วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2558

เรื่อยๆ มาเรียงๆ : หนังสือทางไปรษณีย์

นานมาแล้วที่ไม่ได้เขียนอะไรเพิ่มเติมในบล็อก นานแล้วที่ฉัน "อยาก" ทำอะไรจริงๆ จังๆ สักครั้ง ชีวิตช่วงหลังค่อนข้างสะดุด ไม่ใช่เรื่องงานหรือครอบครัว แต่เป็นอารมณ์ของฉันเองที่มักเกิดอาการอยากหยุดหายใจไปซะดื้อๆ อย่างนั้น 

เป็นความรู้สึกว่าการมีชีวิตนั้นมันช่างเหนื่อยเสียนี่กระไร

ฉันจึงเลิกคิด เลิกวางแผนชีวิต ทำแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า เมื่อไรที่คิดถึงอนาคต มันต้องเกิดการสะดุดทุกครั้งไป

เช้านี้สามีเอาจดหมายออกมาจากกล่องปณ. ใบมาตรฐานที่อยู่หน้าบ้าน เป็นนิตยสารที่เป็นสมาชิกอยู่ ปกติบุรุษฯ มักจะพับครึ่งหนังสือตามแนวตั้งแล้วเสียบไว้กับรั้วบ้าน แต่ครั้งนี้บุรุษฯ เกิดเปลี่ยนแผน คงอยากลองทฤษฏีใหม่ ด้วยการพับหนังสือตามแนวตั้งเป็น 3 ท่อนแล้วยัดและอัดเข้าไปในตู้ปณ. 

ใช่แล้ว พับตามแนวตั้ง ผลก็คือสันหนังสือขาดตรงรอยพับ 2 จุด แม้หนังสือจะไม่หนามากนัก แต่ขอบอกว่าการพับตรงสันหนังสือให้ได้ในลักษณะนี้ต้องใช้ความพยายามมากๆ สำหรับเรื่องนี้คงต้องชื่นชมความสามารถของบุรุษฯ ท่านนี้จริงๆ 

แรกเห็นหนังสือ ก็เกิดอาการอึ้ง บอกไม่ถูกว่าเป็นอะไร อาจเป็นแค่ ... (จุด 3 จุด) สะดุดหน้าคะมำ เกิดความรู้สึกว่าบ้านนี้เมืองนี้ชักจะอยู่ยากเข้าไปทุกที ด้วยความพยายามขุดหาการ "มองโลกในแง่ดี" ที่หาได้ยากยิ่งในตัวฉัน ก็คิดอีกทางว่า มันช่างเป็น "สีสัน" ของชีวิตเอามากๆ สักวันฉันคงมองเรื่องนี้แบบเฮฮากับเพื่อน กับพี่น้อง กับใครต่อใคร

แต่สำหรับวันนี้ ฉันยังฮาไม่ออกนะ

ฉันก็นึกไม่ออกนะว่าถ้าอยู่ประเทศนี้ไม่ได้ ฉันจะไปอยู่ประเทศอื่นได้หรือ อย่างญี่ปุ่นฉันคงอยู่ไม่ได้ เพราะระเบียบจัดเกินไป แล้วก็ย้อนกลับมามองว่าประเทศนี้ก็ชักเข้าใกล้ภาวะไร้ระเบียบเข้าไปทุกที ได้แต่คิดว่าเมื่อถึงวันที่เลวร้ายที่สุด ฉันคงตายจากโลกนี้ไปแล้ว

ย้อนกลับมาที่บุรุษฯ ความคิดมักกลับไปกลับมาว่า "ทำไม ทำไม ทำไม" บางทีเขาอาจกำลังเบื่อวิธีเดิมๆ เลยหาวิธีใหม่แก้เบื่อในระหว่างการส่งจดหมาย มันเป็นความท้าทายในชีวิตกับการพับสันหนังสือจนหักยับเยิน หรือบางทีก่อนมาที่บ้านฉัน เขาอาจทะเลาะกับเมีย โดนเจ้านายด่า โดนลูกค้าตำหนิ หมาไล่กัด น้ำหกใส่ ยังไม่ได้กินข้าว ฯลฯ ความเครียดทั้งหลายจึงมาลงที่หนังสือเล่มนี้

หรือจริงๆ เหตุผลอาจง่ายๆ วันนั้นฉันนั่งทำงานบนพื้นในบ้าน เห็นบุรุษฯ ส่งจดหมาย  ด้วยความที่ติดพันกับงานทำสมุด เลยไม่ได้ลุกไปรับ อีกทั้งไม่คิดว่าเป็นหนังสือ ก็เลยปล่อยให้เขา "หย่อน" จดหมายไว้ในตู้ แล้วค่อยไปหยิบทีหลัง เขาคงหงุดหงิดที่ฉันไม่ลุกไปรับเอง ปล่อยให้เขาต้องลำบากก็เลยเอาคืนกับหนังสือ

แล้วฉันก็ลืมจนวันรุ่งขึ้น หนังสือจึงขดงอน่าสงสารและเดียวดายอยู่ในตู้จดหมายในสภาพอย่างนั้น แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันจะเก็บแกไว้อย่างดีเลยล่ะ แม้ว่าแกจะยับเยินในสภาพนี้ก็ตาม