โฟร์ทีน จักรกลมรณะ และ เดอะ โฟลด์ วงแหวนพับมิติ เป็นนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่อ่านแล้วสนุก เนื้อเรื่องคอยดึงให้อยากพลิกหน้าหนังสือ อยากค้นหา มีวิธีการเล่าเรื่องได้อย่างน่าติดตาม กระชับ ฉับไว ไม่น่าเบื่อ อ่านจนติดหนึบเลิกไม่ได้ เริ่มต้นซื้อโฟร์ทีนมาอ่านก่อน ก่อนอ่านยังไม่รู้เลยว่าจะสนุกหรือเปล่า แต่พออ่านแล้วสนุก เมื่อมีอีกเล่มแปลมา ก็เลยซื้อตามมาในทันทีโดยไม่ต้องคิด
ขอพูดถึงเรื่องแรกกันก่อนละกัน : โฟร์ทีน จักรกลมรณะ
โฟร์ทีน จักรกลมรณะ เป็นนวนิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซีที่ให้บรรยากาศอันลึกลับที่เกิดขึ้นในอาคารเก่าแก่ เรื่องราวของเนท พนักงานชั่วคราวที่ทำงานป้อนข้อมูล ดำเนินชีวิตไปวัน ๆ ในฮอลลีวูด ลอสแอนเจลิส ไร้จุดหมายในชีวิต
วันหนึ่งมีคนแนะนำเขาให้รู้จักกับอพาร์ตเมนต์ให้เช่าในราคาถูก อันเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ มีชื่อว่า คาวาซ (Kavach) เขาได้พบกับเรื่องพิลึก ๆ ของตึกคาวาซตั้งแต่ย่างเท้าเข้าไปในตึกเลยทีเดียว
เมื่อมาพบกับ วีค หญิงเชื้อสายอินเดีย เพื่อนบ้านที่เป็นเหมือนพวกแฮกเกอร์ ผู้ที่สนใจสืบค้นเรื่องราวแปลก ๆ ของตึกนี้อยู่ก่อนแล้ว ทั้ง 2 คนจึงจับมือกันสืบค้นเพื่อคลี่คลายเรื่องลึกลับของตึก แถมยังดึงเอาเพื่อนบ้านรายอื่น ๆ ให้มาร่วมกันคลายปริศนา เรื่องราวเจือปนกันระหว่างความลึกลับและมิตรภาพอันน่าประทับใจในกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่อาศัยในตึกแห่งนี้
เรื่องลึกลับของตึกคาวาส เช่น ปล่องลิฟต์ที่ไม่เคยใช้งานได้ ประตูห้อง 23 ที่ไม่มีลูกบิด ห้องใต้ดินที่มีประตูโบราณที่คล้องโซ่ปิดตาย ที่ลึกลับที่สุดคือห้องหมายเลข 14 ที่ถูกปิดตาย ปริศนาของตึกคาวาซนี้ค่อย ๆ เผยตัวเองออกทีละหน้าทีละหน้า ทีละเล็กละน้อย และอันตรายถึงชีวิต ดึงให้เราพลิกหน้าอ่านไปอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
เรื่องที่สอง : เดอะ โฟลด์ วงแหวนพับมิติ
เรื่องราวของ ลีแลนด์ เอริคสัน หรือไมค์ อัจฉริยะที่จดจำทุกอย่างได้เป็นภาพ และเรียบเรียงข้อมูลทุกอย่างในสมองได้รวดเร็วในพริบตา เขาปิดบังความสามารถส่วนนี้ไว้ และทำงานเป็นครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง จนวันหนึ่งเพื่อนสมัยเรียน – เรจจี้ ที่รู้ความสามารถนี้มาขอให้เขาช่วยเหลือในโครงการลับโครงการหนึ่งของรัฐบาล
หน้าที่ของเขาก็คือเข้าไปรวบรวมข้อมูลแล้ววิเคราะห์ออกมาเป็นรายงานเพื่อยื่นของบประมาณสำหรับโครงการนั้น ก็เพราะเจ้าของโครงการน่ะนะ ไม่ยอมเปิดเผยอะไรออกมาให้กับคณะกรรมการได้รับรู้เลยเลย แม้ว่าผลการทดลองจะเป็นไปด้วยดีก็ตาม
โครงการนั้นมีชื่อว่า ประตูแอลบูเคอร์คี ที่จะทำให้เกิดการเดินทางข้ามผ่านจากจุดหนึ่งไปสู่จุดหนึ่งที่ห่างไกลกันเพียงแค่เดินผ่านประตู (อธิบายไม่ไหวเหมือนกัน อ่านเองละกัน 555) การทดลองกับมนุษย์ผ่านไปอย่างดี เว้นแต่กรณีเดียวคือเจ้าหน้าที่ที่ชื่อ เบน ที่เมื่อกลับมาจากการเดินทางผ่านประตูนี้เขาก็เกิดจำเมียตัวเองไม่ได้ แต่การทดสอบร่างกายและสมองก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
แม้แต่เรจจี้ที่เคยใช้งานประตูนั้นก็ยังบอกว่ามีอะไรบางอย่าง พิลึกเล็กน้อย แต่บอกไม่ได้ว่าอะไร และบอกว่าทุกคนในโครงการก็รู้สึกแบบเดียวกัน
เมื่อไมค์เดินทางไปยังที่ตั้งโครงการ เขาก็พบกับการต่อต้านจากสมาชิกโครงการทุกคน ด้วยการไม่เปิดเผยเบื้องหลังโครงการนี้ และการพูดจาทำนองว่าพวกเขาไม่ได้ปิดบังอะไรไว้ จนทำให้ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปกันใหญ่
และด้วยเป็นคนที่คิดวิเคราะห์อะไรได้ดีและรวดเร็ว ทำให้ไมค์คลี่คลายปริศนาลงได้ แม้ว่าเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดก็ตาม
เนื้อเรื่องของหนังสือก็ยังเป็นเหมือนกันคือดึงความสนใจให้เราอยากพลิกหน้าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบกับหน้าสุดท้าย และ… ได้พบว่าหนังสือเล่มนี้อยู่ในจักรวาลเดียวกันกัน โฟร์ทีน จักรกลมรณะ
รู้จักนักเขียน : ปีเตอร์ ไคลน์ (Peter Clines)
ปีเตอร์ ไคลน์ (Peter Clines) ได้เล่า(ท้ายเล่ม)ถึงที่มาของหนังสือ โฟร์ทีน จักรกลมรณะ เมื่อเขายังเป็นเด็ก เขาได้ดูรายการทีวีรายการหนึ่งและเกิดความหวาดกลัวเรื่องราวเหล่านั้น ความรู้สึกและความคิดนั้นติดตัวมาจนในเมื่อเขาได้เขียนและตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้คือปี 2012 ตอนที่เขาอายุ 43
ส่วน เดอะ โฟลด์ วงแหวนพับมิติ‘ เริ่มจากที่เขาเขียนเป็นเรื่องสั้น “ประตูแอลบูเคอร์คี” ในวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไม่เข้าตาอาจารย์ เรื่องนี้จึงถูกเก็บไว้ พอถึงปี 2006 เขาก็รื้อออกมาเขียนใหม่เป็นนวนิยายชื่อว่า “ปาก” แต่ก็ยังถูกเก็บไว้ก่อนอีกเช่นกัน จนมาถึงปลายปี 2012 เมื่อ โฟร์ทีน ได้รับความนิยม เขาก็เลยคิดว่าเรื่อง “ปาก” น่าจะเข้ากันกับ โฟร์ทีน จึงได้ปรับปรุงให้เป็นเรื่องข้างเคียง ไม่ใช่ภาคต่อ โดยให้อยู่ในจักรวาลเดียวกัน
ปีเตอร์ ไคลน์ (Peter Clines) ปัจจุบันยังมีอาชีพนักเขียน เป็นที่รู้จักกันในเรื่องที่เกี่ยวกับพวกซอมบี้และซุปเปอร์ฮีโรส์ เป็นชาวอเมริกัน เกิดปี 1969
เกี่ยวกับหนังสือ
- ทั้งสองเล่มแปลและตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Solis Books | แปลโดย อาริตา พงศ์ธรานนท์
- นอกจาก 2 เล่มที่อยู่ในซีรี่ส์เดียวกันที่ชื่อว่า The Threshold Universe ก็ยังมีเล่มอื่นอีกด้วย โดยเมื่อเรียงลำดับแต่ละเล่มก็จะได้ตามรายการด้านล่าง (ที่มาข้อมูล Wikipedia) เท่าที่ไปหาดูยังไม่เห็นฉบับแปลของ 2 เล่มหลัง
- 14
- The Fold
- Dead Moon
- Terminus
- ตอนเข้าไปหาข้อมูลเรื่องอาคาร Kavach เผื่อว่าอาจมีจริง ก็พบกับบล็อกชื่อ The Kavach Building กราดตามองคร่าว ๆ น่าจะเป็นเรื่องแต่งแนวลึกลับ?? ไว้จะลองเข้าไปอ่านดูบ้าง เป็นไงจะมาเล่าให้ฟังนะ




0 ความคิดเห็น