เรื่องเล่าจากหนังสือ 3 แมว 2 คน : EP 20 นอนกับแมว


เมื่อตอนอยู่บ้านต่างจังหวัด เราจะปิดห้องนอนไว้เพื่อกันยุงไม่ให้เข้ามาทำลายการนอนของฉัน (ฉันคนเดียวเพราะป๋าไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไร) ตอนแรกที่เริ่มเลี้ยงเจ้าเหมียว มันก็พยายามทุกวิถีทางที่จะเข้ามานอนในห้องนอน แรก ๆ มันมักวิ่งมาดักหน้าประตูห้องนอน เราก็เอาขากั้น แต่หลายครั้งที่มันไวกว่าและวิ่งปรู๊ดเข้าไปสำเร็จ จนเราต้องอุ้มมันออกมาปล่อยไว้นอกห้องดังเดิม หลายครั้งเข้าเราก็อ่อนอกอ่อนใจยอมให้มันเข้ามานอนด้วย

พอเข้าไปได้มันก็เดินสำรวจไปทั่วห้องนอนเล็กๆ ทั้งบนที่นอน ตามซอกตู้ ราวแขวนผ้า โต๊ะวางทีวี พอสำรวจได้ที่ก็เริ่มเล่น มันเอาอุ้งเท้าเขี่ยไม้แขวนเสื้อเปล่าที่แขวนไว้บนราวแขวนผ้า เสียงดัง “ก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊ก” จนป๋าสุดทนต้องอุ้มมันไปทิ้งนอกห้องนอน

เมื่อได้เข้ามาในห้องนอนบ่อยขึ้น มันก็เลิกสนใจสำรวจข้าวของ แต่พุ่งตรงดิ่งไปหาที่นอนบนเบาะนอนของเรา (เราไม่เคยมีเตียง แต่ใช้เป็นเบาะบาง ๆ ปูนอนกับพื้น) แล้วปักหลักเลียเสริมสวยตัวเองอย่างละเอียดลออ กว่าจะนอนได้ก็นานเชียวละ ที่นอนของมันก็มักเป็นกองผ้าห่มที่พับวางไว้ปลายเท้า หรือบางทีก็แปลงสภาพร่างกายเราเป็นที่อิงนอน ทั้งซอกคอ หว่างขา ตรงรักแร้ หรือบนพุงของเรา

เมื่อมันกลายเป็นแมวหมู เราก็รู้สึกว่าการเป็นหมอนให้มันช่างเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเอาการ เพราะหายใจไม่ออก

พอมาอยู่กันครบ 3 ตัว ก็ยังคงเป็นเจ้าเหมียวที่ได้สิทธิพิเศษในการนอนในห้องนอนกับเรา เนื่องจากมันสะอาดอยู่ตัวเดียว เมื่อมีประตูเล็ก เจ้าเหมียวก็เริ่มจะไม่เข้ามานอนพร้อมเรา แต่จะมาแคะประตูห้องนอนตอนประมาณตี 1-2 จนเราต้องงัวเงียลุกมาเปิดให้มันเข้านั่นแหละ บางครั้งมันก็หลับถึงเช้า แต่ก็บ่อยครั้งที่อยากออกนอกห้องก่อนที่เราจะตื่น ซึ่งก็คือประมาณตี 4-5 มันมีวิธีการปลุกที่ใช้ได้ผลดีมากเช่นกัน

แผนผังการทำงานของแมว

เริ่มต้นด้วยการเดินเหยียบบนพุงแล้วก้าวลงไปนั่งจ้องหน้าบนพื้นข้างตัว ถ้ายังไม่ตื่นก็จะออกเดินอ้อมเหนือหัว แล้วเริ่มเหยียบขึ้นพุงอีกรอบ มันไม่ยักกะเหยียบข้ามไปมานะ มันข้ามจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งตลอด มันย่ำข้ามพุงซ้ำอยู่ 3-4 รอบก็เกินพอ ถ้าไม่ตื่นคงพุงแตก ก็มันเป็นหมูซะอย่างนั้น หากขี้เกียจย่ำบนพุงมันก็จะมานั่งข้าง ๆ แล้วร้อง “แง้วววว”  แล้วนั่งจ้องเพื่อกดดัน ถ้าไม่ลุกก็จะเริ่มเหยียบพุงต่อไป

มีบ้างที่ปลุกวิธีนี้ไม่สำเร็จ มาตรการขั้นเด็ดขาดของมันก็คือเดินมานั่งบนพุงเลย นั่งแล้วหันมามองหน้ารอให้ตื่น ถ้ายังไม่ตื่นอีกหรือตื่นช้าไม่ทันใจ พี่แกก็จะเริ่มเอาลิ้นสาก ๆ มาเลียบนใบหน้า จนหน้าแทบถลอก

เมื่อเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ห้องนอนที่มีอยู่ 2 ห้องก็เหมือนไม่มี เพราะบ้านทั้งหลังปลอดยุง เราจึงเปิดประตูโล่งตลอด เรามีโอกาสกินนอนและใช้ชีวิตอย่างใกล้ชิดกับแมวครบทุกตัวเป็นครั้งแรก ทั้งตอนนั่งดูทีวี ทำงาน และนอน เราจึงได้สังเกตเห็นพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่เคยได้เห็นตอนอยู่ต่างจังหวัด

ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะสถานที่ที่คับแคบกว่าแต่ก่อนหรือเปล่า จึงทำให้แมวสร้างสรรค์สถานที่นอนกันไม่จบสิ้น แถมยังมีการแย่งที่นอนกันให้วุ่นวายเหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี ถ้ามีตัวใดตัวหนึ่งเริ่มนอนบนลังสักใบ หรือบนโต๊ะทำงาน หรือในซอกมุมใด เมื่อเจ้าตัวนั้นลุกจากที่นอน ก็จะมีอีกตัวเดินเข้าไปดมๆ แล้วเดินเป็นวงกลมซะหนึ่งรอบ ก่อนล้มตัวลงนอนทับที่เขาอย่างสุขใจ

ห้องนอนใหญ่ด้านหน้าเราใช้เป็นห้องหลักที่ทั้งนอน กิน ดูทีวี ทำงาน เมื่อจะนอนก็เอาเสื่อบุนวมมาคลี่ปูกลางห้อง (เพราะมีที่ว่างเฉพาะกลางห้องน่ะสิ) แล้วม้วนที่นอนเก็บเมื่อไม่ใช้ มีโต๊ะญี่ปุ่นไว้ใช้นั่งเล่นและนั่งทำงาน

ห้องเล็กด้านหลังเราไว้เก็บของจนแทบไม่มีที่เดิน แต่กลายเป็นที่นอนแมวได้อย่างดี ที่มุมห้องนั้นเราวางกระบะทรายแมวที่ต้องทำความสะอาดให้มันวันละ 2 ครั้ง ไม่งั้นกลิ่นก็จะโชยไปทั่วบ้าน บ่อยครั้งที่ทรายแมวมักติดขามันกลับมาอยู่บนที่นอนของเรา

กิจกรรมหนึ่งที่มันชอบนักหนาเวลาเรานอนก็คือการวิ่งไล่กัน อย่างที่บอกว่าเรามีที่นอนแบบพับเก็บได้ พอตอนนอน เราก็เอาที่นอนมาปูกลางห้อง ระหว่างเราดึงผ้าคลุมที่นอนออก เจ้าชูเห็นผ้าพลิ้วไสวก็กระโจนเข้าใส่ในทันที วิ่งไปมาบนผ้า หรือไม่งั้นก็วิ่งมุดเข้าไปใต้ผ้า ดึงให้แมวอีก 2 ตัวเข้าร่วมวงด้วย วิ่งกันจนฝุ่นผงตกไปอยู่บนผ้าปูที่นอนจนหมด หลังจากเราล้มตัวลงนอน เราก็ยังตกไปอยู่ในเส้นทางการวิ่งเล่นของมันซะอีก มันวิ่งเล่นไล่กันจากห้องใหญ่ไปห้องเล็ก จากห้องเล็กมาห้องใหญ่ แรก ๆ ก็วิ่งอ้อมรอบตัวเราหรือไม่ก็กระโดดข้ามไปเลย ยังคงมีความเกรงใจกันอยู่บ้าง

เช้าวันหนึ่งได้ยินเสียงแมววิ่งเล่นกัน ฉันโผล่หัวออกมาจากผ้าห่มมองไปที่ปลายเท้า เห็นเจ้าเหมียวตาวาวหมอบอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ฉันรู้ในทันทีว่ามันกำลังจะกระโจนจากปลายเท้าข้ามหัว ฉันหลบเข้าผ้าห่มทันเฉียดฉิวก่อนที่เจ้าเหมียวจะกระโจน

บุญทิ้ง –ตื่นได้แล้วหม่าม้า

กระโดดข้ามไปมาจนเริ่มชิน ครั้งหนึ่งมันกระโดดมาข้างหัวตอนฉันยังหลับอยู่ แต่เล็บเท้ามันข้ามไม่พ้น มาเกี่ยวเอาหางคิ้วซ้าย เช้านั้นเลยตื่นมาพร้อมการเจ็บตัว นอนเจ็บกุมหางคิ้วแต่ร้องไม่ออกอยู่นาน ลุกไปดูในกระจกก็เห็นเลือดไหลเป็นทาง ที่ริมฝีปากก็มีเลือด แต่ไม่เจ็บ แล้วแทนที่ป๋าจะตกใจ พอรู้ว่าลูกตายังอยู่ในเบ้าก็นั่งหัวเราะ แล้วไปเล่าให้คนโน้นคนนี้ฟังอย่างครื้นเครง

งานนี้หาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ เพราะกว่าจะลืมตาได้มันก็หายไปหมดทั้ง 3 ตัว

ช่วงหลังกระโดดข้ามตัวชักไม่ท้าทาย แมวที่ระบุชื่อไม่ได้ก็เริ่มหาเรื่องใหม่มาเล่นด้วยการกระโดดลงบนพุงของฉัน เพื่อใช้พุงเป็นแทรมโพลีน

กระโดดตุ้บบนพุง (แทบแตก) แล้วก็ไปวิ่งไล่กันต่อ บางคืนวิ่งกันจนคนไม่ได้หลับได้นอน จนป๋าต้องลุกมาเนรเทศทั้ง 3 ตัวไปนอกห้อง แล้วปิดประตูนอน เช้ามาเปิดประตูเห็นนอนรอกันนอกห้องครบ 3 ตัว สีหน้าเหมือนต่อว่า “เล่นแค่นี้ก็ไม่ได้”

แมวบางตัวก็เพิ่มบทบาทหน้าที่ขึ้นมาซะงั้น

แรก ๆ ที่เรามาอยู่บ้านหลังนี้ เรามักได้ยินเสียงไก่ขันจากบ้านข้างเคียง แต่เจ้า ‘ไก่ปลุก’ นั้นมักส่งเสียงไม่เป็นเวลา บางวันก็ดังตั้งแต่ตี 4-5 ซึ่งมันจะขันอย่างเอาเป็นเอาตายสักครึ่งชั่วโมง พอมันหยุดเราก็นอนต่อ บางวันมันโก่งคอขันเอาตอนบ่ายโมง สงสัยว่าเมื่อคืนคงเที่ยวหนักไปหน่อย ตื่นสายโด่ง บางวันก็ตอน 7-8 โมงเช้า สรุปก็คือมันไม่มีเวลาในการขัน กรูจะขันเมื่อไรก็เรื่องของกรู ว่างั้นเถอะ

บุญชู –ปลุกเราเสร็จก็ไปนอน

วันดีคืนดีเจ้าบุญชูก็เลยลุกขึ้นมาทำหน้าที่แมวปลุกแทน ‘นาฬิกาปลุก’ ดูท่าคงจะเลียนแบบเพื่อนบ้านนักขันตัวนั้นละมั้ง

ราว 6-7 โมงเช้า เจ้าชูก็จะมานั่งแหมะข้างๆ ป๋าที่ยังหลับสบาย แล้วก็เริ่มต้นเลียตามแขน ขา มือ จนป๋าลุกไปเทอาหารเพราะเข้าใจว่ามันหิว แต่มันไม่ยักกะเดินตาม มันแค่นั่งแปะอยู่ตรงนั้น พอเห็นป๋าลุกเดิน มันก็เดินกลับไปนอนที่มุมโปรดของมัน ผ่านไป 2-3 วัน ป๋าเริ่มหงุดหงิดที่ถูกปลุกทุกเช้าโดยไร้สาเหตุ เขาก็เลยเอามือตีที่หัวมัน ‘โบ๊ะ’ ไม่แรงแต่ทำให้เจ้าชูหยุดทำหน้าที่ในทันที เหมือนตอนเรากดปุ่มปิดเสียงบนนาฬิกาปลุกนั่นเลย แต่ก็แค่ชั่วคราว ถ้าป๋ายังไม่ยอมตื่น มันก็จะย้อนกลับมาปลุกใหม่อีกรอบจนกว่าจะถูกเคาะหัวปิดสวิตช์

มันเลยได้ฉายาว่า ‘นาฬิกาปลุกเดินได้ประจำบ้าน’ บางครั้งป๋าเบื่อก็ใช้เท้าเขี่ยมันกลิ้งขลุกๆ แล้วมันก็เลยหายหน้าไป คงงอนที่อุตส่าห์มาปลุกยังโดนเขี่ยทิ้ง

มันมาเลียปลุกฉันตามแขนขาเหมือนกัน แต่ฉันเป็นประเภทเลียได้เลียไป กรูจะนอน มันเลยหมดกำลังใจ หันไปเลียป๋าแทน จนตอนหลังมันก็เลยหาวิธีแปลกใหม่ขึ้นมา โดยการเลียหน้าเลียปากมันซะเลย ไม่ตื่นให้มันรู้ไป จากนั้นถ้ายังไม่ตื่นก็จะงับแทะปลายจมูก งานนี้ขี้เซายังไงก็ต้องลุกมาจนได้ ลุกมาเตะแมว

มีบ้างบางครั้งที่มันเห็นเราลืมตาแล้วแต่ยังไม่ลุกนั่ง มันก็ส่งเสียงร้อง “หง่าวววววว” ดังลั่น บางวันมันก็แตะมือเปลี่ยนเวรให้พี่ใหญ่ (เจ้าเหมียว) มาปลุกแทนด้วยวิธีเดียวกัน เจ้าบุญชูมันทำหน้าที่อย่างดีเชียวละ มันปลุกตรงเวลาทุกวัน แถมยังรู้ด้วยว่าวันไหนวันหยุด ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการมันก็ไม่มาปลุก (มีบ้างที่มันพลาดมาปลุกเอาในวันหยุด ก็จะโดนเคาะหัวหนักเป็นพิเศษ) งานนี้ ‘แมวปลุก’ ทำหน้าที่ดีกว่า ‘ไก่ปลุก’ ข้างบ้านเยอะทีเดียว แถมการปลุกยังเป็นแบบใกล้ชิดอีกต่างหาก

เหมียวนอนวันละ 20 ชั่วโมง

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น