคดีชายชราและหญิงสาวหายสาบสูญ และคดีฆ่าตำรวจเมื่อสิบกว่าปีก่อน

ขอบอกว่าทั้งชื่อตัวละครและชื่อสถานที่ช่างแปลกตา ออกเสียงลำบาก จำก็ยากลำบาก แต่สนุกดี

แนวเรื่องของทั้ง 2 เล่มไม่ได้เน้นแต่การสืบสวนคดี โดยมีการเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวของตำรวจคู่ขนานกันไปกับการทำงาน มีการพูดถึงการทำงานร่วมกันกับเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะเล่มแรกที่มีการแบ่งคดีให้กับผู้ร่วมงานหลายคนจนแทบจำชื่อไม่ได้ เป็นการทำงานร่วมกันที่ไม่ได้มีใครเป็นตัวเอกเสียคนเดียว และระหว่างทางก็ยังมีคดีอื่นแทรกเข้ามาเหมือนชีวิตจริง

ลักษณะของนวนิยายของสวีเดนจะคล้ายกับนวนิยายของญี่ปุ่น ตรงที่มักมีการแทรกให้ความรู้ในด้านต่างๆ เข้ามาเพื่อทำให้คนอ่านเข้าใจวิธีการสืบสวน สภาพสังคม ความคิดอ่าน และอื่นๆ มาโดยตลอด

สองเล่มนี้อ่านติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ติดตามจนหยุดอ่านไม่ได้ งานการไม่ได้ทำ ตอนแรกที่คิดว่าจะไปหาซื้อมาอ่านอีกก็คงเปลี่ยนใจ มิฉะนั้นงานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งหน้าคงไม่มีหนังสือออกใหม่ของสำนักพิมพ์เต่าตัวโตแน่นอนค่ะ

ดังนั้นตอนนี้จะพักไว้ก่อน เปลี่ยนไปอ่านเล่มเบาๆ ที่อ่านไปเรื่อยๆ ไม่เน้นความอยากรู้ปริศนาจนหยุดอ่านไม่ได้

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

อ่านหนังสือ : หนังสือแปล

ฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือแปล เป็นเพราะชอบลักษณะการเรียงร้อยถ้อยคำของนักเขียนต่างประเทศ ได้มีโอกาสได้เป็นบรรณาธิการหนังสือแปลอยู่พักหนึ่งเพราะคิดว่าน่าจะไปด้วยกันได้ แต่ก็ขอยอมแพ้

ทั้งนี้ก็เกิดอาการเข็ดขยาดกับนักแปล สำนักพิมพ์ไหนมีนักแปลมืออาชีพทำงานดีๆ ทำงานด้วยถือเป็นโชคของบรรณาธิการเลยเชียวล่ะ สำหรับนักแปลที่ฉันเคยพบมักเป็นนักแปลมือใหม่ที่ทำงานแบบผ่านๆ เพราะเขาต้องทำงานประจำ หรือไม่ก็เป็นนักแปลมีชื่อแต่รีบปั่นงานออกมาเพื่อทำเงิน 

งานแปลที่ได้จึงเป็นงานที่แปลออกมาโดยไม่มีการอ่านทวน 

ทำไมฉันถึงคิดอย่างนั้นล่ะ... ก็เพราะว่า ถ้าเขาอ่านทวนสักรอบหนึ่งเขาจะรู้ว่าสิ่งที่เขาแปลนั้นมันมีบางอย่างผิดปกติจนต้องตรวจสอบอีกครั้ง ดังเช่นตัวอย่างหนึ่งจากหนังสือที่เพิ่งอ่านจบไป

ร่างของหล่อนนอนหงายเหยียดยาวคว่ำหน้าอยู่บนเครื่องปั่นไฟสำรอง...

สรุปว่าจะ "นอนหงาย" หรือ "คว่ำหน้า" กันแน่ และอีกหลายประโยคที่ไม่ได้รูปได้รอย ซึ่งหากมีการทวนซ้ำก็ต้องพบอย่างแน่นอน 

ต่อมาคนที่ต้องรับผิดชอบก็คือบรรณาธิการที่ต้องอ่านแล้วตรวจทานกับต้นฉบับ หากพบความผิดปกติก็ต้องแก้ไข ถ้าพบข้อผิดพลาดแบบนี้ฉันถึงกับกุมขมับ เพราะเคยถึงขนาดต้องตรวจแก้กันแทบจะแปลใหม่ไปเลย และอีกด่านคือต้องผ่านคือพิสูจน์อักษรที่ต้องคอยตรวจสอบคำที่สะกดผิด

ช่วยๆ กันอ่าน ช่วยๆ กันแก้ไขข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด

จริงอยู่ว่าหนังสือแต่ละเล่มจะให้ไม่มีผิดพลาดเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับเล่มนี้มีข้อผิดพลาดมากมายจนฉันเองก็เหนื่อยใจ อ่านไปก็สงสัยว่าไอ้ที่แปลๆ มานั้นเนื้อหามันถูกต้องหรือเปล่า 

ก็อยากฝากให้กับคนทำงานด้านหนังสือ กว่าหนังสือจะตีพิมพ์ออกมาแต่ละเล่ม ต้องใช้ทรัพยากรไปเป็นจำนวนมาก ราคาหนังสือก็ใช่ว่าจะถูกๆ คนซื้อก็คาดหวังว่าจะได้หนังสือที่คุ้มค่ากับการอ่าน อยากให้คนทำงานหนังสือรอบคอบกว่านี้สักนิดนะคะ


วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2557

อ่านหนังสือ : ตำนานแห่งป่าอันสาบสูญ The Underneath

แค่ประโยคเปิดเรื่องก็แทบไม่อยากอ่านแล้ว ....

ไม่มีอะไรเหงาไปกว่าแมวตัวหนึ่งซึ่งเคยได้รับความรัก อย่างน้อยก็พักหนึ่ง แล้วจึงถูกทิ้งไว้ข้างถนน...

ด้วยความที่เลี้ยงแมว เกลียดมากกับเรื่องราวคนที่ทิ้งสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าหมาแมวและอื่นๆ ใจมันคงสลาย แล้วนี่อ่านต่อไปใจฉันจะสลายไปด้วยหรือเปล่า นี่มันเรื่องเศร้าใช่มั้ย

แล้วฉันก็อ่านต่อไป--



"ตำนานแห่งป่าอันสาบสูญ" เล่าหลากหลายเรื่องราว ทั้ง จระเข้ คน แมว หมา นกฮัมมิ่งเบิร์ด งูโบราณ ต้นไม้ ครอบครัว ความรัก ความแค้นเคือง การรอคอย โซ่ตรวน ปืน แม่น้ำ เวทมนต์ โอ่งดินเผา

เรื่องราวเล่าตัดสลับไปมาในแต่ละบทสั้นๆ แต่ละหน้าผ่านไปก็ค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวออกมาทีละนิด เหมือนยั่วยุให้ติดตามค้นหา เมื่อค้นเจอก็จะพบกับปริศนาชิ้นต่อไปที่อยากติดตามไปเปิด


นานมาแล้วที่ฉันไม่ได้ซื้อหนังสือวรรณกรรมเยาวชนแนวนี้ หลังๆ มานี่อ่านแล้วไม่ค่อยสนุกสักเท่าไร คงเป็นเพราะอายุมากขึ้นหรือเปล่า เห็นเล่มนี้ครั้งแรกก็ไม่ค่อยอยากซื้อ จนมาเห็นเป็นหนังสือลดครึ่งราคา จึงเลือกซื้อติดมือกลับบ้านมานอนกองอยู่ในตั้งหนังสือรออ่านอยู่เนิ่นนาน จนเมื่อในที่สุดกองหนังสือเริ่มพร่อง ฉันก็เลือกหยิบเล่มนี้ออกมาอ่าน

วิธีการอ่านหนังสือช่วงหลัง หากว่าเล่มไหนอ่านไปได้สัก 20-30 หน้าแล้วยังไม่สนุก ฉันก็จะเลิกอ่าน รู้สึกเสียเวลาไปกับการต้องทนอ่านส่วนที่เหลือของเล่ม แล้วหนังสือเล่มนั้นก็จะกลายเป็นหนังสือมือสองที่รอขายอยู่ในเว็บต่อไป

กะไว้ว่า "ตำนานแห่งป่าอันสาบสูญ" น่าจะไม่สนุก ที่ไหนได้ พออ่านไปสักพักก็เริ่มติด อย่างที่บอกไปนั่นแหละ มันมีปริศนามากมายปนกับความเศร้า ผู้เขียนใช้คำเขียนบรรยายเรื่องราวได้อย่างดี และผู้แปล (คุณธารพายุ โตวิระ) ก็ถ่ายทอดออกมาดีเช่นกัน ทำให้เนื้อหาน่าติดตามตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย

ช่วงที่เริ่มอ่านเล่มนี้เป็นตอนที่กำลังจะเริ่ม "งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 42" ช่วงเดือนมีนา-เมษา 57 ซึ่งฉันกับสามีต้องไปเปิดบูธของสำนักพิมพ์ตัวเอง ดังนั้นช่วงเวลาแห่งการอ่านจึงสะดุดไม่ต่อเนื่องมากนัก มาช่วงหลังๆ เริ่มทนไม่ได้เลยพกพาไปอ่านที่บูธด้วยซะเลย ตอนอ่านที่บ้านได้ร้องไห้หลายตอน พอไปอยู่บูธต้องกลั้นไม่ให้ร้องไห้ออกมาก็หลายครั้ง ช่างทรมานจริงๆ ...นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ไม่อยากอ่านตั้งแต่ต้น เพราะไม่ชอบเรื่องเศร้า (ชีวิตตัวเองก็เศร้ามากพอแล้ว)


ตั้งใจว่าจะทิ้งระยะเวลาไปสักพัก แล้วจะกลับมาอ่านใหม่อีกครั้งในตอนที่ไม่เร่งรีบ บรรยากาศไม่วุ่นวาย

ผู้เขียนคือ แคที แอปเพลต์ (Kathi Appelt) ตอนตีพิมพ์เล่มนี้เมื่อปี 2008 เธอมีอายุได้ 54 ปี เป็นอาจารย์สอนศิลปะและการเขียนเชิงสร้างสรรค์ มีผลงานเป็นหนังสือภาพสำหรับเด็ก กวี และสารคดี เล่มนี้เป็นนวนิยายเล่มแรก (จากประวัติท้ายเล่ม) ซึ่งก็ทำได้ดีเชียวล่ะ มีเว็บไซต์สำหรับผู้สนใจเข้าไปติดตามได้ที่ http://www.kathiappelt.com/




หน้าปกหนังสือฉบับภาษาอังกฤษน่ารักดีจัง เห็นภาพลูกแมวน้อยกับหมาตัวโต แมวตัวหนึ่งมีรอยเสี้ยวจันทร์บนหน้าผาก