วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ดูหนัง : ซี่รี่ส์ Limitless



ไม่ได้ตั้งใจดูเลยนะ แต่ดูระหว่างนั่งรอสามีกลับบ้าน ช่วงนี้ไปเรียนเพิ่ม กับนั่งเฝ้าแมวไม่ให้ตบตีกัน ทำอย่างอื่นไม่ได้ก็เลยเปิดทีวีดูที่ช่อง MONO29 ดูก็ไม่ปะติดปะต่อกัน ช่วงแรกๆ ไม่ได้ดู หลายตอนก็ไม่ได้ดู ดูไม่เคยจบในแต่ละตอน (เพราะดึกมาก)

แต่ก็นะ ...ดูไปดูมาชักชอบความกวนของซีรี่ส์ เลยไปหาดูย้อนหลัง

ตัวเรื่องสร้างอิงจากหนังใหญ่ชื่อเดียวกัน เป็นเหมือนตอนต่อเนื่อง ในหนังใหญ่เอ็ดเวิร์ด มอร์ร่า กินยาเม็ด nzt  ที่ทำให้สมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จากคนล้มเหลวกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ เมื่อมาถึงในซี่รี่ส์ มอร์ร่ากลายเป็นวุฒิสมาชิกที่ต้องการก้าวเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ


ในซีรี่ส์ ไบรอัน ฟินช์ เกิดจับพลัดจับผลูมารู้จักกับยา nzt ทำให้เขาได้เข้าไปทำงานกับ FBI อยู่ภายใต้การดูแลของรีเบคก้า แฮร์ริส โดยทำงานลับๆ ให้กับมอร์ร่าอีกที

ซี่รี่ส์มีทั้งหมด 22 ตอน ช่วงตอนแรกๆ เป็นการคลี่คลายคดีที่ดูจะไม่ได้จริงจังนัก ตัวเรื่องราวของคดีดูพิศดาร วิธีการคลายคดียิ่งติงต๊อง ดูแล้วก็ไม่ได้ตั้งในเน้นเรื่องคดี เน้นความเพี้ยนของไบรอัน กับตัวละครประกอบ

ไบรอัน ถือเป็นตัวละครที่แหวกแนวพอควร ไม่มีปัญหาในครอบครัว ไม่ทะเลาะกับพ่อ หรือเกลียดพ่อแม่ เหมือนในหนังแทบทุกเรื่องในฮอลลีวู๊ด มีแต่คุยกันดีๆ แล้วก็เป็นคนที่อารมณ์ดีเหลือเกิ๊น ใครแขวะใครอะไรก็ยิ้มรับ เฮฮาไปเรื่อย ใครตำหนิการกระทำก็ยอมรับถ้าผิดจริง ไม่ได้เถียงข้างๆ คูๆ

ชอบนำเสนอข้อมูลเป็นฮาร์ดก๊อบปี้ ทั้งกระดาษติดบอร์ด โพสต์อิต ดินน้ำมันปั้นเป็นตัวคน และ ฯลฯ


ได้ไปอ่านความเห็นบางคนในพันทิป หลายคนไม่ชอบซี่รี่ส์เรื่องนี้ ก็สรุปว่าถ้าใครชอบการคลี่คลายคดีที่ดูจริงจัง จะไม่ชอบเรื่องนี้ หรือชอบพระเอกที่ซีเรียส ก็จะไม่ชอบ เพราะไบรอันแลจะต๊องเอาเรื่อง





ยา NZT 48 

เรียกย่อๆ ว่า nzt (อ่านว่า เอ็น-ซี-ที ไม่ใช่ เอ็น-แซ็ด-ที) ในเรื่องเป็นยาเม็ดใส ช่วยเปิดสมองทำให้คนกินกลายเป็นอัจฉริยะเป็นเวลา 12 ชั่วโมง แต่หลังจากนั้นผลกระทบจากยาจะทำให้คนกินทรุดโทรมลง

ในเว็บภาษาอังกฤษมีคนถามว่ายานี้มีจริงหรือไม่ ผู้เขียนได้เข้าไปค้นและอ่านนิดหน่อย แต่บังเอิญสมองเข้าใจภาษาวิชาการได้ยาก น่าจะสรุปได้ว่ามียากระตุ้นสมองอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เป๊ะเหมือนกับในหนัง แต่...แต่... มีเว็บหนึ่งเหมือนจะขายยาที่ชื่อ NZT 48 เหมือนในหนังเลย


ถ้าสนใจเข้าไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ

https://www.consumerhealthdigest.com/brain-enhancement-supplements/nzt-48.html

ส่วนอีกลิงค์มีการถกกันถึงเรื่องที่เป็นวิทยาศาสตร์

http://www.brainprotips.com/limitless-pill/






วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2560

อ่านหนังสือ : ชายชื่ออูเว่ a man called Ove

ตอนอ่านหนังสือเล่มนี้ถึงบทที่ 2 ก็บอกได้คำเดียว คนเขียนนี่ --กวงติงจิงๆ เบย (เชื่อว่าน่าจะให้เครดิตผู้แปลด้วย คือคุณธีปนันท์ เพ็ชร์ศรี)

ก็แต่ละคำที่ผู้เขียนสรรหามาบรรยายเรื่องราวมันช่าง ... บทที่ 2 ตอนอูเว่พบกับแมวข้างถนนเยินๆ ตัวหนึ่ง เขาบรรยายว่า "...อูเวตั้งใจจะเขวี้ยงรองเท้าไม้ข้างหนึ่งใส่มัน เจ้าแมวทำหน้าเหมือนนึกเสียดายที่ตัวเองไม่ได้เตรียมรองเท้าไม้มาเขวี้ยงกลับ"
(คัดลอกจากหนังสือ ชายชื่ออูเว หน้า 16)

เอ่อ ...เห็นภาพเลย กวงติงทั้งคู่เลย




มันเป็นหนังสืออีกเล่มที่ได้มาจากงานสัปดาห์หนังสือฯ ปี 2560 ที่ผ่านมา ในราคาลดกี่เปอร์เซ็นต์จำไม่ได้ น่าจะอยู่ที่ 15-20% แต่ไม่ใช่หนังสือ 50 บาท ที่ฉันชอบไปซื้อ

และหนังสือก็คุ้มค่าเงินที่ซื้อไปเชียวแหละ

และไม่คิดว่ามันจะเป็นหนังสือที่มีแมวเป็นตัวละครอีกตัวหนึ่งที่สำคัญ ฉันชอบแมวในเรื่องมากๆ เลย กวงติงสุดๆ




เรื่องราวของชายแก่อายุ 59 ปีนามอูเวที่เป็นคนที่หัวรั้นที่สุด กวนประสาทที่สุด และเป็นคนที่มีจิตใจดีที่สุด ซึ่งถ้าฉันพบกับคนแก่แบบนี้กับตัวฉันคงเกลียดเขาแบบที่สุด

อูเวในวัย 59 เพิ่งเสียภรรยาไปกับโรคมะเร็ง และต้องสูญเสียงานที่เขาทำมาเป็นสิบปี ด้วยเหตุผลที่บริษัทอยากให้เขาได้พักผ่อน เขาจึงตั้งใจฆ่าตัวตายเพื่อไปพบกับภรรยาของเขาในโลกหน้า ก่อนหน้านี้ภรรยาคือเหตุผลที่ทำให้เขามีชีวิตอยู่ได้

แต่แผนการต่างๆ ต้องผิดพลาดไปเสียหมดเพราะเพื่อนบ้านครอบครัวหนึ่งที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่นั่นเอง

อูเวเป็นชายแก่หน้าบึ้งตึง อารมณ์บูดเป็นนิต ทำอะไรตรงเป๊ะไม่พลาดแม้สักหนึ่งในล้านมิลลิเมตร เขาเป็นคนไม่สังสรรค์กับชาวบ้าน ไม่มีเพื่อน ไม่ชอบคุย ...ดูเป็นคนน่าคบหาเหลือเกิ้น

หนังสือเล่าเรื่องตัดสลับไปมาระหว่างคนที่อูเวเคยเป็นในอดีตกับคนที่เป็นอูเวปัจจุบันนี้ เรื่องราวชีวิตในวัยเด็กจวบจนภรรยาเสียชีวิตจึงค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาให้เราได้ทำความรู้จักกับส่วนต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นตัวอูเวในตอนนี้

เพื่อนบ้านใหม่ที่สมน้ำสมเนื้อกับอูเวชื่อ ปาร์วาเนห์ หญิงอิหร่านที่แต่งงานกับหนุ่มสวีเดนไม่ได้เรื่องคนหนึ่งจนมีลูก 2 คน และอุ้มท้องอีก 1 คนในตอนย้ายมาที่นี่ (อ้อลืมบอก นี่เป็นนิยายสัญชาติสวีเดนนะจ๊ะ) เธอคนนี้แหละที่มาป่วนชีวิตของอูเวที่กำลังคิดฆ่าตัวตาย บังคับให้เขาทำหลายๆ เรื่องที่ไม่ชอบใจได้ จนเขาพบกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตบั้นปลายของเขา


วิธีการเขียนของนักเขียน Fredrik Backman ที่มีการเปรียบเทียบเปรียบเปรยสิ่งต่างๆ ช่างมีสีสันและกวงติงสุดๆ ทั้งขำทั้งน้ำตาซึม

บางย่อหน้าบอกเล่าตรรกะของชีวิตที่ปฏิเสธไม่ได้

"การต้องยอมรับว่าตนเองทำผิดนั้นเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะกับคนที่ทำผิดมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน"
(คัดลอกจากหนังสือ ชายชื่ออูเว หน้า 314)


อูเวเป็นคนที่มีชีวิตเชื่อมโยงกับรถยนต์ โดยเฉพาะรถยี่ป้อซาบ ดังนั้นหลายๆ ช่วงชีวิตของเขาจึงเกี่ยวข้องกับรถยนต์ และเปรียบเทียบชีวิตกับอารมณ์ของเขากับรถยนต์ซาบของเขา และรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ ของคนอื่น




ขอแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างยิ่ง

++++++++++++++++++++++++

ช่วงเก็บตก

หนังสือเล่มนี้แปลและพิมพ์โดยสนพ. Merry-Go-Round หรือ แมร์รี่ โกราวด์ พับลิชชิ่ง

https://www.facebook.com/merrygoroundpublishing/



นักเขียนของเรื่องนี้ืชื่อว่า Fredrik Backman หน้าตาแบบในรูปด้านล่าง อื่มมมม หน้ากวนพอๆ กับข้อความที่บรรยายเรื่องเลย

Fb ของเขาคือ https://www.facebook.com/Backmanland/



มีการทำหนังสือเรื่องนี้ไปทำเป็นหนังสัญชาติสวีเดนแล้ว







วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2560

อ่านหนังสือ : Dark Matter จะว่าไปก็มีสปอยล์นิดนึงนะจ๊ะ

ไม่ชอบชื่อภาษาไทยของเรื่องนี้เลยนะขอบอก



นวนิยายวิทยาศาสตร์จากฝีมือของ Blake Crouch ผู้เขียนเรื่อง Wayward Pines Trilogy  นี่คือเหตุผลที่ฉันยอมควักเงินซื้อหนังสือในราคาเต็มมาอ่าน หลังจากเพลิดเพลินใจไปกับการช็อปหนังสือเล่มละ 50 บาทจากงานสัปดาห์หนังสือฯ จนกลายเป็นความงกประจำตัวไปแล้ว

สำหรับฉันตอนนี้หนังสือที่ซื้อราคาเต็มก็คือหนังสือที่อยากอ่าน+ออกกับสนพ.ที่คิดว่าคงไม่ลดราคาแน่ และ/หรือ อยากอ่านจนไม่อยากรอให้มันลดราคา นั่นแหละ ไม่ใช่ไม่อยากอุดหนุนวงการหนังสือนะ แต่เพราะไม่รวย ไม่มีเงินเยอะแยะมากมายไปจมกับหนังสือที่อ่านไม่หนุก ไม่มีคุณภาพ และ ฯลฯ หลายอย่างที่ทำให้เสียดายเงิน

...

หนังสือเรื่อง Dark Matter นี้ช่วงแรกที่อ่านก็เหมือนกับจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางข้ามมิติทั่วไป แต่...แต่... เมื่ออ่านไป มันกลับมีหลายอย่างเพิ่มเติมมา ที่ทำให้ติดตามอ่านจนจบ

แกนหลักของเรื่องอยู่ที่ "ทางเลือกในชีวิต"

ทุกคนคงเคยคิดนะ ฉันเองก็เคยเป็นบ่อยๆ กับคำว่า "ถ้าฉันเลือกทำแบบนี้ล่ะก็..."

ในชีวิตที่ผ่านมาทั้งเรื่อง เรียน ทำงาน แมว แฟน หลายครั้งที่ฉันมักใช้ประโยคนำแบบนี้ โดยที่ไม่รู้หรอกว่าอีกทางที่เราไม่ได้เลือกจะนำเราไปสู่ชีวิตแบบไหน

ทางเลือกแต่ละทางก็มีเส้นทางแยกย่อยออกไปที่จะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไป แล้วทางเลือกของทุกคนก็ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบถึงกันกันและกันทั้งหมด ตัวแปรจำนวนมาก จึงทำให้ผลลัพธ์ออกมาหลากแบบหลายทางที่เราไม่อาจทำนายได้

เราอาจพบกับเรื่องที่แย่กว่านี้หรือดีกว่านี้

แต่ไม่ว่ายังไง ปัจจุบันก็ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะมันคือสิ่งที่กำหนดชะตากรรมของเราในอนาคตนั่นเอง

...
...

ตอนเข้าไปหาใน google ด้วยคำว่า Dark Matter พบกับทีวีซีรี่ที่มีถึง 3 ซีซันไปแล้ว เกือบจะเข้าไปดูแล้ว แต่ปรากฎว่ามันคนละเรื่องกันนี่นา

เลยเอาอย่างอื่นมาฝากแทน

นี่เป็นปกหนังสือฉบับภาษาอังกฤษจ้า


ส่วนนี่คือนักเขียนนั่นเอง


บล็อคนี้สั้นนิดเดียว เพราะอยู่ในสภาวะเฝ้าระวังแมวเก่ากับแมวใหม่ไม่ให้กัดกัน เลยนึกอะไรไม่ต่อเนื่องกัน ทำอะไรก็ไม่ต่อเนื่องกันเหมือนกัน สรุปว่างานการหาเงินก็ไม่ได้ทำ ทำไปก็กลัวเสียหาย กลายเป็นหนังสือไม่มีคุณภาพที่คนซื้อเสียดายตังค์ ...เง้อ