หลายปีมานี่แทบไม่ค่อยได้อ่านหนังสือนวนิยาย ผิดกับแต่ก่อนที่ถือเป็นกำลังหลักในด้านความบันเทิง น่าจะตั้งแต่เริ่มมีสื่อสตรีมมิ่ง ก็เลยเน้นทางไปทางนั้น เหตุผลหลักเลยก็คือหนังสือราคาสูงกว่าค่ารายเดือนของ Netflix, HBO, Disney ฯลฯ
อีกเหตุผลที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ หนังสือเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยตรงใจเราสักเท่าไร ซื้อมาก็แพง อ่านแล้วไม่สนุก (ดูรีวิวชาวบ้านว่าอ่านสนุก แต่เราไม่ ...สนุกตรงไหนหาไม่เจอ... เป็นบุคคลไม่ปกติ 555) เสียดายตังค์มากๆ บางเล่มก็ยืมจาก TK Park ราคาค่าส่งไปกลับก็เริ่มแพงขึ้น อ่านะ
หลายเล่มซื้อมาอ่านไม่หนุกก็กลายสภาพเป็นหนังสือมือสองที่ขายขาดทุนไปบ้าง (ถ้าขายได้นะ) ตอนอ่านก็พยายามถนุถนอมมากๆ จะได้ขายต่อ
เล่ม โกสต์ทาวน์ นี่ไปไงมาไงไม่รู้ถึงหามาอ่าน ขอนึกก่อน
อ่อนึกออกล่ะ เราเป็นสมาชิกร้านนายอินทร์ ซื้ออีบุ๊คจากนายอินทร์ก็หลายเล่มอยู่ มาเจออีเมล์ว่ามีอีบุ๊คลดราคา เลยเข้าไปดูเห็นเล่มโกสต์ทาวน์วางขาย เห็นปกก็คิดว่าไม่น่าใช่แนว แต่ก็ลองโหลดตัวอย่างมาอ่าน
ปรากฎว่าติดหนึบ ชอบมาก ตัวอย่างที่ให้มาอ่านก็หลายหน้า อ่านเพลินเชียว ว่าแล้วก็ไปตามหาอย่างเล่มมาอ่าน
นั่นแหละที่มาของหนังสือเล่มนี้ และจะไม่ขายเป็นมือสอง เก็บไว้อ่าน
เรื่องราวของโกสต์ทาวน์
โกสต์ทาวน์เป็นเรื่องเล่าของครอบครัวหนึ่งในเมืองชนบทเล็กๆ ที่ชื่อว่าหย่งจิ้ง บนเกาะไต้หวัน ด้วยขนบธรรมเนียมแบบจีนที่ฝังรากลึก ทำให้ลูกสาวกลายเป็นของที่ไร้ค่า รอวันแค่ได้แต่งงาน ไปเป็นสะใภ้ที่โดนแม่สามีข่มเหงรังแก
สิ่งเหล่านี้ตกทอดมาจากยุคสู่ยุค จนถึงยุคปัจจุบันที่โลกหมุนเร็วกว่าสมัยก่อนหลายเท่าตัว วัฒนธรรมความเชื่อและสิ่งต่างๆ ลูกสาวกับลูกชายที่เกิดและใช้ชีวิตวัยเด็กมาในขนบเดิม จึงกลายเป็นส่วนประกอบดูจะขาดๆ เกินๆ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบัน
ครอบครัวเฉิน มีเรื่องราวของแม่ผัวลูกสะใภ้ที่ถ่ายทอดมาหลายรุ่น อาฉานเด็กสาวที่ต้องแต่งงานกับลูกชายคนโตของตระกูลเฉิน หลังจากมีลูกสาวติดๆ กัน 5 คน เธอจึงกลายเป็นเหมือนคนไร้ค่าของบ้านเฉิน กระทั่งเธอได้ลูกชายอีก 2 คน ชีวิตของเธอจึงเปลี่ยนไป
เฉินคนที่เป็นสามีซื้อตึกแถวไว้ 1 ห้อง เป็นตึกแถวที่เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญสิ่งแรกของเมืองหย่งจิ้ง เขามองเห็นอนาคตที่รุ่งโรจน์ของครอบครัวในห้องแถวแห่งนี้
แม้จะย้ายมาอยู่ในสิ่งทันสมัย แต่ความเชื่อเก่าๆ ก็ยังคงตามติดมาหลอกหลอนผู้คนเช่นเดิม สร้างตัวตนลูกๆ ในครอบครัวนี้ให้เติบโตขึ้นมาอย่างบิดเบี้ยว
ลูกสาว-ลูกชายประกอบด้วย
- เฉินสูเหม่ย พี่สาวคนโต ยังคงอาศัยในตึกแถวเดิม ทำอาชีพเย็บเสื้อผ้าส่ง
- เฉินสูลี่ เป็นข้าราชการอยู่ที่ไทเป
- เฉินสูชิง ภรรยาของผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ร่ำรวย
- เฉินสู้เจี๋ย แต่งงานกับเจ้าของคฤหาสน์ขาวที่อยู่ใกล้กับตึกแถวบ้านเกิด
- เฉินเสี่ยวเม่ย เสียชีวิตไปแล้ว
- เฉินเทียนอี ลูกชายคนแรก เคยเล่นการเมือง
- เฉินเทียนหง ลูกชายคนรอง ไปใช้ชีวิตที่เบอร์ลิน เยอรมันนี
ในวันสาร์ทจีนทั้งคนและผีต่างก็เข้ามาเล่าเรื่องราวของตัวเอง เมื่ออ่านไปเราจะเริ่มรับรู้โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ ทำให้เกิดความพลัดพรากและเจ็บปวด
แนะนำให้อ่านสำหรับคนชอบแนวนี้ค่ะ
ภาษาของหนังสือ
ตอนอ่านชอบมากเลยกับการใช้คำของหนังสือเล่มนี้ เปรียบเทียบได้สวยงาม อ่านลื่นไหล (เรื่องนี้ต้องยกความดีงามให้กับผู้แปลด้วยค่ะ คุณสิวิณี เตรียมชาญชูชัย)
แต่ขอบอกเลยว่าปกหนังสือ ภาพประกอบน่ารักมาก รวมถึงที่คั่นหนังสือ 2 ชิ้น แต่อย่าให้ความน่ารักลวงเราได้นะ เนื้อหาของ โกสต์ทาวน์ ออกแนวหม่นเศร้า จนบางช่วงบางตอนก็อยากร้องไห้ไปกับตัวละครด้วย
เกี่ยวกับหนังสือ
- โกสต์ทาวน์
- ผู้เขียน: เฉินซือหง
- แปล : สิวิณี เตรียมชาญชูชัย
- สำนักพิมพ์: Page Publishing
- 472 หน้า
- วันที่วางขาย 10 ต.ค. 2567
- ทดลองอ่านอีบุ๊คได้ที่นายอินทร์
ลิงค์ซื้อหนังสือ
0 ความคิดเห็น