บุญทิ้งนอนพริ้มอย่างเป็นสุข
เมื่อเวลาผ่านไป เหล่าแมวก็ค่อยๆ ปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่คับแคบลงได้ แม้จะโหยหาอิสระกันอยู่ตลอดเวลา
บนชั้นวางหนังสือที่เราต่อจากไม้พาเลตแล้ววางไว้ริมหน้าต่าง บนนั้นก็กลายเป็นที่นอนแมวอีกแห่งที่มันมักไปนอนชมวิว ตัวที่ได้ขึ้นไปนอนมักเป็นเจ้าทิ้ง บนชั้นหนังสือนี้นอกจากจะเอาไว้นอนแล้ว มันยังเอาไว้ใช้เป็นที่ฝนเล็บดังแกรกกรากๆ จนเศษไม้หลุดลอกออกเป็นชิ้นๆ


สมัยก่อน 3 แมวไปฝนเล็บกันที่ไหนฉันก็ไม่รู้ แต่บนเก้าอี้เบาะหนังป๋าห้ามเด็ดขาด เห็นเป็นโดนตี พอมาอยู่ที่นี่ป๋าต้องยอมให้มันฝนเล็บกับทุกหนแห่ง ทั้งบนลังหนังสือ บนเบาะเก้าอี้ บนสันปกหนังสือ จนทุกอย่างกระจุยกระจายไปด้วยกรงเล็บแห่งการทำลายล้าง แม้ว่าเราจะไปตระเวนหาท่อนไม้มาไว้ให้มันฝนเล็บ มันก็ยังไม่ยอมเลิกฝนเล็บกับข้าวของซะที
สำหรับข้าวของส่วนใหญ่ เราก็ยังเก็บไว้ในลังกระดาษเหมือนกับตอนที่ย้ายมา เพราะไม่มีที่ให้จัดวาง แต่ก็มีของบางอย่างที่ต้องใช้ ก็เลยต้องรื้อของออกมาแล้ววางลังเปล่าไว้รอเก็บไปทิ้ง พวกแมวก็ไม่รอช้า แปลงวิกฤติให้เป็นโอกาส แปลงลังกระดาษเปล่าเป็นสนามแมวเล่นไปซะ พวกมันผลัดกันกระโดดเข้ากระโดดออก บางทีก็เข้าไปซ่อนในลัง ให้อีกตัวอยู่ข้างนอก แล้วก็ผลุบๆ โผล่ๆ ตบหัวกันเล่นสนุกสนานเป็นการใหญ่



พอเล่นกันเหนื่อย ก็เห็นเจ้าเหมียวกับเจ้าชูแย่งกันเข้าไปนั่งในลัง ใครเข้าได้ก็ครอบครองลังไว้เป็นระยะเวลาหนึ่งจนกว่าจะเบื่อ พอเข้าไปนั่งได้ก็จะเริ่มต้นแทะขอบลังออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แทะทึ้งออกมา สะบัดหัวคายออก แล้วก้มลงไปแทะอีกรอบ บางครั้งเห็นเจ้าชูแทะจนเหนื่อย นอนหลับมันในลังนั่นแหละ จองยาวตัวเดียวเลย
สำหรับเจ้าเหมียวกับเจ้าบุญชูที่เมื่อก่อนเคยเป็นคู่ตบกันมา ตบกันจนถึงขั้นขนกระจุยอยู่บ่อยครั้ง ตบกันพอใจก็สงบศึกชั่วคราว แล้วแยกย้ายกันไปมุมใครมุมมัน ตอนนี้เมื่อเข้ากรุงเทพฯ ฉันกับป๋าก็ออกไปทำงานนอกบ้าน ต้องปล่อยแมวไว้ตามลำพัง 3 ตัว เมื่อกลับจากที่ทำงาน เรามักพบกระจุกขนสีดำบ้าง น้ำตาลบ้าง หล่นกองเป็นหย่อม ๆ เป็นหลักฐานว่าเคยเกิดเหตุตบตีกันขึ้น


จุดเริ่มต้นของการตบตีเท่าที่เห็นบ่อย ๆ ก็คือ…
ตอนเจ้าเหมียวเข้าไปเลียขนให้เจ้าชูด้วยความหวังดี ก็กลับโดนเจ้าชูตบกลับ จนเกิดการฟ้อนเล็บขึ้นในทันใด หรือบางทีเจ้าชูวิ่งโหย่ง ๆ ไปชวนเจ้าเหมียวเล่น พอเจ้าเหมียวลุกมาเล่น เจ้าชูก็กลับไม่สนใจ เมินมองไปทางอื่น พอเจ้าเหมียวเผลอก็หันไปเอาตีนตบเจ้าเหมียวหมับ จนเจ้าเหมียวโมโหหงุดหงิด หันไปตบตีกับเจ้าชูจนได้
แม้จะเห็นอย่างนี้ ป๋าก็มักโทษว่าต้นเหตุตบตีก็คือเจ้าเหมียว เพราะมันเป็นแมวที่ค่อนข้างขี้หงุดหงิดและเจ้าระเบียบ ป๋าให้เหตุผลเข้าข้างเจ้าชู โดยบอกว่าเจ้าชูมันกลัวและระแวงก็เลยตบ ป๋าเริ่มมาเห็นความเจ้าเล่ห์เบื้องหลังดวงตาใสซื่อของเจ้าบุญชูเอาในภายหลัง
ตอนอยู่ต่างจังหวัด รอบบริเวณมีต้นหญ้าเติบโตตามธรรมชาติ เรามักเห็นแมวไปเดินเคี้ยวหญ้าเล่น จนเกิดสำนวนขึ้นมาว่า ‘แมวแก่กินหญ้าอ่อน’ เมื่อมาอยู่กรุงเทพฯ อย่าว่าแต่หญ้าเลย ต้นไม้ยังเหลือไว้ให้ปลูกไม่กี่ต้นเนื่องจากพื้นที่จำกัด ฉันเลยต้องเพาะหญ้าเองจากข้าวฟ่างอาหารนกไว้ในกระถางตรงระเบียงแคบๆ
เมื่อต้นหญ้าสูงได้พอประมาณ ฉันก็ยกเข้าบ้าน 3 กระถาง วางเรียงกัน เหล่าแมวพอได้กลิ่นหญ้าใหม่สดก็รีบเดินเรียงหน้ากันเข้ามา เราจัดวางกำลังแมวให้ประจำตำแหน่งตัวละกระถาง เจ้าชูอยู่ในตำแหน่งกระถางซ้ายสุด เจ้าเหมียวกระถางกลาง ส่วนน้องทิ้งกระถางด้านขวา
เจ้าชูเคี้ยวหญ้าไป 2 คำก็เงยหน้ามองเจ้าเหมียวสักพัก แล้วเอื้อมตีนหน้ามาตบเจ้าเหมียวที่กำลังกินหญ้าอยู่อย่างเพลิดเพลิน สันนิษฐานว่ามันคงหวงหญ้าอยากเก็บไว้กินเองหมดทุกกระถาง ป๋าจึงได้เห็นตัวตนอันร้ายกาจของเจ้าชูเป็นครั้งแรก

แต่ก็นะ พอมาอยู่ในพื้นที่จำกัด เมื่อเกิดการตบตีขึ้นมา เจ้าชูจะหาที่หลบลี้หนีหน้าไม่ได้อีกต่อไป มันจึงยอมสงบศึกคืนดีกับเจ้าเหมียวในที่สุด ภาพที่เราได้เห็นในระยะหลังจึงเป็นภาพเจ้าชูนอนหลับตาพริ้มให้เจ้าเหมียวเลียหน้าเลียตาให้อย่างมีความสุข บางครั้งก็จะเห็นเจ้าชูเลียหน้าเลียตาให้เจ้าเหมียวเช่นกัน บ่อยครั้งที่จะเห็น 3 ตัวไปนอนกองรวมกัน แล้วร่วมด้วยช่วยกันเลียอีรุงตุงนังไปหมด






0 ความคิดเห็น