กิจกรรม Ink Stamp ย่านจักรวรรดิ


ขอสารภาพว่าตอนแรกว่าจะไม่ตามเล่นตามหาตราประทับของจักรวรรดิ เพราะรู้สึกเหนื่อยๆ กับการเดินอะไรแบบนี้แล้ว พอแล้ว ไม่เอาแล้ว ม่ายยยยยย

แต่ก็อยากหาเรื่องออกจากบ้าน มาวัดสุทัศน์ มาเฟื่องนคร มาสำเพ็ง ก็อ่ะนะ ไหนๆ ก็มาแล้ว เล่นก็ได้ ดูจากเส้นทางไม่น่ายาก แต่เอาเข้าจริง เหนื่อยเอาเรื่อง

นอนตกเตียง

ระหว่างทางมีตึกเก่าสวยๆ เยอะ

หน้าตาแปลกๆ

ออกจากเฟื่องนครเดินมาเรื่อยๆ เข้าไปในดิโอลด์สยาม ไปรับแอร์ไปเดินดูขนมที่ไม่ได้ซื้อเพราะหนัก (เป็นพวกไม่ชอบมีภาระจริงๆ นะฉัน) เดินผ่านพาหุรัด มุ่งหน้าไปยังสำเพ็ง สถานที่อันคุ้นเคยของฉานนน เมื่อก่อนทำงานฝีมือต้องมาที่นี่บ่อยมาก เดินจนชำนาญ รู้ทางไป ทางกลับ แต่ แต่ แต่...

กินอิ่มไปทั้งเดือน

หารู้ไม่ว่ายังมีซอกซอยเร้นลับที่เราไม่เคยเห็น หรือสถานที่ที่เดินผ่านนับสิบๆ รอบแต่ไม่เคยสังเกต งานนี่ Google Map ก็ต้องพ่ายเพราะเราหาไม่เจอ ตาถั่วค่ะ 555

เคยมีครั้งหนึ่งเดินๆ ในสำเพ็ง เห็นคนเดินเลี้ยวเข้าไปในซอกตึกที่เราไม่เคยสังเกต พอมองเข้าไป โอ้ว ซอยเล็กมาก และเข้าไปลึก อยากรู้อยู่นะว่าซอยนี้ไปไหน แต่ไม่กล้าตามเข้าไป เพราะไม่รู้ว่าจะเจออะไรข้างใน วันนี้แหละแกจะได้รู้ ว่ะ ฮ่า ฮ่า

ตามข้อมูลของกลุ่ม Ink Stamp Collectors of Thailand กิจกรรมนี้เราต้องไปเริ่มต้นรับพาสปอร์ตที่ร้านหอมปรุง บาย ใบห่อ อันเป็นจุดที่ 1 และรับของรางวัลที่จุด 2 ร้าน Ing tea house ดังนั้นเราจึงเริ่มจากจุด 1 และข้ามไป 3 -10 แล้วค่อยย้อนกลับมา 2 เพื่อรับของรางวัลทีเดียว (เลียนแบบสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มค่ะ)

จุด 1 ร้านหอมปรุง บาย ใบห่อ หรือ ร้านใบห่อคาเฟ่

เราเดินตามแผนที่เลียบคลองไป ตรงนี้ไม่เคยเดินมาเลย ปกติจะเดินแต่เส้นหลักเพื่อหาซื้อของ งานนี้เลยได้เดินสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ กันล่ะ เดินผ่านตรอกหนึ่งมีโคมแดงเต็มซอย เลยแวะเข้าไปถ่ายภาพก่อน แล้วเดินหาร้านหอมปรุง 

เดินไปตามริมคลอง


โรคจิตชอบตรอกซอกซอยเล็กๆ 555

ซอยแถวนี้แคบๆ เล็กๆ รถเข้ากันเยอะ พอรถเข้ามาเราก็ต้องหลบ เห็นป้ายร้านยาขมเม็ดตราใบห่อ ใช่แน่ แต่พอเดินไปถึง มองเข้าไปเห็นแต่กองกระสอบสมุนไพร เอ่อ! น่าจะไม่ใช่ล่ะ เลยเดินลังเลๆ เข้าไปอีกนิด เห็นร้านนึงสีสันโดดเด่น ที่หน้าร้านวางป้ายจุดที่ 1 ไว้หน้าร้าน ใช่แน่นอน 

มองไปลิบๆ เลยจ้า




ร้านนี้สีสันสดใสมาก ชื่อร้านใบห่อคาเฟ่ ขายน้ำประเภทไหนไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้ถาม ครั้งหน้าถ้าไปสำเพ็งว่าจะไปลองสอบถามลองกิน จะได้รู้อ่ะนะ รอบนี้มันมึนๆ เบลอๆ มาก่อนหน้านี้แล้ว เลยไม่คิดจะเข้าไปถาม 

แค่เข้าไปขอพาสปอร์ตจากน้องในร้าน น้องก็น่ารักยิ้มและยื่นพาสปอร์ตให้ ปั๊มเสร็จก็เดินกันต่อ


จุด 3 วัดบพิตรพิมุข วรวิหาร

เดินออกไปทางปากซอยที่รถออกกันเยอะ เดินเลี้ยวขวาไปตามทาง สักพักก็ถึงวัด มองไปมองมา แล้วฉันจะหาจุดที่วางแสตมป์เจอมั้ยเนี่ย จะถามใครได้บ้างไหม เห็นใน FB แรกที่หาข้อมูลมาบอกว่าอยู่ในวิหารหลวงพ่อไข่ เลยถามทางไปที่นี่ เข้าไปไหว้พระไปก็สอดส่ายสายตามอง ไม่เห็นมี 



วิหารหลวงพ่อไข่


ออกมาเลยถามเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่เก็บค่าจอดรถไปตรงๆ เลยว่าที่เขาแสตมป์อยู่ไหน เขาก็ชี้ไปที่ตึกข้างใน ซึ่งเป็นห้องสมุดประชาชน เดินไปใต้ตึก อิป้าก็ยังตาถั่วมองไม่เห็น เห็นมีร้านในห้องกระจกเลยเปิดไปถาม น้องในร้านบอกว่าอยู่ตรงด้านนอก หันไป อ้าวนั่นไง จุดที่ 3 เหม่ตาถั่วซะ วางไว้บนตู้เด่นซะขนาดนั้น

ตอนเดินกลับไปมีพี่ผู้หญิงคนนึงขี่จักรยานผ่าน ถามว่าเราหาอะไร เรากำลังยกโทรศัพท์ถ่ายภาพวัดเขาก็เลยบอกว่า มาถ่ายภาพวัดเหรอ นึกว่ามาแสตมป์ อ่ะ ถ้าเจอพี่เขาก่อนคงดีมิใช่น้อย


จุด 4 วัดจักรวรรดิราชาวาสฯ สามปลื้ม

วัดจักรวรรดิอยู่อีกฝั่งถนนของวัดบพิตรฯ ออกมาจากวัดบพิตรฯ ก็เดินย้อนกลับไปอีกนิดแล้วข้ามถนน จะเจอทางเข้าวัด เข้าไปที่นี่ยิ่งหลงทาง ถามใครดีว้า เรื่องคือกลัวถามผิดคน แบบว่าไม่ใช่คนในวัดอ่ะ

ถามคนแรกเขาชี้ไปที่อาคารที่หันหน้ามาทางรั้ว เราก็เดินเข้าไป กราดตามอง เพ่งมอง ไม่เห็นมีป้ายเลย หน้าตึกมีผู้ชาย 2 คนกำลังทำงานอยู่ เขาเห็นเราเดินออกมาเลยถามว่า มาแสตมป์เหรอ เห็นเขาว่าอยู่ที่โบสน์ด้านหลังโน่น ยังไม่รู้เลยว่ามีจริงมั้ย 555

อาคารนี้สวยมาก ไม่ได้เข้าไปดู

ส่วนในนี้คือโบสถ์ จริงๆ คือมืด แต่กล้องโทรศัพท์ปรับแสงให้ชัดซะ

ลายบนเสา สวยเชียว


เลยเดินตามที่เขาบอก โอ้ว อยู่ตรงนี้จริงด้วย ในโบสถ์มืดมาก แต่ก็ขอเข้าไปถ่ายภาพจิตรกรรมฝาผนังสักหน่อย สวยมากเลยค่ะขอบอก

ตอนเดินออกจากวัดสวนกับน้องผู้ชายคนหนึ่งที่ท่าทางคล้ายๆ กับเรา คือถือโทรศัพท์มองหน้าจอแล้วมองไปข้างหน้าหาตำแหน่งอะไรสักอย่าง แต่ไม่ได้ถาม กลัวน้องบอกเผือก


จุด 5 โรงเจบุญสมาคม (ตี่ชูหั่ง ท่าน้ำราชวงศ์)

จุดนี้เริ่มหายากแล้ว เพราะพื้นที่แคบๆ ซอกซอยเล็กเลยระบุตำแหน่งยาก พอเข้าไปในซอยสำเพ็งหลักที่เขาขายของ แผนที่บอกให้เดินเข้าซอยเล็กๆ แคบบบบบบ จนไม่กล้าเข้าไป เลยลองเดินย้อนออกไปที่ซอยหลักซึ่งเป็นทางออกไปถนนใหญ่ แผนที่ก็บอกเส้นทางใหม่ให้

ได้เข้าซอยเล็กๆ อีก (แต่ไม่เล็กเท่าซอยแรก) ช่วงนี้จำไม่ค่อยได้แม่นแล้วว่าเดินวนไปเวียนมายังไง ไปเจอคนในซอยเลยถาม เขาชี้ไปซอกข้างๆ ห่างไปไม่ถึง 10 เมตร ว่านั่นไงคะ โอ้ว ใกล้แค่เอื้อม



เหลืองเป็นเหลือง จัดชัดจริง



มองไปเห็นสีสันของทางเข้าโรงเจชัดเจน แต่ถ้าไม่บอกคงไม่เห็นค่ะ 555 เข้าไปเหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลก ข้างในมีอาคารศาลเจ้าสีสันชัดเจน เหลืองเด่น ไม่น่าเชื่อว่าทางเข้าจะเล็กขนาดนี้

ก่อนทำอะไรก็ถ่ายภาพก่อน กำลังถ่ายภาพพี่ผู้ชายคนหนึ่งเรียกมาจากด้านบนว่ามาแสตมป์หรือเปล่า พอพยักหน้า เขาก็บอกขึ้นมาข้างบนเลย 

เขาให้ไหว้เจ้าประจำที่นั่นก่อน (ชื่อเทพอะไรจำไม่ได้) ถึงไม่บอกให้ไหว้เราก็ไหว้อยู่แล้วล่ะค่ะ ขอพรทุกที่ที่ไป แล้วก็ชี้ไปที่ตราประทับ 

ตอนนี้เราหัวกระเซอะกระเซิงเรียบร้อยแล้ว และเห็นน้องผู้ชายคนที่สวนกันที่วัดจักรวรรดิฯ ด้วย สรุปว่ามากิจกรรมเดียวกันจ้า


จุด 6 ศาลเจ้าจุนเสียงโจซือ

เดินกลับเข้ามาช่องทางหลักที่ขายของสำเพ็ง รอบนี้เดินเลยไปนิดนึงก็ย้อนกลับมาเข้าซอย ขณะกำลังลังเลว่าใช่ซอยนี้มั้ย น้องผู้ชายที่ขายของปากซอยช่วยพาเราไปยังจุดแสตมป์ พร้อมบอกว่ามีอะไรถามได้นะครับ ดีจังรอบนี้ไม่หลง เป็นจุดที่หาง่ายที่สุดในบรรดาจุดในเส้นทางขายของสำเพ็งเพราะมีน้องคนนั้นช่วย



เราก็ไหว้เทพที่นี่ก่อนนั่งหมดอาลัยในชีวิต เอ้ย ไม่ช่าย หมดแรง แล้วก็ค่อยประทับตราด้วยมือที่สั่นเทา (ดราม่านิดนึงค่ะ 555)

ออกมาน้องบอกว่าเดินไปศาลเจ้าปุนเถ้ากงทางนี้ราว 100 เมตร ขอบคุณมากค่ะ จุดนี้ถ่ายจุดประทับตรามาสั่นเบลอไปหมดเลย มาถ่ายซ่อมที่บ้าน


จุด 7 ศาลเจ้าปุนเถ้ากง

จุดนี้สิที่ทำให้เราสู้ชีวิตสุดๆ เดินวนไปวนมา 6-7 รอบ ถามทางกับคน 5-6 คนก็หาไม่เจอซะที เดินไปพลางมองแผนที่ แผนที่ก็บอกว่าถึงแล้ว ถึงแล้ว ...ถึงไหน ตรงไหนนนน

ตอนเดินเข้าซอยย่อยตรงนั้น แผนที่บอกให้เดินย้อนกลับ เราเลยถามคนที่น่าจะเป็นคนในพื้นที่ เขาบอกว่าออกไปทางเดิมแล้วเลี้ยวซ้ายไป เราก็เดินไป แผนที่ก็บอกเลยอีกแล้ว หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าต้องหาฝั่งซ้ายหรือขวา ถามคนงานร้านนึง เขาทำหน้างงๆ อ่อ คงไม่ใช่คนในพื้นที่

ทางซ้ายของประตูศาลเจ้ามีร้านขายของ

เราก็เดินเกือบออกสะพานหัน แล้วก็ย้อนกลับมาถามร้านหนึ่ง (เล็งว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่) เขาก็พูดว่า ทำไมช่วงนี้มีคนมาถามหาเยอะจัง เราก็บอกว่ามีกิจกรรมแสตมป์ เขาบอกว่าเดินไปอีก 5 ห้อง จะเห็นร้านขายกางเกงช้าง อยู่ตรงนั้นเลย เราก็คิดว่าศาลเจ้าอยู่ด้านซ้าย ก็มองแต่ร้านทางซ้าย

(จริงๆ แล้วในพาสปอร์ตเขาก็มีแผนผังคร่าวๆ บอกฝั่งซ้ายขวาไว้ แต่ตาถั่วไม่ดูเองแหละ)

เดินมึนๆ ไปถามร้านนึงทางขวา เขาก็ชี้ไป นี่ไงถัดไปนี่ไงติดๆ กันเลย เราถึงมองเห็นกางเกงช้างที่แขวนอยู่ อ้อ พี่คนนั้นบอกว่าร้านนี้นี่เอง แต่เราไปมองผิดฝั่ง 

เดินพ้นกางเกงช้างมองไปด้านใน โอ้วววว นั่นไง ช่างเป็นศาลเจ้าที่หายากมากสำหรับเรา คือมองผ่านไปผ่านมา ไม่คิดว่าจะอยู่ตรงนี้ แถมหน้าศาลเจ้ายังมีตู้วางขายของ เปิดทางเข้าฝั่งเดียว ด้านในแลดูอับทึบ เราเดินกระปลกกระเปลี้ยเข้าไปไหว้และแสตมป์ จากนั้นก็ออกมา 

จุดที่ 7 นี่แหละที่ทำเราสับสนที่สุด มาสำเพ็งนับครั้งไม่ถ้วน ไม่เคยเห็นศาลเจ้าแห่งนี้เลยสักครั้ง จากนี้ไปตรงนี้จะกลายเป็นจุดที่ฉันจำฝังใจเลย 555

  • พิกัด เข้าไปอ่านรีวิวของแผนที่ เขาก็บอกว่าลึกลับหายาก 555 แต่เก่าแก่ 170 ปี โอ้วว 

จุด 8 ร้านเจ๊บ๊วยเปาะเปี๊ยะสด สะพานหัน

ตรงนี้หาง่ายค่ะ ร้านเจ๊เขาอยู่ติดริมคลอง เรายึดตำแหน่งคลองไว้ก่อน แล้วมองหา นั่นไง ตราประทับอยู่ตรงหน้าตู้อาหาร ช่วงนั้นไม่มีลูกค้า ลูกจ้างในร้านนั่งดูโทรศัพท์ เราก็บอกขอแสตมป์ และจบที่นี่อย่างง่ายดาย 

ตอนแรกเรานึกว่ามีแค่ 8 จุด ทำไมตอนหาข้อมูลถึงคิดว่ามีแค่นี้ไม่รู้ พอเห็นว่ามีช่องว่างอีก 2 ช่อง ตรงไหนกันล่ะเนี่ย


จุดที่ 9-10 Ama hostel

สองจุดนี้เพิ่งมาหาข้อมูลเอาตรงหน้างาน ได้ความว่าอยู่ในตรอกโคมแดง ซึ่งก็คือตรอกแรกที่เราเข้าไปถ่ายภาพนี่นา เลยได้เข้าไปอีกรอบ มีพนักงานคุมอยู่ด้านหน้า เขาชี้ไปด้านใน

ตรอกนี้ก็แคบพอประมาณ ยังมีมอร์ไซค์ผ่านได้ มีโคมแดงตกแต่งโดดเด่นทั้งซอย ไม่หลงกันเลยทีเดียว เข้าไปกลางๆ ซอยเจอน้องผู้หญิงอีกคนที่เดินสวนกันบ่อยครั้งในวันนี้ ถ้าจำไม่ผิดเราเจอเขาครั้งแรกที่ศึกษิตสยาม ตอนสวนกันเราก็ยิ้มให้ เขาเลยชี้ทางให้เข้าไปแสตมป์ที่โฮลเทล






ตรงนี้หาไม่ยากล่ะ ไม่มีสิ่งกีดขวาง ไม่มีอะไรรกเรื้อ เห็นเด่นชัด ตราประทับอยู่ด้านในเคาน์เตอร์ น้องๆ ตรงนั้นเต็มใจบริการมากๆ 

เสร็จแล้วก็ไปยังจุดสุดท้ายนั่นก็คือ...

เลขตำแหน่ง 9 อยู่ด้านนอก ลืมถ่ายมา

จุด 2 ร้าน Ing Teahouse

จุดนี้เห็นตั้งแต่ตอนเดินไปหาจุดแรก ดังนั้นจึงไม่ยาก มาถึงน้องเห็นเราถือพาสปอร์ตก็เลยนำมาแสตมป์ตรงเคาน์เตอร์ขายชา และน้องก็ชวนเราจนอุดหนุนชามา 1 แก้ว ได้นั่งพักหน่อยนึง น้องเต็มใจบริการเต็มที่



เราสั่งชาส้มมานั่งกิน นั่งมองไปเห็นมีไอติมถั่วตัดผักชี นั่นก็น่ากินนะ แต่ตอนนี้กินอะไรไม่ลงเลย เหนื่อยจุก

ที่นี่เราได้ของรางวัลเป็นพวงกุญแจเล็กๆ น่ารัก แต่ที่ภูมิใจที่สุดคือตราประทับที่ครบสมบูรณ์ทั้ง 10 จุด เย้ กลับไปเดินเล่นในสำเพ็งก่อนกลับบ้านได้แล้ว


เกี่ยวกับ Stamps Rally ประทับตรา ย่านจักรวรรดิ

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมของสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ร่วมกับ เครือข่ายวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวย่านจักรวรรดิ เพื่อเปิดประสบการณ์ เดินค้นหาสถานที่สำคัญย่านจักรวรรดิ โดยการประทับตราบนพาสปอร์ตทั้งหมด 10 จุด

กิจกรรมมีแค่สิ้นเดือนนี้นะคะ ตั้งแต่วันที่ 16-31 พฤษภาคม 2569 ร่วมกิจกรรมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย มีลูกเพจคนหนึ่งบอกว่าหากกระเเสตอบรับดี เจ้าหน้าที่อาจจะขยายระยะเวลาให้

ฉลากใส่แก้วชาน่ารักจนต้องเก็บกลับมาด้วย 555

ขอชื่นชมคนที่ดูแลสถานที่แต่ละแห่งที่สนับสนุนกิจกรรมนี้มาก เต็มใจให้คำแนะนำและช่วยเหลืออย่างเต็มที่เลยค่ะ ต้องขอขอบคุณทุกๆ คนมา ณ ที่นี้จากใจ ที่ทำให้กิจกรรมนี้น่าเล่น และสำหรับเราความสนุกอีกอย่างคือได้เห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเดินสวนผ่านกันไปมาในวันนั้น เดาออกเลยว่ามากิจกรรมเดียวกัน แม้จะไม่ได้คุยกันแต่ก็รับรู้ว่าเราไม่ได้บ้ามาเล่นคนเดียว 555 

สังเกตว่าตราประทับส่วนที่เป็นศาลเจ้าและโรงเจเป็นสีแดง ซึ่งก็น่าจะเป็นการเลือกสีมงคลของสถานที่

ในตอนที่มาหาข้อมูลเขียนบล็อก ก็ได้คิดว่าหลายๆ ที่ที่ไปมา ถ้าเราได้หาข้อมูลของที่นั่นมาประดับสมองไว้คร่าวๆ ก่อนจะไปจริงก็จะทำให้เราไปเยือนได้อย่างมีคุณภาพมากกว่าดุ่มๆ ไปแล้วมาหาข้อมูลกันภายหลัง ทำให้เราพลาดหลายๆ อย่างไปในคราวแรก 

ส่งท้าย

มีสมาชิกกลุ่ม Ink Stamp คนหนึ่งบอกว่าให้ไปประทับตราฝาท่อที่ร้านหล่อฮันโต้วฝูว เราก็เดินผ่านไปล่ะ อยากเข้าไปแสตมป์แต่ก็เกรงใจ ณ ตอนนั้นไม่อยากกินไรแล้ว กาแฟที่อิ่มในเมืองคือตัวหลักที่ทำให้รู้สึกอิ่มมาก ไปเจอน้ำชาส้มร้านอิงฯ อีกแก้ว จุกน้ำ

คือไม่อยากแค่เข้าไปแสตมป์แล้วออกมา อยากอุดหนุน เดินผ่าน 2 รอบ ตัดสินใจเก็บไว้รอบหน้าละกัน

ว่าแล้วก็เดินกลับไปยัง MRT สามยอด ที่เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของทริปนี้

"ที่บ้านมีแมวยังฮับ"

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น