วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560

ทั่วไป : ขยะ

อยากจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้ว แต่มันก็ไม่ค่อยปะติดปะต่อนัก วันนี้ได้พบเจอบางอย่างและอยากเขียนมากขนาดที่เปิดคอมที่เพิ่งปิดไปขึ้นมาใหม่

เคยดูรายการทีวีจำพวกพาเที่ยวตลาดกันมั้ย เหล่าพิธีกรหรือดาราจะโชว์ความน่ากินน่าซื้อของสิ่งของต่างๆ ในตลาดที่ตัวเองไปเดิน จบลงด้วยการหิ้วถุงพลาสติกใส่ของใช้ของกินมาอีกเป็นพวง มันเป็นภาพที่คุ้นชินในสายตาคนทั่วไป

ตอนที่เราไปเดินตลาดด้วยตัวเอง ทั้งตัวเองและคนอื่นๆ ต่างก็หิ้วถุงพลาสติกกันเป็นพวง ถุงใบเล็กใบน้อยต่างทำหน้าที่ในการใส่อาหารและสิ่งของเพื่อนำกลับไปที่บ้าน เมื่อนำอาหารออกจากถุงหูหิ้วพลาสติกก็จะเจอกับถุงพลาสติกใส่อาหาร หรืออาจมีพ่วงถุงพลาสติกใส่น้ำจิ้มหรือเครื่องเคียงอีกต่างหาก

เมื่อนำอาหารใส่จาน เหล่าถุงพลาสติกที่หมดประโยชน์ในทันทีเหล่านั้นก็จะถูกรวบรวมไปใส่ในถุงขยะใบใหญ่ที่เป็นพลาสติกอีกเช่นกัน

อายุการใช้งานของมันช่างน้อยนิด แต่ปริมาณที่เป็นของเสียช่างมหาศาลมากมาย

----------------------

ฉันเองก็หลีกไม่พ้นที่จะเป็นตัวสร้างขยะด้วยตัวเอง เมื่อไปตลาด ฉันไม่เคยเอาถุงผ้า (ที่ขายกันเกลื่อนกลาดเป็นขยะอีกหนึ่งประเภท) ไปใส่ของ แต่ก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่รับถุงหูหิ้วเพิ่มเติม ถ้าอันไหนใส่รวมกันได้ก็จะรวมกัน แต่กระนั้นขยะก็ยังมากมาย

ฉันพยายามเก็บถุงไว้ใช้ประโยชน์ซ้ำอีกรอบในฐานะถุงขยะอีกรอบ ตอนนี้มันเต็มจนล้นกล่องเพราะใช้กันไม่ทันเลยทีเดียว สถานการณ์แบบนี้เกิดหลายครั้งแล้ว ฉันคัดมันทิ้งไปก็หลายรอบ แล้วมันก็กลับมากองรวมกันอีกจนได้

ฉันก็พยายามนะ...

ถ้าไม่ลืม ตอนไปซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ต หรือ 7-11 หรือ ร้านอาหารแมว หรือตามบูธขายหนังสือในงานหนังสือฯ ฉันจะพยายามพกพาถุงผ้าไปด้วย หรือไม่ก็หอบหิ้วกลับมาโดยไม่ใส่ถุง แต่ความพยายามของฉันบางครั้งก็ช่างยากเย็นนัก โดยเฉพาะในซุปเปอร์สโตร์แห่งหนึ่งที่สาขาเยอะมากๆ เขามีนโยบายลดการใช้ถุง แต่สังเกตว่าคนที่ซื้อของแบบไม่ใส่ถุง จะได้รับการจับตามองเป็นพิเศษจากพนักงานรักษาความปลอดภัยของห้าง ฉันเองก็เคยโดนพาตัวกลับไปที่ช่องจ่ายเงิน เพื่อยืนยันว่าลิปมันที่ฉันหยิบจากกระเป๋าถือ แกะห่อ โยนห่อทิ้ง แล้วทาปากไปนั้น เป็นสินค้าที่ฉันจ่ายเงินแล้ว โชคดีที่ฉันมักเก็บใบเสร็จไว้เสมอ เพราะกลัวกรณีนี้แหละ

จะไปโทษรปภ.ก็คงไม่ได้ เพราะแม้จะเป็นนโยบายห้าง แต่เมื่อของหาย คงเป็นรปภ.เองที่โดนคนแรก ถือเป็นนโยบายที่ขัดแย้งกันเองอย่างยิ่ง

----------------------

มาวันนี้สิ่งที่สะกิดฉันมากที่สุดก็เมื่อกี้นี้เอง ฉันได้รับขนมจากพี่สาวใจดีมากล่องหนึ่ง เปิดออกก็พบว่าข้างในเป็นมะขามหวานแกะเมล็ด ใส่แยกในซองพลาสติกฝักละซอง

โอ้ววววว... ช่างสร้างสรรค์และน่ากินอย่างที่สุด

แต่...

ปริมาณขยะที่สร้างนั้นมันช่างมากมายขึ้นอีกหลายเท่าตัวถ้าเทียบกับการใส่ฝักมะขามเหล่านี้ในถุงพลาสติกใหญ่ถุงเดียว


เราทุกคนต่างไม่ต้องการให้มีภูเขาขยะอยู่หน้าบ้านตัวเอง ไม่อยากให้มีโรงงานกำจัดขยะอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้านตัวเอง อยากให้บ้านตัวเองน่ามอง

เรากำลังสร้างขยะอย่างมหาศาล มันต้องไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง มันไม่มีทางหายไปได้หรอก ถ้าไม่อยู่หน้าบ้านเราก็ต้องไปอยู่หน้าบ้านใครสักคน แต่เรากลับทำเป็นเหมือนไม่รับรู้กับสิ่งนี้

หลายซอยละแวกบ้านฉันกลายเป็นจุดทิ้งขยะในปริมาณที่มหาศาล จนอดคิดไม่ได้ว่าทำไมไม่ไปทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง แต่เป็นที่เป็นทางคืออะไร ยังไงก็ต้องมีที่อยู่ให้ขยะจนได้ มันไม่ได้สูญหายไปจากโลกได้เฉยๆ หรอก

------------------------

รีไซเคิลน่าจะเป็นคำตอบ แต่มันไม่ใช่ กระบวนการรีไซเคิลเป็นการลดขยะได้ก็จริง แต่ในกระบวนการนี้ย่อมต้องใช้พลังงานจำนวนมาก ใช้ทรัพยากรอื่นๆ อีกจำนวนมาก ดังนั้นคำว่า "รีไซเคิล" จึงกลายเป็นคำที่ทำให้เกิดขยะได้ด้วยตัวเอง เป็นคำปลอดภัยสำหรับคนทิ้งขยะได้เลยล่ะ

เราควรจะใช้คำว่า "ลด" ปริมาณขยะลงจะดีกว่ามั้ย

-----------------------

ทุกอย่างในชีวิตเราล้วนแต่สร้างขยะทั้งนั้น แม้แต่กระบวนการทำหนังสือของสำนักพิมพ์ฉันเองก็มีขยะกระดาษจำนวนมาก ในการนำสินค้าไปขาย ฉันเองก็ต้องสร้างขยะพลาสติกจำนวนมากเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้า ฉันไม่มีข้ออ้างสำหรับการสร้างขยะของตัวเองแม้แต่นิด มีแต่ความรู้สึกผิดที่แก้ไขไม่ได้

เมื่อมองไปรอบตัว ฉันก็เห็นขยะใน "อนาคต" จำนวนมากมายในรูปของสินค้าที่จำเป็นต้องมี "แพกเกจจิ้ง" ที่ดึงดูดใจคน

แลดูเป็นปัญหาโลกแตกไปแล้วล่ะนะในตอนนี้ แม้แต่การเปิดคอมมาใช้งานก็สร้างขยะด้วยเช่นกัน