หลังผ่านพิธีการต่างๆ จนเสร็จสิ้น เราก็กลายเป็นลูกหนี้ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในที่สุด (เย้…ได้เป็นหนี้ก้อนโตแล้วเว้ย) พอจัดการบ้านเสร็จสรรพทั้งติดเหล็กดัดและมุ้งลวด เราก็ย้ายมาบ้านใหม่
ตอนย้ายครั้งนี้เราไม่ได้วางยาแมว แต่ปล่อยให้มันวิ่งเล่นเป็นอิสระทั่วทั้งคันรถ แมวทั้ง 3 ตัวเครียดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเดินไปมา ทั้งร้อง ทั้งอ้าปากค้าง มันเดินไปมาจนฉันขับรถไม่ค่อยถนัด ป๋าต้องจับใส่ตะกร้า พอเข้าตะกร้าได้ดูเหมือนพวกมันจะสงบลงบ้าง
เมื่อมาถึงบ้านใหม่เราก็เก็บตัวเหล่าแมวไว้ในห้องเล็กห้องหนึ่งบนชั้น 2 ในระหว่างการลำเลียงของจากรถบรรทุกเข้าบ้าน ข้าวของประดามีของฉันยังคงมากมายถึงมากมายมหาศาล มันถูกลำเลียงเข้าไปซุกอยู่ซอกนั้นกองนี้จนรกไปหมด

จากนั้นก็ถึงเวลา ‘ปล่อยแมว’ แมวทั้ง 3 ตัวออกเดินสำรวจอย่างตั้งอกตั้งใจไปทั่วบ้านรกๆ แล้วก็เริ่มจับจองที่นอนได้อย่างอิสระ คราวนี้มีที่วิ่งเล่นให้สนุกสนานกันในบ้านทั้งหลัง
บ้านหลังนี้เป็นบ้านแฝด มีขนาดบ้านไม่ได้ใหญ่ไปกว่าทาวน์เฮาส์สักเท่าไร แต่ที่พิเศษก็คือพื้นที่จำนวนมากรอบตัวบ้านทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน และข้างบ้าน รั้วรอบด้านมีความสูงพ้นหัวฉันไปนิดหนึ่ง ก็น่าจะสูงราวเมตรครึ่ง ยกเว้นรั้วด้านหน้าที่เขาก่อเป็นอิฐบล็อกสูงขึ้นมา 3 ก้อน ด้านบนวางราวเหล็ก 2 ท่อนพาดขวาง ใครก็ปีนเข้ามาได้ ไม่ต้องพูดถึงแมวที่ปีนออกนอกบ้านได้โดยง่ายเช่นกัน ก่อนย้ายมาป๋าก็มาติดไม้ระแนงกั้นส่วนนี้ให้มิดชิดขึ้น ส่วนประตูรั้วที่เป็นเหล็กโปร่งๆ ยังไม่ได้ปิดไม้กันแมวออก
เราจัดการปิดประตูรั้วหลังจากย้ายเข้ามา โดยใช้ไม้พาเลตปิดด้านนอก กะให้สูงพอประมาณสำหรับไม่ให้แมวหนี หลังจากตรากตรำกรำแดดทำอยู่ 2-3 วันก็เสร็จ พอปิดไม้แผ่นสุดท้ายเสร็จได้แป๊บเดียว (ป๋ายังไม่ทันได้หายเหนื่อย ฉันยังไม่ทันได้ชื่นชมยินดี) เจ้าชูก็กระโดดสูงเกาะ เกาะ เกาะ ปีนขึ้นไปด้านบนสุดของรั้วพร้อมจะกระโจนออกสู่เสรีภาพ (แต่โดนจับกุมตัวเสียก่อน) ป๋าบอกวิญญาณแทบออกจากร่าง ทำจนเสร็จเพิ่งมาบอกนะเจ้าชู


ช่วงนี้เราปล่อยแมวออกมาที่สนามหน้าบ้านเป็นเวลา โดยเราต้องออกมายืนคุมทุกครั้ง แต่ด้วยไวไม่เท่าไอ้ชูตัวแสบ เราจึงใส่สายรัดบนตัวมัน (เป็นสายรัดแบบที่รัดบนตัวไม่ใช่บนคอ กลัวมันหายใจไม่ออกถ้าหากว่าเกิดไปห้อยต่องแต่งบนกำแพง) แล้วผูกเชือกพลาสติกเส้นยาวโยงมันไว้ไม่ให้มันแอบหนีขึ้นกำแพง งานนี้ทำให้เจ้าชูหงอยลงไปถนัดตา
ช่วงปรับบ้านให้เป็นที่อยู่แมว เรากำหนดพื้นที่หลังบ้านกับข้างบ้านให้เป็นพื้นที่ของแมว และห้ามออกหน้าบ้านเด็ดขาด ตอนย้ายบ้านเราถอดวงกบกับประตูจากบ้านเก่าที่ติดกั้นแมวชั้น 2 ไม่ให้ลงชั้นล่างมาที่นี่ด้วย ประตูก็เลยทำหน้าที่กั้นตรงทางเดินข้างบ้าน เพื่อกั้นไม่ให้แมวออกมาด้านหน้าได้

ตรงรั้วด้านข้างที่สูงเกินหัวฉัน เราก็คิดว่าแมวคงปีนไม่ได้ เจ้าชูอีกนั่นแหละที่พิสูจน์ว่าเราคิดผิด มันกระโดดเอาเล็บเกาะไปบนผนังแล้วกระโจนด้วยความเร็วขึ้นไปยืนบนรั้ว เล่นเอาวิ่งไล่จับมันลงแทบไม่ทัน
เราจึงสุมหัวกันออกแบบใหม่ ใช้ไม้ระแนงต่อปิดเป็นซี่ๆ สูงขึ้นจากรั้วเดิม
และเจ้าชู (อีกแล้ว) ก็พิสูจน์ว่ามันป้องกันแมวหนีออกจากบ้านไม่ได้อีกเช่นเคย จุดอ่อนก็อยู่ตรงตำแหน่งที่เป็นเสา มันใช้วิธีเกาะไต่ไปบนเสาแล้วเกาะบนไม้ระแนง ระหว่างกำลังจะปีนขึ้นเราก็วิ่งหน้าตั้งไปจับมันลงพื้น
แผนต่อไปก็คือเอากระป๋องเบียร์ของป๋าผูกเชือกแล้วห้อยให้มันเกะกะเล่นตรงมุมเสา ก็ใช้ได้ผลอยู่บ้าง …แค่ ‘บ้าง’ นะคะ ถ้าเจ้าชูมันจะแหกคุกออกไปจริงๆ มันก็แค่กระโดดลุยผ่านกระป๋องขึ้นไปโดยง่าย กระป๋องจะทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนภัยเท่านั้น เมื่อเราได้ยินเสียงกระป๋องกระทบกัน ก็จะใส่ตีนหมาวิ่งออกไปลากตัวมันลงมาจากกำแพง
อยู่ไปได้สักระยะก็ต้องคิดหาทางอื่น วิ่งเร็วไปจับแมวทุกวันไม่ไหวแน่ ป๋าเปลี่ยนแผนอีกครั้ง โดยไปจ้างเขาเชื่อมเหล็กกล่องเป็นรูปสี่เหลี่ยม มาติดไว้เหนือรั้วแล้วใช้แผ่นเฌอร่าปิดแนวนอน ปิดทึบแทนที่จะปิดแบบโปร่งๆ เหมือนไม้ระแนงแบบก่อน จึงไม่มีที่ให้
เจ้าชูเกาะเพื่อไต่อีกเช่นเดิม ส่วนกระป๋องก็ยังห้อยอยู่เช่นเดิมเพื่อความมั่นใจ ครั้งนี้เราสยบแมวตัวแสบบุญชูได้ในที่สุด แทบฉลองกันเลยทีเดียว
ตอนที่เราสั่งทำเหล็กดัดมุ้งลวด ตรงประตูหลังเราให้เขาเจาะช่องเอาไว้เพื่อติดประตูแมว ครั้งนี้เราไปหาซื้อประตูแมวที่ดูดีมีสกุลมาติดตั้งให้เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ใช่เอาแผ่นพลาสติกแปะๆ เหมือนตอนอยู่บ้านต่างจังหวัด


ระหว่างที่ยังจัดการรั้วไม่เสร็จ เราก็ปล่อยแมวให้ออกนอกบ้านได้เป็นเวลา และต้องคอยเดินกำกับตลอดเวลาไม่ให้มันกระโดดหนี ซึ่งตัวที่ต้องดูแลเข้มงวดเป็นพิเศษก็คือไอ้เจ้าชูเนี่ยแหละ ทักษะด้านนี้สูงกว่าตัวอื่น แต่หลังจากทำรั้วทำประตูเสร็จ เราก็เปิดช่องนี้ไว้ตลอดเวลาที่เราอยู่บ้าน เพื่อให้มันได้วิ่งเล่นอย่างเสรี
จริงๆ เราก็อยากปล่อยให้แมวออกไปวิ่งเล่นอย่างอิสระนอกรั้วบ้าน แต่ก็กลัวหลายอย่าง
- กลัวคนที่ไม่ชอบแมวทำร้าย
- กลัวหมาไล่กัด
- กลัวรถชน
- กลัวไปกินยาเบื่อ
- กลัวมันไปกัดกับแมวอื่น
- สารพัดจะกลัว
จึงได้แต่ปิดให้มันอยู่ภายในขอบเขตมิดชิด ถึงจะปล่อยให้มันได้วิ่งเล่นในพื้นที่หลังบ้านที่กว้างพอสมควร แต่ทุกตัวก็มักจะมานั่งมองผ่านประตูหน้าบ้านกันตาละห้อย โดยมีเจ้าชูที่ยังคงพยายามหาทางใหม่ๆ ในการแหกคุกอยู่ตลอดเวลา นับเป็นแมวที่สร้างสรรค์มาก



กลับมาที่ฉากภายในบ้าน
แม้ว่าพวกแมวจะออกไปนอกรั้วบ้านไม่ได้ แต่เราก็ให้พื้นที่มันทั่วทั้งบ้าน รวมถึงห้องนอนที่ตอนแรกเราวางแผนว่าจะปิดประตูไว้ ในที่สุดก็กลับกลายเป็นว่าเราเปิดโล่ง เพราะอากาศโปร่งกว่าเยอะ แล้วเราเองก็อยู่กันแค่ 2 คน จึงไม่จำเป็นต้องปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวใดๆ
เราเลือกห้องเล็กบนชั้น 2 ส่วนหลังของบ้านเป็นห้องนอน เราเลือกห้องเล็ก เพราะไม่อยากวางของอะไรเยอะแยะให้ฝุ่นเกาะ ห้องนอนควรจะสะอาด ไม่เป็นแหล่งสะสมฝุ่น ส่วนห้องใหญ่หน้าบ้านที่คนปกติจะทำเป็นห้องนอนส่วนตัว เรา (ที่ไม่ปกติ) ก็ทำเป็นที่ให้แมวนอนแทน (ที่เก็บของซึ่งกินพื้นที่ 80% ของบ้านทั้งหลังเข้าไปละ)
ใต้บันไดเราทำชั้นเก็บของ (ของอีกแล้ว) และมุมหนึ่งเป็นที่วางถาดทรายแมว 2 ถาด ให้มันมีห้องน้ำในบ้านเหมือนคน เพราะประตูแมวหลังบ้านนั้นเราจะปิดตอนเราเข้านอน จึงต้องให้มันได้เข้าห้องน้ำได้ในยามค่ำคืน ครั้งนี้เราไม่ปล่อยให้มันไปเที่ยวกลางค่ำกลางคืนอีกต่อไป ถ้าเจ้าชูมันปีนหนีไปตอนเรานอนก็อาจไม่มีโอกาสกลับมา และที่สำคัญเรากลัวว่ามันจะไปคาบงูเข้ามาในบ้าน ท่าทางแถวนี้จะมีงูเยอะ (จริงๆ คือสารพัดสัตว์เลย) งูเข้ามาในบ้านคงหากันไม่เจอแน่กับข้าวของเยอะขนาดนี้
ระหว่างจัดข้าวของในบ้าน เราก็ได้ความช่วยเหลือจาก 3 แมวเป็นอย่างดี

ตอนต่อชั้นทำที่วางหนังสือ เหล่าแมวก็มาช่วยปีนป่ายเพื่อทดสอบความแข็งแรงกันถ้วนหน้า แถมยังฝนเล็บกับไม้เพื่อช่วยสร้างพื้นผิวให้กับไม้ ตอนขนของไปเก็บชั้นบนพวกมันก็เดินตามมาเพื่อกำกับการทำงานให้เป็นระบบระเบียบ พอวางเสร็จก็กระโดดขึ้นไปดมดูว่าใช้ได้หรือยัง มุ้งลวดก็ต้องทดสอบว่าได้มาตรฐานแมว-ออ-กอหรือเปล่า โดยการกระโจนพรวดขึ้นไปเกาะบนมุ้งลวด ทำเอาน้ำตาแทบตก มุ้งลวดใหม่เอี่ยมปรากฏเป็นรูโหว่หลายแห่ง บางบานขาดเป็นแนวยาว

เจ้าชูชอบบันไดเป็นพิเศษ มันมักวิ่งขึ้นวิ่งลง วิ่งขึ้นวิ่งลงหลายรอบ โดยเฉพาะช่วงชานพักบันไดตรงครึ่งทางเป็นทางหักเลี้ยว 180 องศา
เจ้าชูจะเน้นสไลด์ตรงจุดนี้โดยไม่ลดความเร็ว แต่จะใช้เล็บตะกุยกุบกับอย่างเมามันบนพื้นไม้เพื่อหักเลี้ยว เนื่องจากพื้นมันลื่น เจ้าชูก็เลยวิ่งกุบกับกับที่สักอึดใจจึงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ ตรงจุดนี้จึงมีรอยเล็บแมวหนาแน่น ซึ่งเป็นรอยเล็บของเจ้าชูตัวเดียวเลย ตัวอื่นเขาไม่เล่นกันขนาดนี้ หรือถ้าเล่นก็มักจะลื่นพรึดล้มนิดหนึ่งแล้วถึงจะลุกวิ่งใหม่
การจัดการบ้านเป็นไปในแบบค่อยๆ ทำไปทีละหน่อย ต้องรอวันเสาร์อาทิตย์ที่จะมีเวลามาจัดการ ดังนั้นการปรับบ้านต่างๆ ที่เล่ามาก็คืองานที่ค่อยๆ พัฒนามาทีละนิดละหน่อย ไปพร้อมๆ กับที่เหล่าแมวก็เริ่มทำความคุ้นเคยกับบ้านใหม่เป็นอันดี
ปิดท้ายเล่ม
และแล้วบ้านที่สงบสุขก็กลับมีแมวมาเพิ่มอีก 2 ตัว และ 3 ตัว ตามลำดับ และในระหว่างเหตุการณ์เหล่านั้นก็มีแมวที่ทยอยตายจากเราไปทีละตัว ชีวิตจึงมีทั้งความสุขและความเศร้า รวมไปจนถึงความวุ่นวายที่จัดการได้ไม่ลงตัวระหว่างแมวด้วยกันเอง ฉันนั้นอยากให้เรื่องเล่าทุกเรื่องมีแต่ความสุข แต่ระหว่างที่รื้อฟื้นความหลังที่มีความสุขในครั้งเก่า ความเศร้าจากความสูญเสียก็ถูกขุดขึ้นมาด้วย เรื่องราวเหล่านั้นฉันขอเก็บไว้เป็นการส่วนตัว
เรื่องราวของเหล่าแมวยังไม่จบ ตราบใดที่ฉันยังคงเลี้ยงแมวก็ยังคงมีหลายเรื่องเกิดขึ้นตลอดเวลา จนอยากจะบอกว่าเลี้ยงแมวแล้วไม่เบื่อเลย
วันนี้คุณหาแมวมาเลี้ยงแล้วหรือยัง เมี้ยว
=(^o^)=

ส่งท้ายของเว็บไซต์
เราได้เอาเนื้อหาของ 3 แมวตัวแรกจากหนังสือ 3 แมว 2 คน มาลงไว้ที่นี่จนจบเล่ม เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นเรื่องเล่าจากความทรงจำที่อาจไม่ค่อยปะติดปะต่อกันมากนัก ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมามีทั้งความสุขและความเศร้าโศกเสียใจมากมายจนเกินที่จะบรรยาย จนบางครั้งก็ (พยายาม) เลือกที่จะลืมๆ มันไป เพราะมันเจ็บปวดเกินกว่าจะทนไหว
0 ความคิดเห็น