เรียนภาษาจีน ครั้งที่ 3 ที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2


มีเพื่อนรุ่นน้องคนนึง น้องผู้หญิง รู้จักกันตอนทำงานนิตยสารแห่งหนึ่ง น้องเขาเป็นพิสูจน์อักษร ตอนหลังออกไปเป็นฟรีแลนซ์ (เห็นว่าเงินดีกว่าตอนทำบริษัท) เขาชอบดูซีรี่ส์จีน ชอบดาราหนุ่มๆ ของจีน (ซึ่งนับวันก็จะเด็กลงๆ ทุกที 555)  เขาฝึกเรียนภาษาจีนด้วยตัวเอง จนเก่ง จนไปสอบเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีนเลย ไม่ใช่แค่รู้จักพินอินนะ (พินอินคืออะไร ไว้ค่อยบอกนะ) แต่รู้จักตัวอักษรจีนเลย เรียนแล้วก็เที่ยวจีนตั้งไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ไปแบบแบ๊กแพ็คคนเดียว เก่งมากกกกก เป็นไอดอลของเราเลยล่ะ

มองกลับมาที่ตัวเอง... 

เราผู้ที่เป็นหมวยมาตั้งแต่เกิด รู้จักคำจีนไม่กี่ตัว นับนิ้วได้เลย เป็นจีนแต้จิ๋วที่ไม่ใช่จีนกลาง เป็นผู้ที่ไม่เคยคิดจะเรียนภาษาจีน (เมื่อก่อนอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่พักนึงแล้วก็เลิกรา) ไม่มีความคิดนี้อยู่ในหัวเลย คือคิดว่าแค่ภาษาอังกฤษที่เรียนตั้งแต่อนุบาลให้รอดก่อนอ่ะนะ หนังหรือซีรี่ส์จีนก็ไม่ดู เดี๋ยวนี้นิยายจีนก็ไม่ได้อ่าน (เมื่อก่อนเด็กๆ อ่านที่แปลโดย ว. ณ เมืองลุง กับ น.นพรัตน์) 

แถมท้ายด้วยเป็นพวกที่ไร้ความพยายามในด้านการจดจำโดยสิ้นเชิง (เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสตอนมัธยมปลาย เป็นช่วงที่ทรมานใจมากๆ อยากย้ายก็ไม่ทันแล้ว)

จู่ๆ เพื่อนที่รู้จักกันตอนเรียนเทียนแฟนซี ก็ชวนไปเรียนภาษาจีน (เขาก็หมวยแบบเราแหละ เพิ่งเคยมาเรียนจีน) ฟรีที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2 เราก็อิดเอื้อน หลบไปหลีกมา จนกระทั่งครั้งหลังสุดเขาลงชื่อให้เลย 555


รอบแรกปีก่อน เรียนเสาร์-อาทิตย์ ไปเรียนวันแรกได้ 1 วัน ก็มีเหตุให้ต้องหยุดไป 2-3 อาทิตย์ ช่วงแรกเป็นช่วงสำคัญในการปูพื้นสำหรับคนไม่มีพื้นฐาน พอขาดไปก็เลยไม่ไปเรียนแล้ว 

รอบนี้พี่อีกคน (รู้จักกันจากเทียนแฟนซีที่เดียวกันแหละ) ลงชื่อให้ เขาชวนไปเรียนเป็นเพื่อนเขา ผู้ซึ่งเรียนตั้งแต่รอบแรกที่เขาเปิดสอน จนบัดนี้ก็ยังกลับมาเรียนพื้นฐานอีกรอบ 

ตอนจะมาวันเริ่มเรียน (คือมาสมัครเรียนด้วยในวันเดียวกัน) ก็ชักลังเล เพราะบ้านฉันน่ะอยู่ลำลูกกา ไปเรียนถึงบางบัวทอง ระยะทางในการขับรถไปเกือบ 40 กิโลเมตร ณ วันที่ทรัมป์ถล่มอิหร่าน ราคาน้ำมันขึ้น ฉันก็ชักลังเลกับค่าน้ำมันที่ต้องใช้

ในที่สุด

แล้วก็มาลงเรียนจนได้ คิดว่าเช้าวันเสาร์รถคงไม่ติด น้ำมันคงไม่เท่าไร ยังไงก็ต้องเอารถออกวิ่งบ้าง จอดไว้เฉยๆ จะเสียหาย 

เจ้าของสถานที่

กับกะไปเรียนแบบไม่ซีเรียส เอาแบบสนุกสนาน จะได้ไปหาเพื่อนด้วย (เจอกันแค่ช่วงพักเที่ยงที่เพื่อนต้องไปเรียนช่วงบ่าย ระดับสูงขึ้น) ไม่ไหวก็เลิก 

เข้าเรียน

ตอนครูให้แนะนำตัวพร้อมบอกว่าเรียนไปทำอะไร ทุกคนดูจะมีเป้าหมาย โดยเฉพาะคนที่บอกว่าดูซีรี่ส์กับอยากเที่ยวจีนเป็นเหตุผลหลักๆ เลย ส่วนเราน่ะเหรอ... จะให้บอกว่าพี่เขาลากมาเรียนก็ใช่ที่ เลยบอกว่าจะมาลองเรียนอะไรใหม่ๆ 

นั่น เริ่มต้นก็โกหกเลย แต่ก็โกหกแค่บางส่วนนะ ส่วนหนึ่งก็อยากรู้เหมือนกันแหละว่า ฉัน ณ วัยนี้ยังเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้ไหม 

ผ่านมา 2 เสาร์ (รอบนี้เรียนเฉพาะ เสาร์ หรือ อาทิตย์ แยกคลาสกัน) ชักเริ่มถอนหายใจหนักแน่น เฮ้อออออออ หาเรื่องจริงๆ เลยกรู

เริ่มต้นสอนด้วยพินอิน พินอินคืออะไร ง่ายๆ เลยก็คือระบบการถอดเสียงจีนโดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ อย่างตัว d ไม่ใช่ ดี แต่เป็น เตอ หรือ q ไม่ใช่ คิว แต่เป็น ชี 

นี่คือพยัญชนะว่ายากแล้วนะ เหมือนต้องคิดใหม่ทำใหม่ ว่ามันไม่ได้ออกเสียงแบบภาษาอังกฤษ แต่ให้ออกแบบจีน พอเสาร์ที่ 2 เจอสระเข้าไป ถึงกับคิดว่าจะเลิกเรียนเอาเลย เรียน/เลิก เรียน/เลิก คิดอยู่แค่นี้ 

แต่ก็ไม่อยากยอมแพ้เร็วเกินไปนัก

แล้วทำไงให้จำได้ล่ะ คือพยัญชนะอ่ะ ถ้าอ่านตามลำดับก็ได้อยู่ แต่ถ้าไม่ตามลำดับล่ะ บางตัวออกเสียงต่างจากเดิมมาก ระหว่างขับรถอยู่แถวบ้านก็คิดไปคิดมา ก็คิดถึงทำบัตรคำ 1 ใบต่อ 1 ตัวอักษร (รวมถึงสระ) เขียนคำอ่านด้านหลัง สุ่มหยิบมาท่อง โอ้ยยยย นี่ขนาดว่าไม่ได้จริงจังมากนะ 555

ทำเสร็จก็วางเอาไว้แล้ว...

...ไปนอน 555


ที่นี่สงบมาก

ปกติเราไม่ใช่คนเข้าวัด ถ้าพี่น้องหรือแฟนชวนไปก็ไปนะ แต่ให้เข้าเองไม่ไป 

ที่เล่งเน่ยยี่ 2 ที่นี่เป็นวัดจีนที่สวยงามมากกกกก ไปกี่ครั้งก็ถ่ายภาพทุกครั้ง สวยงามและใหญ่โตอลังการงานสร้างที่สุด ที่สำคัญคือเป็นวัดที่สงบ ร่มรื่น เรียน 3 ครั้งที่ผ่านมาฉันไปถึงก่อนเวลา ก็จะขึ้นไปนั่งสมาธิที่วิหารของเจ้าแม่กวนอิม เช้าๆ ไม่มีคน นั่งแบบสงบไม่มีสิ่งรบกวน

เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมาได้กลิ่นดอกปีบลอยมาด้วย


ปกติเราเคยเข้าไปเฉพาะวิหารเจ้าแม่กวนอิม วันนี้พอเลิกเรียนฉันก็ขึ้นไปอีกชั้น เป็นวิหารหมื่นพุทธ อยู่เหนือวิหารเจ้าแม่กวนอิม ที่นี่ก็สงบมาก เราแอบไปนั่งริมกำแพง แล้วนั่งสมาธิ ลมเย็น นั่งได้สงบมากขึ้นอีก 

นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ลากให้เรายังมาเรียนภาษาจีนอยู่

ชื่อเต็มตามนี้จ้า





แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น