วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

อ่านหนังสือ : ตำราอาหาร

หนังสือในหมวดนี้คงหายากที่จะอ่านเพื่อความบันเทิงและเพลิดเพลิน แต่มันจะทำให้เกิดความอยากกินอย่างมาก

มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันคลั่งอยากทำขนมอบ จนถึงกับไปหาซื้อเตาอบกับเครื่องตีมาครอบครอง จากนั้นก็เป็นชุดของหนังสือตำราทำอาหารประเภทนี้ เริ่มแรกจากคัพเค้ก ต่อมาคือพาย ต่อด้วยขนมปัง ส่วนใหญ่ฉันเลือกซื้อภาษาอังกฤษ เนื่องจากถูกล่อลวงด้วยรูปภาพ และเนื้อหาที่น่าอ่าน

นับปีผ่านไป ฉันยังทำขนมไม่เป็น ความอดทนต่อการทำอาหารของฉันก็ลดลง ไม่ว่าจะเป็นการหาซื้อเครื่องปรุง หรือการตระเตรียมสิ่งของ และล้างทำความสะอาด ทำแต่ละครั้งป้าจะเป็นลม แถมกินไม่ได้อีกตะหาก ประกอบกับอายุเยอะขึ้น ท้องไส้มันไม่ค่อยรับอาหารประเภทนี้ไปซะแล้ว ได้แต่นั่งมองภาพถ่ายอาหารตาปริบๆ

นึกถึงครั้งยังเรี่ยวแรงดี เคยจะหัดทำกับข้าว ทำได้ไม่ถึงอาทิตย์ สามีบอกว่า "มา พี่ทำเองละกัน" ตอนกินสามีบอกว่าอร่อย สงสัยจะกลัวฉันเหนื่อย (ยังไม่สำนึกอีก ฮา)

สงสัยจะไม่มีแววเรื่องทำอาหารจริงๆ ล่ะมั้ง

ไม่นานมานี้ฉันได้ยกเตาอบและเครื่องตีให้กับพี่สาวไปแล้ว ดูท่าเขาน่าจะใช้งานมันได้คุ้มกว่า

ดังนั้นหนังสือหนังหาก็เลยจะนำออกมาวางขาย จะให้พี่สาวไปเขาก็อ่านภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ตัดใจอยู่นานกว่าจะเอามาขายได้นะเนี่ย

-------------------------------------

มาที่เล่มแรก A little course in Baking เล่มนี้ซื้อมาหลังจากลองทำตามตำราเล่มอื่นไม่ผ่าน เพราะไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน  สูตรแรกเค้กแครอททำออกมากินได้ เย้ ในที่สุด

หนังสือจะบอกพื้นฐานการทำเบเกอรี่อย่างชัดเจน ถ้าทำได้ตามนี้จะทำขนมได้เก่งเลยล่ะ แต่เผอิญฉันเป็นพวกขาดความอดทน และมักชอบปรับแต่งโน่นนี่นั่น(ทั้งที่ทำไม่เป็น) ที่บอกว่าทำได้แน่ก็ดูจากเค้กแครอทที่ได้ผลนั่นฉันทำตามหนังสือเป๊ะ ก็เลยกินได้

เมื่อยังไม่รู้เลยว่ากรอบอยู่ตรงไหน แต่กรูอยากนอกกรอบ ผลก็คือไม่ประสบผลสำเร็จ




-------------------------------------

เล่มต่อมา (เล่มไหนดีน้า)

จากความชอบในเค้กที่ชุ่มเนย เปลี่ยนมาเป็นอยากทำขนมปังแบบที่เห็นในคลิปของฝรั่ง เป็นขนมปังแบบที่เป็นก้อน ด้านนอกแข็งกรอบ มีรูพรุนๆ ด้านใน และเหนียวหนึบ ฉันจึงลองหัดทำขนมปังด้วยตำราที่ซื้อมาเป็นชุด

Step by step bread โชคร้ายหน่อย เล่มนี้ยังไม่มีโอกาสได้อวดฝีมือ (555 หรือจะโชคดี) ยังไม่เคยทำด้วยสูตรจากเล่มนี้เลย ซื้อมาแล้วยังไม่มีส่วนผสมที่จะนำมาใช้กับขนมปัง แถมยังวุ่นวายกับงานการเยอะแยะ สรุปว่ายังไม่ได้ใช้ ...อ้อ ใช้บ้าง ตรงเปิดแล้วจดส่วนผสมกับสูตรไว้ แค่นั้นแหละ






Made at home bread  เล่มนี้เคยได้ลองทำบ้างแล้ว แต่ส่วนผสมไม่ครบ สรุป ทำไม่สำเร็จ



Jayeon Bread เป็นการทำขนมปังด้วย starter ที่ทำขึ้นเองจากการหมักผลไม้แทนการใช้ยีสต์ สรุป ไม่สำเร็จตั้งแต่การหมัก starter ใช้เอง เนื่องจากไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองได้ ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าผลไม้ที่เราหมักน่ะมันใช้ได้ หรือบูด หรืออะไร คือไม่มีความรู้เรื่องนี้อ่ะ ถ้าคนที่ทำเป็นก็น่าจะทำได้นะ อยากทำมากๆ เลย 





ส่วนอีกเล่มยังไม่ขายค่ะ เป็นตำราอาหารของเจ้าของร้านอาหาร แต่เนื้อหาที่เขียนจะเล่าเรื่องโน้นนี่ไปเรื่อย ไม่ได้เน้นเรื่องสอนทำอาหารสักเท่าไร ดังนั้นจึงน่าจะเหมาะกับฉัน ว่าจะเก็บไว้อ่านก่อนแล้วค่อยวางขาย การจัดวางรูปเล่มของสวยงามเชียวล่ะ






สนใจหนังสือพวกนี้ไปหาดูได้ที่ www.tortaobooks.com นะคะ

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

อ่านหนังสือ : อาชญากรรม รวมเรื่องสั้นเยอรมัน



ตามชื่อเรื่องนั่นเลย "อาชญากรรม" เรื่องราว 11 เรื่องสั้นประกอบด้วยอาชญากรรมต่างๆ กันไป ไม่ใช่เรื่องสั้นฆาตกรรมหักมุม แต่เป็นเรื่องราวชีวิตของคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมที่เล่าผ่านมุมมองของทนายจำเลย

ผู้เขียนเล่าเรื่องเหมือนกับเข้าไปอยู่ในหัวของคนที่เกี่ยวข้อง จนรับรู้และเข้าใจได้ถึงความรู้สึกของคนๆ นั้น และเกิดความเห็นใจในชะตากรรมที่เกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ก่อให้เกิดคดีอาชญากรรม

นอกจากนั้นเรายังได้เรียนรู้ถึงกระบวนการยุติธรรมในอีกมุมหนึ่งที่ไม่เคยรู้ ทั้งในมุมของผู้พิพากษา อัยการ และทนายจำเลย บางเรื่องผู้เขียนบอกว่าคดีต่างๆ ในชีวิตจริงน่ะไม่ได้ไขได้ง่ายเหมือนที่เห็นในหนัง มันซับซ้อนกว่ามาก

หนังสือดีๆ จากสำนักพิมพ์ รหัสคดี แปลจากภาษาเยอรมัน เขียนโดย แฟร์ดินันด์ ฟอน ชีรัค แปลโดยเฉิดฉวี แสงจันทร์ บรรณาธิการโดยเรืองเดช จันทรคีรี พิมพ์ในโครงการมาตรฐานวรรณกรรมพิมพ์จำกัด (มวจ.) ลำดับที่ 17

เล่มนี้เป็นเล่มปกแข็งที่สั่งจองล่วงหน้า ไปรับในงานสัปดาห์หนังสือ เพราะยังไงก็ต้องไปนั่งไปเดินในงานอยู่แล้ว ไม่อยากนั่งรอชะตากรรมอยู่ที่บ้าน ไม่รู้วันเวลาที่ทางปณ.จะมาส่ง

.................

ด้วยวัยนี้บ่อยครั้งที่การออกนอกบ้านถือเป็นภาระที่หนักหนาสาหัส กลับบ้านมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยแทบสิ้นใจ และอ่อนเพลียไปอีกหลายวันกว่าจะเข้าที่ เพราะฉันเดินทางด้วยรถเมล์ ถ้าขับรถไปเองก็เหนื่อย เหนื่อยกับการหลงทางและหาที่จอดรถ แท็กซี่ก็ไม่ชอบ บางครั้งการสั่งซื้อของทางปณ.ถือเป็นทางเลือกที่ดี แทนการต้องไปตระเวนหาร้าน แล้วยังต้องเล่น 20 คำใบ้เพื่อบอกลักษณะของสินค้าที่ต้องการซื้อ แล้วเหนื่อยกับแดดร้อนของหนักเดินทางกลับบ้านไกล ฯลฯ

แต่ก็ต้องมาเหนื่อยใจกับปณ.บ่อย ต้องรอร้อรอ กันเป็นวันๆ ไปไหนก็ไม่ได้ กลัวแอบมาตอนเข้าห้องน้ำ หรือตอนหลับกลางวัน ส่วนเรื่องสินค้าเสียหายยังไม่เคยเจอกับสินค้าลงทะเบียนหรือ EMS

.................

ตอนอ่านเล่มนี้ไปได้ค่อนเล่มก็ชักไม่อยากอ่านสักเท่าไร เรื่องก็คือกลัวจบเร็วนะเอง แต่ถ้าไม่จบเล่มสิ่งที่จะตามมาก็คือ ฉันจะคอยหยิบเล่มนี้มาอ่านตลอดเวลา งานการไม่ได้ทำ ก็เลยต้องตะลุยอ่านจนจบให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

คิดถึงตอนเป็นเด็ก ฉันอ่านหนังสือเยอะพอสมควร ไม่มากนักถ้าเทียบกับคนอื่น เพิ่งมารู้ว่าเพราะฉันอ่านหนังสือช้า คอยแต่ละเลียดแต่ละประโยคไปทีละน้อย ฉันอ่านได้ทุกที่ บนรถเมล์ถือเป็นที่โปรด เพราะช่วงรถติดจะมีอะไรดีไปกว่าการอ่าน และ... การนอน (ฮา) อ่านในร้านอาหาร อ่านก่อนนอน จนเริ่มซาลงช่วงทำงาน

และอารมณ์อยากอ่านก็น้อยลงมากที่สุดก็ตอนที่แก่ตัว เริ่มสายตายาวและต้องใส่แว่น ความอยากอ่านเหือดหาย การหยิบหนังสือมาอ่านบนรถเมล์ช่างยุ่งยากเพราะต้องพ่วงแว่นสายตามาด้วย แถมหลังๆ เจอหนังสือไม่สนุกหลายเล่ม จนเริ่มลังเลกว่าจะซื้อหาหนังสือแต่ละเล่มมาอ่าน ก็ราคาใช่ถูก

มาเริ่มกลับมาอ่านเยอะอีกครั้งเมื่อตอนงานมหกรรมหนังสือฯ เดือนตุลา 58 ที่ไปเจอขุมทรัพย์หนังสือราคา 50 บาท ประมาณว่าซื้อมาอ่านไม่สนุกก็โยนทิ้งได้ไม่เสียดายมากนัก (แต่ก็ยังเสียดายอยู่) และพยายามหาเวลาอ่านจนเกือบไม่ได้ทำงานอื่นเลย (ดีมั้ยเนี่ย)

งานสัปดาห์หนังสือฯ 59 ปีนี้ได้หนังสือมาอีกจำนวนหนึ่ง หลายเล่มออกใหม่ลดแค่ 20% แต่ก็ได้หลายเล่มที่ราคาถูกจนอดไม่ได้ที่จะซื้อ ที่หมดเยอะที่สุดน่าจะเป็นสมุดบันทึก ขนซื้อมากันเยอะแยะ จะใช้หมดก่อนตายมั้ยเนี่ย

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2559

เรื่องสั้น : เสียงกรีดร้อง

เขาไม่ว่าอะไรนะกับเสียงเด็กหัวเราะเล่นกัน แต่กับเสียงร้องกรี๊ดๆ นั่นสิที่เขาทนไม่ได้
เขาจึงจ้วงแทงลงไปอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกหลายครั้ง จนกระทั่งเสียงกรีดร้องของเด็กนั้นเงียบลง















งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 --บ่นเล็กๆ หลังงาน

เรื่องมันเริ่มมาจากแผลในปากตรงโคนลิ้น ที่เริ่มเจ็บเล็กน้อยในวันเริ่มงาน แล้วเจ็บหนักขึ้นจนกระทั่งกินอะไรก็ไม่มีสุข มันเป็นจุดที่มองหารอยแผลยาก ก็เลยปล่อยปละละเลยไว้ ด้วยคิดว่าคงจะหายเอง

แล้วมันก็ไม่หาย

ฉันเลยไปซื้อยามาทา ทาแค่คืนเดียวเอง แผลก็ค่อยๆ หาย แต่ผลกระทบของยาทาแบบนี้ที่เกิดกับฉันทุกครั้งคือคอแห้ง ระคายคอ ดังนั้นอาการที่เกิดต่อมาใน 2-3 วันก็คือเจ็บคอ ที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ไปสู่การเป็นหวัด น้ำมูกไหลในวันต่อมา และวันต่อมาก็หวัดลงคอ เริ่มครั่นเนื้อครั่นตัว ยังไม่ถึงกับไข้ขึ้น แต่ก็เกิดอาการ... ง่วง

ฉันนั่งคลุมผ้าหลับอยู่ในบูธแทบจะตลอดทั้งวัน ถ้าไม่นอนก็ออกไปเดิน เดินก็ยังง่วง (เป็นครั้งแรกที่เดินแล้วไม่หายง่วง) รู้สึกว่านั่งนับเวลารอวันสิ้นสุดงานกันเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

วันสุดท้ายกินยาแก้ไข้ แต่หายาแก้หวัดมากินไม่ได้ เพราะไม่มีร้านขายยาแถวศูนย์สิริกิติ์ ฉันสดชื่นขึ้น ไม่ง่วง แต่น้ำมูกไหลแทบจะตลอดเวลา บางช่วงอาการหนักถึงขั้นน้ำตาไหลตาม ในหูคันยิบ




เวลาผ่านไป 14 วัน (รวมวันจัดบูธ) ฉันก็กลับมาอยู่ที่บ้าน เพื่อนอนพักฟื้นจากอาการป่วยที่ยังไม่หาย

ซื้อยามากินก็ไม่หาย แถมยังแลป่วยหนัก เลยเลิกกิน นอนร้อนระอุอยู่ที่บ้าน ไอติมข้าวเหนียวมะม่วงของสเวนเซนที่หมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะกินให้ได้หลังงานก็ไม่ได้กิน ไม่อยากแม้แต่น้อย

ชีวิตเหมือนยังไม่ฟื้น วันๆ ถ้าไม่นอน ก็ออนไลน์ดูโน่นนี่ไปเรื่อย ไม่ก็นั่งเฉยๆ มองผนัง มองต้นหญ้า มองทีวี (ดูอะไรไม่รู้) มองแมว มองพื้น ไม่อยากขยับตัวทำอะไร

นั่งคิดว่าหลายอย่างเปลี่ยนไปในช่วงเวลาที่ฉันไปใช้ชีวิตที่ศูนย์ฯ จนน่าตกใจ อย่างหนึ่งคืออากาศร้อนระอุจนทำให้คิดถึงแอร์เย็นๆ ที่ศูนย์

สงสัยปีนี้ต้องติดแอร์แล้วล่ะ เงินที่ขายของได้ปีนี้คงหมดไปกับแอร์แน่นอนเลย