วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ดูหนัง-ดูซีรี่ส์ : Regressinon สปอยล์มากๆ นะคะ

ท่ามกลางความร้อนที่คิดว่าไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนในชีวิต และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่บ้านเราติดแอร์ แต่ไหนแต่ไรฉันเป็นคนที่ไม่คิดเรื่องติดแอร์ เนื่องจากกลัว... กลัวค่าไฟฟ้า

แต่ปีนี้ความร้อนมันสูงจนเหมือนกับว่าในตัวฉันมันกำลังเริ่มระอุ และกำลังฟูขึ้นเหมือนขนมปังในเตาอบ เพราะงั้นค่าไฟก็ค่าไฟเถอะ (คงได้หนาวกันแน่ทีนี้)

กลับมาเรื่องหนัง

สองปีมานี่ ฉันเริ่มกลายเป็นคนขี้เกียจ เป็นยายแก่ที่ไม่อยากทำงาน วันๆ อยากนั่งเฉยๆ ดูหนังไม่ก็อ่านหนังสือ แต่เงินล่ะคะ จะเอาจากไหนถ้าไม่ได้ทำงาน จากที่วิเคราะห์คาดว่า อาการนี้เกิดมาจากงานเยอะเกินไป ตอนนี้ฉันหางานหว่านแหไปเรื่อยๆ ทำงานโน้นนิด งานนี่หน่อย ไม่ได้ทุ่มกับอะไรเต็มๆ เห็นอะไรที่น่าจะได้เงินก็ลองทำ แล้วพอผลลัพธ์ไม่ค่อยดีก็เริ่มเฉื่อย

แต่พอเริ่มไว้ก็ต้องทำต่อไป

อีกอย่างคือฉันเป็นพวกโครงการเยอะ แต่จัดเวลาวางแผนงานไม่เป็น ผลก็คือ... แต่นแต้นนนนน ...ไม่ทำอะไรเลย แต่สมองยังคิดนะ รู้สึกผิดว่าทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง

ยังไม่ถึงเรื่องหนังอีกหรือเนี่ย ...ใกล้แล้ว

คือสองวันมานี่ฉันก็เลยตัดสินใจลองเลิกคิดทำงาน เลิกคิดวิตกกังวลกับเรื่องโน้นนี่ พยายามทำอะไรที่ไม่ต้องคิดมาก นั่นคือดูหนัง กะว่าจะดูแบบมาราธอน แต่... ชักเหนื่อยแฮะ ฉันคงแก่เกินไปล่ะ สมาธิไม่อยู่กับเรื่องเลย ความกังวลยังคงเข้าครอบคลุม แม้จะพยายามบอกว่า "เลิกคิดดดดดด"


มาเรื่องหนังได้ล่ะนะ



Regression เป็นเรื่องเกี่ยวกับลัทธิบูชาซาตานที่เกริ่นนำในหนังว่ามีแพร่หลายไปทั่วอเมริกาในยุค 80 ลัทธินี้ทำให้คนมองว่าเป็นพิธีกรรมที่โหดร้าย ทั้งการบูชายันต์ ทั้งการชุมนุมกันเพื่อทำเรื่องเลวร้าย การสังเวยญาติพี่น้อง การทำตัวแปลกประหลาด และอื่นๆ

แองเจลล่า เกรย์ (เอ็มม่า วัตสัน) หนีไปอยู่โบสถ์ด้วยข้ออ้างว่าถูกพ่อของตนข่มขืน นายตำรวจบรู๊ส เคนเนอร์ (อีธาน ฮอล์ค) จึงเข้ามาทำคดีนี้ เขาค้นลึกลงไปก็พบว่ามีลัทธิบูชาซาตานเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาทุ่มเทให้กับคดีนี้เต็มตัวจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

จริงๆ ตอนต้นเรื่อง มีความรู้สึกว่าหนังมันน่าเบื่อในระดับหนึ่งเชียวล่ะ ก็พอจะเดาออกอยู่หรอกนะว่าน่าจะมีผลสรุปแบบไหน พูดไปหนังก็ไม่ค่อยน่าประทับใจนัก แต่เรื่องที่น่าคิดก็มีอยู่


ตอนนี้จะสปอยล์ล่ะน้า อย่าหาว่าไม่เตือน เพราะไม่อาจพูดถึงเรื่องนี้โดยไม่สปอยล์


3

2

1


แม้ว่าแองเจลล่า เด็กสาวในเรื่องจะเป็นคนฉลาดที่แต่งเรื่องราวหลอกเป่าหูคนจนเชื่อกันไปทั้งประเทศ อันได้แก่ตำรวจทั้งสถานีตำรวจ บาทหลวง นักวิชาการ นักข่าว และชาวบ้านทั่วไป แต่ขอบอกว่าคงจะทำไม่สำเร็จถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากบาทหลวงและนักวิชาการที่เข้ามาช่วยไขคดีนี้

บาทหลวงมาสายศาสนาและศรัทธา ที่คอยเน้นย้ำประเด็นที่ว่ามีซาตานแฝงตัวทำความชั่วร้ายอยู่ในหมู่พวกเรา และพยายามดึงให้ผู้คนหันเข้าหาพระเจ้า ด้านหนึ่งเป็นผู้สร้างศรัทธาให้คนต่อสู้กับความเลว อีกด้านก็เป็นการสร้างความหวาดกลัวให้คนเชื่อว่าปีศาจมีตัวตนอยู่จริง

ส่วนนักวิชาการ มาสายวิทยาศาสตร์ พยายามนำเอาการสะกดจิตมาใช้เพื่อช่วยคลี่คลายคดี แต่กลายเป็นกว่าการสะกดจิตของเขาทำให้คนสร้างความทรงจำปลอมๆ ขึ้นมาจากสิ่งที่ได้ยิน ดังนั้นวิทยาศาสตร์ที่ควรเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุด ก็กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเชื่อผิดๆ เข้าไปอีกอย่าง 

ส่วนพระเอกของเรา บรู๊ซ เป็นพวกก้ำๆ กึ่งๆ อยากศรัทธาแต่อยากหาข้อพิสูจน์ น่าจะมีค่าเท่ากับคำที่ชอบพูดในหมู่คนไทยว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" นั่นหมายถึงเชื่อไปแล้วเกือบเต็มตัว เหลืออีกนิดแค่มีอะไรมาสะกิดก็เชื่อหมดใจเลย

พอมีแรงหนุนจากทั้งด้านศาสนาและวิทยาศาสตร์มาช่วย บรู๊ซก็เลยเกิดอาการประสาทหลอนไปตามคำกล่าวอ้างของแองเจล่าซะเลย

ดีว่าในหนังบรู๊ซเกิดกลับตัวทัน ไม่งั้นก็คงเข้ารพ.บ้ากันแน่นอน

บทสรุปของฉันเองไม่มีอะไรนัก ก็แค่ว่า...

สิ่งเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่รอบตัวของเรา ถ้าเราไม่ระวัง เราจะก้าวไปสู่หลุมพรางโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย แม้ว่าจะตกเข้าไปในหลุมทั้งตัวแล้วก็ตาม