วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

อ่านหนังสือ : บ้านหลอน เด็กประหลาด

ฉันเป็นคนที่ไม่กลัวผี

ในสมัยที่เด็กกว่านี้ฉันน่าจะเชือนะว่ามีผี และมักจะบอกว่า "กลัวคนมากกว่ากลัวผี" มาในวัยนี้ฉันเลิกเชื่อเรื่องผีไปแล้ว จริงๆ ก็เลิกเชื่อหลายๆ อย่างที่เป็นอภินิหาริย์หรือบุญกรรมอะไรพวกนี้ไปทั้งหมด ไม่เชื่อสวรรค์นรกหลังความตาย

ฉันเชื่อว่าเมื่อฉันตายก็หมายถึงร่างกายหยุดการทำงาน มันจะเปื่อยสลายตัวลงเหมือนกับชีวิตของทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ แล้วตัวฉันก็จะสูญสิ้นไป ไม่มีวิญญาณล่องลอยคอยรับการตัดสินผลกรรม



แม้จะไม่เชื่อเรื่องผี แต่ฉันกลับชอบนักล่ะกับการหาหนังผีมาดูและหาหนังสือผีๆ มาอ่าน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน ถ้าให้วิเคราะห์ก็น่าจะเป็นเหมือนกับคนที่ชอบเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวในสวนสนุก มันทำให้ร่างกายและสมองได้ตื่นตัวจากสภาวะซ้ำซากจำเจจากโลกรอบตัวล่ะมั้ง

ฉันอยากดูหนังผีแบบที่หลอนให้กลัวได้เหมือนที่เคยดูมาในตอนเด็ก ทั้งเรื่อง Exorcist ทั้ง Poltergeist และอีกบางเรื่องที่จำชื่อไม่ได้ หรือจะเป็นเพราะตอนนั้นยังเด็ก ดูอะไรก็น่ากลัว อื่มม ตอนดูเรื่องศุกร์ 13 กับเพื่อนๆ ฉันก็ไม่กลัวนะ แต่เพื่อนที่ดูด้วยกันกลับกลัวกันจนไปหลบหลังประตูกันเลยทีเดียว สงสัยจะกลัวยากเอาการล่ะฉัน

"เรื่องหลอนอันดับ 1 แห่ง New York Times Bestseller" คือสิ่งที่ดึงดูดให้ฉันหยิบหนังสือเล่มนี้้ไปจ่ายตังค์ที่เคาน์เตอร์ แถมหนังสือเล่มนี้ยังชื่อเรื่องว่า "บ้านหลอน เด็กประหลาด" หน้าปกก็ดูน่าจะใช่แนวที่ฉันชอบเชียวล่ะ



หลังจากอ่านไปได้ครึ่งเรื่องฉันก็พบว่าเนื้อเรื่องเป็นการเอาหนังเรื่อง X Men มาผสมรวมกับ Harry Potter  (พลาดไปไม่ได้สังเกตเห็นคำว่า "แพรวเยาวชน") เอาล่ะแม้ว่าหนังสือจะไม่ตรงใจแต่เนื้อเรื่องก็ถือว่าสนุกได้ในระดับหนึ่ง มาเริ่มน่าเบื่อเอาก็ตอนเกือบจบเล่ม ตรงบทบู๊เด็กๆ ดูจะชืดๆ ไปนิด (คงเป็นเพราะ "ไม่ใช่เยาวชน" แล้วก็เลยอ่านไม่หนุกล่ะมั้ง) และอ่านจนจบเล่มได้ในที่สุด

ก็อย่างว่าล่ะที่มันเป็นหนังสือเยาวชนจะให้มาหลอกหลอนขนหัวลุกกันมากมายก็กระไรอยู่ ถึงยังไงก็ยังมีสิ่งที่ชอบในหนังสือเล่มนี้อยู่บ้าง ตรงที่เขาเอาภาพถ่ายโบราณมาประกอบเนื้อหา เป็นภาพของเด็กประหลาด เช่น เด็กลอยได้ เด็กทรงพลังยกก้อนหินได้ เด็กล่องหน เด็กผึ้ง และอื่นๆ








ภาพถ่ายพวกนี้ไม่ใช่ภาพที่นำมาทำใหม่เพื่อประกอบหนังสือเล่มนี้ แต่เป็นภาพเก่าจริงๆ ที่ผู้เขียนไปรวบรวมมาได้จากร้านขายของเก่าแล้วนำมาผูกเข้ากันเป็นเรื่องราวได้แนบเนียน ภาพเหล่านี้พิเศษตรงที่เป็นภาพที่เขาทำหลอกคนโดยใช้เทคนิคเก่าๆ ทำให้ภาพถ่ายดูเหมือนแนวอภินิหาริย์เหนือจริง ท้ายเล่มจะมีรายละเอียดชื่อผู้ถ่ายภาพทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ในเล่มอีกด้วย

ดังนั้นฉันก็เลยผิดหวังอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่เข็ดนะคะ จะยังเพียรพยายามค้นหาหนังและหนังสือที่จะทำให้ฉันหลอนจนขนหัวลุกให้ได้


เก็บตก

ชื่อหนังสือภาษาอังกฤษคือ Miss Peregrine's Home for Peculiar Children เขียนโดย แรนซัม ริกกส์ (Ransom Riggs) ปกหนังสือภาคภาษาไทยเหมือนกับภาคภาษาอังกฤษ

ถ้าต้องการดูภาพถ่ายอื่นๆ ที่ปรากฏในหนังสือก็ลองใช้ google หาชื่อหนังสือภาษาอังกฤษ ที่จะเจอเยอะมากๆ ค่ะ


และมีข่าวนานแล้วที่บอกว่าทิม เบอร์ตันสนใจจะสร้างเรื่องนี้เป็นหนัง สงสัยว่าหนังของพี่เบอร์ตันน่าจะหลอนกว่าต้นฉบับอีกนะ ข้อมูลใน imdb.com ระบุว่าท้ายชื่อหนังว่าปี 2015 แต่จริงๆ ไม่รู้ว่าจะเสร็จจริงเมื่อไร ไว้จะรอดู









3 ความคิดเห็น:

  1. หนังสือเรื่องนี้มีทั้งหมดกี่เล่มหรอคะ หรือเล่มเดียวจบเลย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
    2. มี2เล่มค่ะ แต่ละเล่มมีหลายตอนมีหลายตัวละคร ตัวละครแต่ละตัวจะเฉลยปมของตัวเอง จิงๆแล้วเล่มสามก็ออกแล้วนะคะแต่เป็นภาคEng อยู่

      ลบ