เกาจื้อเหล่ย โปรแกรมเมอร์ที่ทุ่มเททำงานให้บริษัทหนึ่ง จนวันหนึ่งเขาถูกไล่ออกซะงั้น ด้วยอายุมาก หางานก็ยาก ภาระที่บ้านก็เยอะ จนไปพบอาชีพที่ไม่ได้ฝันไว้ นั่นคือไรเดอร์ส่งอาหารส่งของ กว่าจะปรับตัวได้ไม่ง่ายเลย
เลือกดูเรื่อง Upstream นี้จาก Netflix เพราะว่าแฟนเราก็วิ่งไรเดอร์ส่งอาหารเหมือนกัน แต่อายุมากกว่าตาจื้อเหล่ยเยอะ ตอนเห็นอายุของตัวละครในเรื่อง จะตกใจดีมั้ยเนี่ย ช่วงวัย 40 ถือว่าแก่หงำเลยในวงการ แล้วนี่เรากับแฟนไม่เป็นโบราณวัตถุเหรอ 555
เคยเข้ากลุ่มคนหางานอายุ 50+ พบว่าคนอายุมากงานหายาก บางคนก็เพิ่งถูกเลิกจ้าง งานที่มีสำหรับคนอายุ 50+ ส่วนใหญ่เป็นพวกงานใช้แรงงานเช่น คนทำความสะอาด คนจัดเรียงสินค้า รปภ. ทั้งที่ร่างกายของคนวัยนี้น่าจะทำงานหนักได้น้อยกว่าคนหนุ่มสาวนะ เหมือนตอนนี้ไม่มีที่ให้คนแก่ได้ยืนในโลกของคนทำงานแบบใช้สมองอีกต่อไป และเหมือนวัยชราจะเริ่มมีเลขอายุน้อยลงๆ ทุกที 555
Upstream เป็นหนังจีน บอกเล่าเรื่องราวของงานไรเดอร์ที่รับผู้คนเข้าทำงานแบบไม่เกี่ยงอายุ ไม่เกี่ยงสภาพร่างกาย แต่่งานนี้ไม่ง่ายเลย เอาจริงนะ งานไหนๆ ในโลกนี้ก็ไม่ง่ายทั้งนั้น ไม่ว่าจะงานผู้บริหารยันกรรมกร ที่ต่างก็คือเงินรายได้

ตอนแฟนไปเริ่มงานใหม่ๆ ก็ต้องเรียนรู้หลายอย่างจนเครียด แต่พอทำไปๆ ก็ชักกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ หลายเรื่องก็ได้ไรเดอร์ด้วยกันเองมาคอยแนะนำทริกเล็กๆ ให้ได้รับรู้ ที่ต้องเรียนรู้แน่ๆ คือวิธีการใช้แอปของค่ายไรเดอร์
จากนั้นคือการหาร้านค้า อยู่หนายยยยย (แอบกระซิบว่าบางร้านอยู่ตรงหน้าแหละแต่มองไม่เห็น 555) และที่ต้องหายิ่งกว่าคือบ้านของลูกค้า อยู่หนายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย (โทรไปก็ไม่รับ แถมปักหมุนไม่ตรงอีกตะหาก) บางรอบวิ่งไกล 20 กว่ากิโล ดีที่มี Google Map ไม่งั้นคงหลงทางออกทะเล กลับบ้านไม่ถูกกันเชียว
ที่หนักหนาสุดคือต้องเจอผู้คน ส่วนใหญ่ก็ดีอ่ะนะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ดีก็มี ทั้งร้านค้าทั้งลูกค้า พอเจอคนไร้น้ำใจก็ทำให้ดิ่งได้เหมือนกัน
ปัญหาเรื่องส่งช้าเร็ว มันไม่ใช่ปัญหาของไรเดอร์ แต่คือปัญหาของร้านค้า (ที่บางร้านทำช้า บางร้านออเดอร์เยอะจนทำไม่ทัน) และปัญหาของระบบ (ที่ส่งงานให้หลายงานพ่วงกันไป บางค่ายเห็นว่าพ่วงกัน 4 รายก็มี) ลูกค้าที่เข้าใจก็ดีไป แต่ก็มีบางคนไม่เข้าใจมาหงุดหงิดใส่ไรเดอร์ และปัญหาอีกร้อยแปดแจงไม่หมด

เกาจื้อเหล่ย (รับบทโดย Zheng Xu) โชคดีที่ได้ครอบครัวดีๆ แม้ต้องปรับตัวลดระดับลงไปบ้างก็ช่วยเหลือให้กำลังใจกัน ไรเดอร์ด้วยกันเองก็ร่วมมือกัน มีน้ำใจให้กัน เขาเองใช้ความสามารถด้านโปรแกรมเมอร์สร้างแอปสำหรับนำทางให้กับเพื่อนไรเดอร์ด้วยกัน จนนำพาให้บริษัทของพวกเขาเข้าสู่อันดับหนึ่ง

จำหน้านักแสดงไม่ได้ แต่จำหูกระต่ายได้ 555
ในเรื่องเราจะเห็นความสนิทสนมกลมเกลียวในหมู่ไรเดอร์ แม้จะมีผิดใจกันบ้าง แต่ก็เลิกรากันง่าย หลายคนมีภาระที่คนอื่นไม่รู้ หลายคนมีชีวิตที่คนอื่นไม่เห็น แต่ทุกคนจำเป็นต้องมีอาชีพเพื่อหาเงินใช้ในชีวิต


พูดถึงหนังรุ่นใหม่ๆ แถบเอเชียเริ่มมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ ที่สำคัญคือนักแสดงที่ไม่จำเป็นต้องเป็นหนุ่มหล่อสาวสวยกันอีกต่อไป เรื่อง Upstream ขอบอกว่าทำได้ดี มีทั้งบทที่ผ่อนคลาย ฮาเล็กๆ และดราม่าจัดเต็ม จังหวะการเล่าเรื่องรวดเร็ว ช่วงดราม่าไม่น่ารำคาญ การแสดงเป็นธรรมชาติ ส่วนคำพูดในเรื่องเป็นธรรมชาติมั้ย…ไม่รู้ค่ะ
สรุปว่าคุ้มค่ากับการชม
ตะกอนความคิดที่หลงเหลือ
ตอนที่เกาจื้อเหล่ยยังเป็นโปรแกรมเมอร์ เขาเองก็หยิ่งผยอง คิดว่ายังไงเขาก็เป็นกำลังหลักของบริษัท และก็คิดว่าคงไม่สนใจใยดีพลเมืองปลายแถวเช่นไรเดอร์ส่งอาหาร หากว่าเขาไม่ได้ตกลงมาในระดับเดียวกัน เขาก็คงไม่ได้เรียนรู้อีกด้านหนึ่งของชีวิต
มนุษย์ทุกคนต่างก็เหมือนกัน มีความรู้สึกเหมือนกัน มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน มีปัญหาชีวิตเหมือนกัน ปัญหาของมนุษย์เราทุกวันนี้คงเป็นเพราะเราไม่ได้เปิดใจคิดถึงว่าถ้าเราเป็นเขาเราจะเป็นอย่างไร
อย่าว่าแต่คนรวยดูถูกคนจนเลย คนจนเองก็เหยียดคนรวยไม่ต่างกันเลย ชนชั้นไม่สำคัญ สำคัญว่าเราทำตัวเองไม่เป็นภาระสังคมหรือเปล่า

0 ความคิดเห็น