ยัง... แมวยังไม่ตายจ้า แค่ร้อน 555
เมษานี้เป็นเมษาแรกของเหล่าแมวเหมียว 3 ตัว และเรา 2 คนที่บ้านในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดเกือบ 10 ปี ฉันก็เกือบลืมไปแล้วว่าบรรยากาศในเดือนเมษาของกรุงเทพฯ นั้นเป็นยังไง เพราะจังหวัดที่เราไปอยู่นั้นมองจากหลังบ้านเห็นภูเขาอยู่ลิบๆ อากาศจึงเย็นสบายในยามค่ำคืนของหน้าร้อน และฝนยังตกชุกอีกด้วย
ณ บ้านแม่ ชั้นบนของบ้านซึ่งเป็นที่สิงสถิตของเหล่าเหมียวๆ (และเรา 2 คน) อากาศร้อนระอุจนรู้สึกเหมือนกับว่าผิวหนังกำลังพองบวมขึ้น กลางคืนก็ยังคงร้อนระอุ นอนพลิกไปมาไม่หลับ บางครั้งหลับได้ไม่นานก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในสภาพที่เหงื่อชุ่มโชก ต้องไปชุบตัวให้เปียกๆ โรยแป้งเย็น ใส่เสื้อโดยไม่ต้องเช็ดตัว สภาพเหมือนกุ้งชุบแป้งรอทอด แล้วก็กลับมานอน นอนให้นิ่งที่สุดเพื่อจะได้ไม่ก่อความร้อนขึ้นกับร่างกาย บางวันต้องใช้ฟ็อกกี้มาฉีดพ่นบนที่นอนให้หมาดๆ แล้วค่อยนอน
แมวทั้ง 3 ชีวิตก็เช่นกันที่ต้องทนร้อนอยู่บ้านทั้งวันโดยไม่มีที่หนีร้อนไปไหนได้ สถานที่หลบร้อนของมันก็คือห้องน้ำ
เสาร์อาทิตย์ที่เราไม่ได้ออกไปไหน ก็จะพบว่าอากาศค่อยๆ ร้อนขึ้นอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ 7 โมงเช้า เหล่าแมวก็จะเริ่มทยอยกันไปจับจองพื้นที่นอนภายในห้องน้ำเล็กๆ เจ้าเหมียวนอนอยู่หลังบานประตู เจ้าทิ้งนอนอยู่ข้างวงกบประตูที่เปิดอยู่ ส่วนเจ้าชูเข้าไปนอนในมุมหน้าโถส้วม
เรา 2 คนจึงมีทางเลือก 2 ทาง เมื่อต้องการเข้าห้องน้ำ
ทางแรก คืออุ้มแต่ละตัวออกมาปล่อยไว้นอกห้องน้ำ หรือทางเลือกที่ 2 คือหนีลงไปใช้ห้องน้ำชั้นล่างแทน ถ้าเป็นทางเลือกแรกก็ต้องอุ้มออกไปทีละตัว ไปวางตามมุมต่างๆ พอเราออกจากห้องน้ำมันก็ค่อยๆ ลุกจากมุมที่เราเอาไปวาง แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำใหม่อีกรอบ
บางวันมองหาเจ้าเหมียวไม่พบ สักพักเห็นบานประตูค่อยๆ ขยับ งานนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติที่ไหน แต่เป็นเจ้าเหมียวที่กำลังบิดลำตัวอ้วนๆ ของมันอยู่หลังห้องน้ำ ชะโงกไปดูก็เห็นเจ้าตัวดีกำลังนอนหงายแอ้งแม้ง เหลือบตามองฉันนิดหนึ่งก็หลับต่ออย่างสบายอารมณ์
ในวันที่เรา 2 คนไปทำงาน พวกมันก็คงอยู่ในนั้นกันทั้งวัน เพราะป๋าที่กลับถึงบ้านก่อนบอกว่าเปิดประตูขึ้นมาไม่เห็นหน้าเลยสักตัว พอเดินเข้าไปดูในห้องน้ำก็เห็นนอนกันครบทั้ง 3 ตัว กว่าจะเยื้องย่างออกมาข้างนอกได้ก็พระอาทิตย์ตกดินแล้ว จะปล่อยให้มันลงไปข้างล่างก็ทำไม่ได้ เพราะแม่ไม่ชอบแมว
เราก็เลยต้องพยายามมองหาบ้านหลังใหม่เพื่อให้แมว 3 ตัวและเรา 2 คนได้อยู่อาศัยอย่างเย็นสบาย สเปกของบ้านในฝันก็คือมีพื้นที่เยอะๆ มีที่ทางไว้เก็บข้าวของรกๆ จะได้เลิกฝึกเดินข้ามเครื่องกีดขวางกันซะที เป็นบ้านที่มีสนามหญ้าเล็กๆ ให้เจ้า 3 ตัววิ่งไล่กัน เราจะปลูกหญ้าไว้ให้มันกิน มีสวนสวยแซมด้วยสวนครัวไว้สำหรับผักสามัญประจำบ้าน เพื่อหาใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องไปตลาด ยามที่เข้าครัวก็จะมาหาเก็บวัตถุดิบจากกอผักเหล่านี้ เราจะปล่อยบ้านทั้งหลังให้เป็นของมัน อยากนอนตรงไหนก็ตามสะดวก ยกเว้นห้องนอนที่เราจะปิดประตูนอน โดยไม่ต้องมีเจ้าเหมียวเดินย่ำมาบนตัว ไม่มีเจ้าทิ้งคอยนอนมองหน้ารอเวลาเราตื่น ไม่มีเจ้าชูคอยเลียแขนปลุกหรืองับจมูกปลุก

นอนเหงื่อตกฝันหวานถึงสเปกบ้านไปพลางมองหาทางรวบรวมเงินและข้อมูลเพื่อขอกู้ซื้อบ้านน้อยสักหลัง พร้อมๆ กับเริ่มตระเวนออกหาบ้าน เราไปหากันในบริเวณปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ เพื่อขอพื้นที่ให้ได้หายใจบ้าง
(พื้นที่นี้ขอบ่น : สเปกบ้านเพิ่มเติมคือรอบบริเวณบ้านขอแบบห่างๆ กันบ้าง ไม่เอาแบบที่เจออยู่ที่บ้านแม่ คือบ้านด้านหลังเปิดเพลงแบบเผื่อแผ่ให้ฟังไปอีก 10 บ้านรอบบริเวณ หน้าบ้านก็ร้องคาราโอเกะกันสนุกสนาน (เขาสนุกนะ แต่เราไม่สนุกเอาเลย ไม่ชอบมากๆ คาราโอเกะ) ขอสถานที่ห่างไกลโรงเรียนที่บางเช้าก็เปิด “มาเชียร์ มาเชียร์ มาเชียร์ ฯลฯ” ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างในวันหยุดงาน ฉันไม่ได้ไปเล่นกีฬาสีกับแก ไม่ต้องเปิดเรียก บางคืนก็เปิดโรงเรียนให้เช่าจัดงานสังสรรค์ที่มีตั้งแต่งานแต่ง งานเลี้ยงในองค์กร งานเลี้ยงรุ่น เว้นก็แต่งานศพ กินก็ไม่ได้กิน แต่ต้องมานั่งฟังเขาเปิดดนตรีหนวกหูทั้งคืน ขอมีพื้นที่หน้าบ้านไม่มีรถบ้านอื่นมาจอดปิดทางเข้า พอไปขอให้เขาเลื่อนรถเพื่อเอารถเราเข้าบ้าน พี่แกก็มองหน้าแบบหงุดหงิดกวนใจ หน้าบ้านกรูนะเว้ยเฮ้ย เว้ยๆ อยู่กรุงเทพฯ มันรันทดขนาดนี้ ไปอยู่รอบนอกกรุงเทพฯ ก็ได้เว้ย–บ่นจบแล้วค่ะ)
พื้นที่แรกที่เราเลือกไปตระเวนดูก็คือละแวกบางบัวทอง แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งที่มีบ้านอยู่ลำลูกกาเรียกให้ไปดูบ้านแถวนั้น เราได้ยินชื่อครั้งแรกถึงกับร้อง “โอ้โห” ไกลไปมั้ยเนี่ย แต่พอได้ไปดูจริงๆ ก็ไม่ค่อยเท่าไร จากนั้นทุกเสาร์อาทิตย์เราก็จะทุ่มเทเวลาไปกับการขับรถตระเวนหาบ้านบนถนนรังสิต-นครนายก หลายหลังสวยถูกใจ แต่มีปัญหาในการติดต่อซื้อบ้านตลอด ในที่สุดเราก็มาเจอบ้านหลังหนึ่งเข้าที่ลำลูกกา สเปกตรงใจ เป็นบ้านแฝดสร้างใหม่มีพื้นที่ข้างบ้านเยอะ เมื่อเทียบกับราคาก็ไม่ค่อยแพงนัก ที่สำคัญคือเรากู้ได้ 100% ซึ่งถ้าซื้อบ้านมือสองเราต้องมีเงินสดส่วนหนึ่งสำหรับจ่ายเพิ่มให้กับเจ้าของบ้านที่ตั้งราคาบ้านไว้สูงกว่าราคาประเมิน และเราก็ไม่มีเงินสดจำนวนนั้นเสียด้วย
ใช้เวลาไม่นานเราก็ตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ในที่สุด
0 ความคิดเห็น