เรื่องเล่าจากหนังสือ 3 แมว 2 คน : EP 14 ของเล่นมีชีวิต


แมวถือเป็นสัตว์นักล่า น่าจะเรียกได้ว่าเป็นเสือย่อส่วน โครงสร้างร่างกายคล้ายเสือ น่าจะรวมถึงอารมณ์และสัญชาตญาณด้วย บางครั้งหากเกิดไม่ชอบวิธีเล่นของเราหรือหงุดหงิด มันก็จะกางเล็บแล้วตบปั๊บ ทันใดนั้นเราก็จะได้รอยข่วนอย่างน้อย 3 เส้นบนขาหรือแขน ซึ่งถ้าเหตุการณ์เดียวกันนั้นเกิดขึ้นจากเสือ แขนคงหลุดแน่นอน

แน่นอนว่าความเป็นนักล่าคงไม่ได้หมายถึงล่าหาอาหารปรุงสำเร็จในจาน (แม้ว่าเจ้าชูจะอยู่นอกเงื่อนไขนี้ก็ตาม) ถึงมันจะกินอิ่มนอนหลับสบายในบ้านเรา แต่สัญชาตญาณนักล่าไม่ได้จางหาย ดังนั้น 3 แมวของเราจึงยังคงออกล่าเพื่อหาของมาเล่นสนุกตามประสาแมว โดยไม่ได้ตั้งใจจับมากินแต่อย่างใด

ของเล่น (มีชีวิต) ยอดนิยมของ 3 แมวก็คือจิ้งจก จิ้งจกเป็นที่นิยมมานานนับแต่รุ่นเหมียวอยู่ตัวเดียว น่าจะเป็นเพราะหาง่าย ก่อนหน้าที่จะมีแมวตัวแรก บ้านของเราถือว่ามีจำนวนจิ้งจกครองอันดับต้นๆ ได้เลยทีเดียว หยิบจับอะไรก็มีแต่ขี้จิ้งจก ใต้กระดาษที่อยู่ในกล่อง หลังกองหนังสือสะสม ในตู้เสื้อผ้า หลังหม้อไหในครัว หลังปฏิทิน นอกจากนั้นยังมีไข่จิ้งจกมาให้เห็นเป็นระยะๆ

เหมียวกำลังหาจิ้งจก

กระทั่งเจ้าเหมียวมาถึง จิ้งจกก็เริ่มลดจำนวนลงอย่างฮวบฮาบแบบที่เราไม่รู้ตัว วิธีการเล่นของมันก็คือนั่งรอจนจิ้งจกตายใจลงมาเดินในที่ต่ำ แล้วก็จะพุ่งตัวเข้าจับกุมแบบไม่มีร้องเตือน เมื่อได้จิ้งจกมาในปากก็จะคาบมาวางไว้ตรงพื้นห้องโล่งๆ นั่งมองอย่างใจเย็นให้จิ้งจกชะตาขาดขยับตัวหนี เมื่อจิ้งจกเริ่มเคลื่อนที่ มันก็จะเอาตีนตบและเขี่ยเบาๆ เล่นอย่างนี้สักพักจนเครื่องร้อนได้ที่ก็จะเริ่มคาบแล้วโยนขึ้นด้านบน แล้วกลิ้งตัวรับอย่างสวยงาม (ถึงตอนนี้จิ้งจกก็ตายแล้ว)

ดังนั้นในขั้นตอนนี้จึงมีซากจิ้งจกมาตกแหมะบนตักฉันบ่อยครั้งจนฉันเลิกกลัวจิ้งจกไปเลย เล่นจนเบื่อแล้วก็ทิ้งซากจิ้งจกตายไว้ให้เราเก็บไปทิ้ง แล้วก็ไปหาจิ้งจกตัวใหม่มาเล่นต่อ

ฉันเห็นจิ้งจกก็สงสาร เคยหยิบจิ้งจกไปปล่อย ก็จะได้เห็นเจ้าเหมียวนั่งค้นหาจิ้งจกในซอกมุมแถวนั้นอย่างละห้อยหา ตอนหลังก็เลยต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้แมวเล่นจิ้งจกไป

กิ้งก่าเองก็เป็นของเล่นที่เจ้าเหมียวชอบไม่แพ้กัน และน่าจะท้าทายมากกว่าจิ้งจก เพราะกิ้งก่ามีขู่ เมื่อเจ้าเหมียววางกิ้งก่าบนพื้น กิ้งก่าจะหันกลับไปอ้าปากขู่เจ้าเหมียว แต่คงดุไม่พอและตัวเล็กเกินไป เจ้าเหมียวก็เลยเล่นกับกิ้งก่าแบบเดียวกับจิ้งจก และแล้วประชากรกิ้งก่าแถวบ้านก็เริ่มลดน้อยถอยลงอีกประเภทหนึ่ง จิ้งเหลนก็มีให้เห็นประปราย น่าจะเป็นเพราะมันซ่อนตัวเก่งละมั้ง เลยไม่ค่อยได้มาเป็นเหยื่อของเจ้าเหมียวนัก

นานๆ ครั้งถึงจะมีงูหลงเข้ามาเป็นของเล่นแมวบ้าง วันนั้นขณะฉันกำลังเอนหลังนอนกลางวันบนพื้น ยังไม่ทันหลับก็รู้สึกว่ามีอะไรลอยปาดขาไป ลืมตาดูก็หายง่วงในฉับพลันทันที ในปากของเจ้าเหมียวคืองูตัวเล็กๆ มันคาบงูไว้ตรงกลางลำตัว ส่วนหัวและหางห้อยลงด้านล่าง และคาดว่าสิ่งที่ลอยโดนขาฉันคือหัวไม่ก็หางนี่แหละ

ตอนนั้นตกใจมากๆ กลัวงูจะกัดเจ้าเหมียว และกลัวงูจะหลุดซ่อนอยู่ในบ้าน ก็ที่บ้านน่ะซอกหลืบเยอะเหลือเกิน ข้าวของก็เยอะ ของเล่นแบบนี้คงต้องขอห้ามละ พอเจ้าเหมียววางงูบนพื้น ฉันก็คว้าไม้กวาดแล้วกึ่งตะล่อมกึ่งกวาดให้งูออกไปนอกบ้าน ขณะมันกำลังจะเลื้อยลงในซอกหิน เจ้าเหมียวก็รีบวิ่งมาใช้ปลายเล็บเกี่ยวหัวงูขึ้นมา แล้วอ้าปากงับลงไปบนหัวงู ผลก็คือมันรีบคายงูทิ้งแล้วสะบัดหัวไปมาและน้ำลายฟูมปาก คงถูกงูกัดในปาก มันพยายามขย้อนน้ำลายออกหลายรอบจนหายเป็นปกติ จากนั้นก็เริ่มออกไปตามล่าหางูอีกรอบ โชคดีว่างูหายไปแล้ว

ตอนบุญชูมาอยู่ก็เคยคาบงูเข้ามาในบ้านเหมือนกัน ฉันเห็นงูแน่นิ่งบนพื้นข้างเจ้าชู ก็คิดว่าน่าจะตายแล้ว เลยเอาไม้มาช้อนตัวงูขึ้นมาจะเอาไปทิ้ง ปรากฏว่างูชูหัวขึ้นมาแล้วส่ายไปมา ปากก็ร้องกรี๊ด อยากปล่อยไม้ แต่ต้องแข็งใจเดินถือไม้เอางูไปปล่อยโดยมีนังชูตัวต้นเรื่องตามประกบ

อย่างที่บอกว่าช่วงแรกที่มีเจ้าเหมียวตัวเดียว ฉันก็จะยอมปล่อยให้มันเล่นกับสัตว์เล็กสัตว์น้อยได้ แต่เมื่อแมวมาอยู่กันครบ 3 ตัว เรื่องว่ามันจะเบื่อจะเหงาคงหมดไป ดังนั้นเราจึงเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือสัตว์น้อยเหล่านั้นไปปล่อย

แรกๆ ตอนที่จับจิ้งจกกับกิ้งก่าฉันต้องหาถุงมือผ้าใส่แล้วค่อยจับตัวมันไปปล่อย จนตอนหลังเริ่มควานหาถุงมือไม่ทัน ประกอบกับเริ่มชิน เลยได้จับมันไปทิ้งแบบมือเปล่า

บุญชู

ฉันน่ะจับตัวจิ้งจกได้แบบมือเปล่าไม่มีปัญหา แต่กิ้งก่านี่ยังทำใจจับไม่ได้ ตัวมันสากๆ และกลัวมันจะดิ้นหลุด ฉันก็เลยใช้วิธีจับหางมันห้อยหัวเพื่อเอาไปทิ้ง กับแมวตัวอื่นไม่มีปัญหา แต่เจ้าบุญชูสิ พอเห็นกิ้งก่าลอยจากพื้นไม่เกิน 1 เมตร มันก็ตบกิ้งก่าหลุดจากมือลงมากองกับพื้น ฉันยกกิ้งก่าจากพื้น มันตบลงพื้น วนกันอยู่สัก 4-5 รอบ จนฉันต้องเอาอีกมือกันเจ้าชูไว้ไม่ให้มันตบ ไม่งั้นคงเหลือแต่ร่างไร้ชีวิตของกิ้งก่าแน่

นกไม่เคยตกเป็นเหยื่อของเจ้าเหมียว เจ้าเหมียวกับสัตว์ปีกที่เคยเห็นก็คงเป็นตอนที่เป็ดตัวหนึ่งบินมาเกาะบนรั้วของหมู่บ้าน มันรีบกระโดดไต่ขึ้นรั้ว แล้ววิ่งพุงห้อยจะไปจัดการเป็ด ฉันตาเหลือก รีบจับเจ้าเหมียวลงจากรั้วแล้วไล่เป็ดไป กลัวมันจะโดนเป็ดจิกลูกตาไม่ก็จิกหล่นไปอีกฟากของรั้ว คงตามหากันอุตลุดละ

บุญทิ้ง พลซุ่มจับนกตัวฉกาจ

แมวตัวที่จัดการกับนกได้ก็คือบุญทิ้ง คงเป็นเพราะความอึดในการรอจนนกตายใจ เคยเห็นนกพิราบตัวใหญ่คาปากเจ้าทิ้ง มันเอามาเล่นในบ้าน ตอนเข้าไปช่วยนกออกมามันบาดเจ็บที่ปีกบินไม่ได้ เดือดร้อนเราต้องเอามันไปรักษาอาการที่ระเบียง แล้วไปหาซื้ออาหารนกพิราบมาให้มันกิน ล่วงเข้าวันที่ 2 มันก็ตาย คงบาดเจ็บข้างในเกินทนไหว

หนูก็มีมาบ่อยช่วงหลังๆ ที่เราเจาะประตูแมว คงเพราะมันเป็นสัตว์หากินกลางคืน ช่วงที่เลี้ยงเจ้าเหมียวเราจะเก็บมันเข้าบ้านในตอนกลางคืน เลยไม่เคยมีหนูเป็นเหยื่อมัน หนูจะมาเยอะเป็นพิเศษหลังฝนตกติดกัน 2-3 วัน น่าจะเป็นเพราะมันออกหาอาหาร เราช่วยหนูได้บ้างไม่ได้บ้าง

หลังจากที่เราเริ่มแย่งของเล่นมันไปทิ้งบ่อยขึ้น พวกแมวก็เริ่มระแวงพวกเรา คืนนั้นบุญชูคาบหนูเข้ามาวางในบ้าน พอเราร้องขึ้นว่า “เฮ้ย!” เท่านั้นแหละ เจ้าชูก็คาบหนูแล้ววิ่งหนี ต้องวิ่งตามกันอุตลุด

เวลาป๋าจะแย่งของเล่นจากปากแมวเขามักเลือกใช้วิธีโหดๆ ของเขา นั่นคือจับขาหลังของแมวห้อยหัว แล้วเป่าหูมัน เพื่อให้มันอ้าปากคายของเล่นออกมา ส่วนใหญ่หนูมักไม่ค่อยรอด ก่อนที่มันจะคายหนู มันมักจะงับเข้าไปอย่างแรงก่อน หนูก็เลยบอบช้ำตาย

ส่วนฉันจะใช้อีกวิธีที่ได้ผลกว่า คือใส่ถุงมือหรือหาถุงพลาสติกครอบมือข้างหนึ่ง ใช้มืออีกข้างกดตัวแมวไว้ไม่ให้หนี แล้วเอามือที่ใส่ถุงมือไปโอบจับตัวหนูในปากแมว ฉันเอามือครอบทั้งปากทั้งจมูกแมวไว้เลย มันก็จะคายออกมาให้อย่างนุ่มนวล มันอาจปล่อยเพราะหายใจไม่ออกล่ะมั้ง ส่วนใหญ่หนูหรือจิ้งจกหรือสัตว์อื่นมักจะไม่ค่อยบอบช้ำสักเท่าไรนัก แล้วก็จัดการพามันไปปล่อยไว้นอกรั้ว หนูบางตัวยังแข็งแรงและดิ้นแรงจนฉันต้องบีบมือแน่นไม่ให้มันหนีไปได้

ต้องขอบอกว่าถ้าจะจับหนูควรใส่ถุงมือผ้าหนาๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มันกัด หรืออย่างน้อยก็เพื่อกันเชื้อโรคก็ยังดี

วิธีแย่งของเล่นจากแมวแบบนี้จะใช้ได้เฉพาะกับแมวเชื่องที่เราเลี้ยงไว้ใกล้ชิดนะคะ อย่าไปแย่งแบบนี้กับแมวที่ไม่รู้จัก อาจถูกตบด้วยกรงเล็บจนเลือดสาดได้

บุญทิ้งยอมพี่เหมียวทุ้กกกกเรื่อง ยกเว้น…

ส่วนเรื่องแย่งของเล่นกันเองในหมู่แมวก็มีให้เห็นบ่อยๆ

ตอนที่บุญทิ้งมาอยู่ใหม่ๆ มันยอมพี่เหมียวทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียวคือกิ้งก่า วันนั้นเจ้าเหมียวได้กิ้งก่ามาตัวหนึ่ง คาบมาวางบนพื้นแล้วตั้งใจว่าจะเล่นให้สนุกสมใจ แต่เมื่อเจ้าทิ้งได้ยินเสียงฝีเท้ากิ้งก่าวิ่งบนเสื่อน้ำมัน เจ้าทิ้งก็รีบวิ่งมา เอาตีนตบกิ้งก่าไว้แล้วคาบไปเล่นอีกมุมหนึ่ง พี่เหมียวตามไปจะเอาคืนก็เจอน้องทิ้งขู่คำราม จึงได้แต่นั่งมองน้องทิ้งเล่นกิ้งก่าตาปริบๆ

ในเช้าวันไหนที่เราเห็นซากหนูตายในบ้าน วันนั้นพี่เหมียวกับน้องชูมักจะมีเรื่องตบกันหนักมากกว่าปกติ คาดว่าน่าจะเกิดจากการแย่งหนูกัน ไม่รู้ละว่าใครแย่งใคร

และแล้วปฏิบัติการช่วยสัตว์เล็กก็ทำให้ฉันเกิดบาดเจ็บขึ้นมาจนได้ อันที่จริงฉันไม่ได้ช่วยเจ้าตัวนี้หรอก แต่เป็นช่วยเจ้าเหมียวต่างหาก มันคือต่อหัวเสือตัวใหญ่ที่มีประปรายแถวบ้าน

มีครั้งหนึ่งเหมียววิ่งเข้าบ้านอย่างลนลานชนโน่นชนนี่อุตลุด พอหยุดนั่งมันก็เลียขาหน้าแล้วเอาขาที่เปียกน้ำลายมาป้ายแถวใบหน้าด้านขวา ฉันเริ่มสังเกตความผิดปกติก็ตอนเห็นน้ำมูกใสๆ ของมันหยดเต็มพื้น พอไปดูถึงเห็นว่าบริเวณเหนือเปลือกตาด้านขวาบวมเป่ง และที่บวมพอๆ กันก็คือใบหน้าซีกขวา มันยังคงใช้เท้าปาดใบหน้านั้นอย่างตั้งใจ

ฉันมองออกไปนอกบ้าน บนต้นมะยมที่มันเพิ่งกระโดดลงมาก็คือตัวต่อหัวเสือที่บินวนไปมา คงเป็นเจ้าตัวนี้แหละที่ต่อยเหมียว ใช้เวลา 2 วันกว่าใบหน้าด้านขวาของมันจะยุบกลับลงมาเป็นปกติ แต่แม้จะตาปิดหน้าบวม เจ้าเหมียวก็ยังเล่นคึก ปีนโน่นนี่ แล้วยังพาลไปราวีไอ้แป๋หมาที่บ้านอีก

ที่สำคัญคือต่อหัวเสือพวกนี้มักเข้ามาวนเวียนบินในบ้านบ่อยๆ บางครั้งเข้ามาแล้วออกไม่ได้ มันก็จะบินวนเกาะกระจกหรือมุ้งลวดจนตาย คงไม่เป็นปัญหาหากว่าเจ้าเหมียวจะเข็ดกับต่อหัวเสือ แล้วไม่เอาจมูกเข้าไปดมอย่างสนใจ

ดังนั้นหน้าที่ของหม่าม้าที่ดีของเจ้าเหมียวก็คือการจับต่อหัวเสือออกไปปล่อยนอกบ้าน แรกๆ ก็กลัวอะนะ ใช้หลากหลายวิธีทั้งใช้ไม้หรือกระชอนค่อยๆ เขี่ยมันออกไปทางหน้าต่างที่เปิดรอ ใช้ถ้วยพลาสติกปิดครอบแล้วสอดกระดาษปิดขังมันไว้ข้างใน พอออกนอกบ้านก็โยนถ้วยพลาสติกกับกระดาษปิดไปไกลๆ แล้ววิ่งเข้าบ้าน ปล่อยให้ตัวต่อบินหนีไปเอง จนถึงเอาผ้าเช็ดพื้นที่ทำจากผ้าขนหนูผืนเก่าขยุ้มๆ มันแล้วเอาไปสะบัดทิ้งนอกบ้าน

ทำจนเริ่มคุ้นชิน

วันนั้นต่อหัวเสือเข้ามาบินหึ่งๆ ตรงมุ้งลวดห้องครัว ฉันเห็นดังนั้นก็หยิบเอาผ้าเช็ดโต๊ะที่เป็นผ้าขนหนูผืนบางครอบตัวมัน แล้วเอานิ้วจับตัวไว้ มันดิ้นสุดฤทธิ์จนหลุดแล้วจิ้มปลายนิ้วฉันด้วยเหล็กใน ภายในเสี้ยววินาทีความเจ็บปวดรวดร้าวไล่จากปลายนิ้ว แขน เข้าสู่สมอง ถึงกับตาพร่ามัว

เจ็บจนร้องไม่ออก ทำยังไงก็ไม่หายเจ็บ ทั้งประคบน้ำแข็ง ทั้งยาหม่อง ทุกอย่างไม่ช่วย ไปหาหมอ หมอก็บอกแค่ว่าอีก 2-3 วันก็หายเอง ไม่มียาให้ (แล้วฉันจะมาหาหมอทำไมเนี่ย)

จนแล้วจนรอดเจ้าเหมียวก็ยังไม่เข็ดจากต่อหัวเสือ ส่วนฉันน่ะเข็ดจากบัดนั้นจนบัดนี้

“โสนะหน้าหม่าม้า” แมวชูคิดในใจดังๆ

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น