ปารีส พำนัก คน/รัก หนังสือ - ร้านพำนักพักใจ

เมื่ออาทิตย์ก่อนติดหนึบอยู่กับการอ่านหนังสือ "ปารีส พำนัก คน/รัก หนังสือ" หรือ Time was soft there : A Paris sojourn at Shakespeare & Co เป็นบันทึกความทรงจำของนักข่าวแคนาดาชื่อว่าเจเรมี เมอร์เซอร์ ที่ลี้ภัยที่ตัวเองก่อไปยังปารีสและเมื่อเงินใกล้หมดลง เขาก็ได้พบกับสถานที่พำนักสำหรับนักเขียนและศิลปินตกอับ เรื่องราวที่เขาเล่านั้นดูราวกับนวนิยายเรื่องหนึ่ง ที่มีครบทุกรสชาติ และสนุกจนวางไม่ลง

ร้านเชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี เป็นร้านขายหนังสือในระดับตำนาน ในหนังสือท่องเที่ยวปารีสทุกเล่มต้องบรรจุร้านนี้ไว้ในแหล่งท่องเที่ยวแนะนำด้วย ทำให้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันไปเพื่อให้ได้ชื่อว่าเคยไปมาแล้วกันมากมาย

เจ้าของร้านหนังสือที่สร้างตำนานให้กับร้านชื่อว่าจอร์จ วิตแมน ซึ่งปัจจุบันอายุได้ 90 กว่าปี และยังมีชีวิตอยู่ เขาได้สร้างร้านหนังสือตามแนวความคิดคอมมิวนิสต์อุดมคติของเขา (ที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ที่เราเห็นในหลายประเทศปัจจุบันนี้) ร้านเชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานีเปิดต้อนรับให้มีคนเข้ามาพำนักได้ฟรี โดยมีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องทำ เช่น ต้องช่วยงานที่ร้าน ต้องอ่านหนังสือวันละหนึ่งเล่ม เป็นต้น

เจเรมีได้เข้าไปใช้ชีวิตในแบบสุดจะขัดสนในร้านหนังสือนี้ ได้พบเจอกับเพื่อนผองที่แปลกๆ หลายคน และที่ประหลาดที่สุดก็คือจอร์จผู้เป็นเจ้าของร้าน เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยนัก บางวันก็อยู่ร้าน บางวันก็หายตัวไปเฉยๆ ทิ้งร้านกับเงินทองให้กับคนที่รับเข้ามาอยู่แบบไม่กลัวว่าจะถูกขโมย เงินทองที่หามาได้มักจะถูกซุกไว้ตามซอกมุมในร้านหรือแม้แต่ซุกไว้ในหนังสือที่วางขาย (อันเป็นแหล่งขึ้นชื่อสำหรับผู้ต้องการมองหาเงิน) เขามองว่าการขโมยหนังสือเป็นเรื่องธรรมดา การตกหลุมรักสาวอายุ 20 ปี และอื่นๆ อีกมากมาย

การมาอาศัยในร้านนี้ก็เหมือนกับการผจญภัยในโลกของคนยาก เพื่อนๆ ในร้านต่างแบ่งปันประสบการณ์ในการเอาชีวิตรอดแบบประหยัดที่สุดให้แก่กันและกัน ไม่ว่าจะเป็นห้องอาบน้ำสาธารณะสำหรับพวกไร้บ้านให้เขาได้ไปอาบน้ำได้ในเวลา 10 นาที, ร้านกาแฟที่ใช้เวลานั่งได้ทั้งวัน (รวมถึงใช้ห้องน้ำในการล้างเนื้อตัวเล็กๆ น้อยๆ ได้เป็นรายวัน), ร้านแซนด์วิชราคาถูกที่อาจมีของแถมเป็นราสีเขียว และอื่นๆ

หลายเรื่องราวที่อ่านให้ความรู้สึกว่านี่มันเรื่องจริงหรือแต่งเองน่ะ ขอแนะนำให้หามาอ่านกันนะคะ ของสำนักพิมพ์กำมะหยี่

ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่

  • เว็บไซต์ของร้าน http://www.shakespeareandcompany.com/
  • บล็อคของเจเรมี เมอร์เซอร์ http://www.jeremymercer.net/
  • สำนักพิมพ์กำมะหยี่ http://www.gammemagie.com/

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ตหลายแห่งค่ะ








(ภาพของจอร์จ วิตแมน จาก http://www.wewaitedbutnothinghappened.com)


แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

  1. อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ทำให้รู้สึกอยากไปปารีสสมากกกก

    ตอบลบ
  2. อยากไปเหมือนกันเลยค่ะ ^^

    ตอบลบ