ชีวิตใน 1 วันกับการหากิจกรรมทำนอกบ้าน ไปถักนิตติ้งที่สมาคมบ้านปันรัก ซอยอารีย์


ชีวิตในบางวันก็รู้สึกเหมือนผ่านไปรวดเร็วมาก งานที่รอทำก็ยังรอทำอยู่ คือทำไม่ทันอ่ะนะ 555 งานที่ทำเสร็จตามเป้าหมายไม่ถึง 1% แล้วก็ผ่านไปอีกวัน แล้วงานที่ทำก็ไม่ใช่งานที่ได้เงินด้วยนะ เป็นงานที่พยายามปั้นเพื่อให้ได้เงิน ต้องใช้เวลาและความอดทน แล้วยังมีงานบ้านอีกกองพะเนิน

มีบางวันที่ไม่อยากทำอะไรเลย อึนๆ มึนๆ แต่สมองก็คอยบอกว่า แกมีงานต้องทำนะ ว้อยยยย เหนื่อยว้อยยยย แล้ววันนั้นก็ผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหมือนจะรอให้เราทำอะไรสักอย่าง ยิ่งมองไปรอบตัว เห็นงานที่ต้องทำ ยิ่งรู้สึกเหนื่อย ขี้เกียจ อยากนอนดูซีรี่ส์ไปทั้งวัน แต่สมองก็ยังไม่ยอมปล่อยให้เราเป็นอิสระซะที

มันเลยอยู่กึ่งๆ กลางๆ หยุดงานแบบไม่สนุกเอาซะเลย มันเหมือนลอยคว้างอยู่ในช่องว่างที่เหมือนว่างแต่มันเต็มไปด้วยภาระของชีวิตที่มากมาย จะแหวกว่ายไปทางไหนก็หนืดๆ เหมือนตอนวิ่งในความฝัน ถ้าหยุดก็จะดิ่งลงไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด

เมื่อวานก็เลยหาเรื่องออกไปหาอะไรทำสนุกๆ แต่เอาจริงก็ไม่สนุกสักเท่าไร คงเพราะมันอึนๆ อยู่ในความว่างที่ยังคงอยู่

กิจกรรมฟรีมีได้ที่สมาคมบ้านปันรัก ซอยอารีย์

สมาคมบ้านปันรัก เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เปิดมาหลายปีแล้ว เหมือนว่าตอนเริ่มต้นคือสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อผู้สูงวัย แต่ก็ไม่ได้จำกัดเพราะเด็กๆ มาทำกิจกรรมได้เหมือนกัน สมาคมนี้ก็จะมีกิจกรรมมาสอนให้กับคนที่สนใจกับแบบฟรีๆ ตลอดทั้งเดือน สลับสับเปลี่ยนกันไป ต้องเช็คดูใน Facebook ของสมาคมกันนะคะ

เคยไปเล่นบอร์ดเกมของเขา คนหนุ่มสาวมารวมกลุ่มกันเล่น มีเกมให้เล่นฟรีๆ เยอะ เล่นกันตั้งแต่เด็กจนแก่ ใครเล่นไม่เป็นก็สอนเล่นกันไม่มีรังเกียจ จะว่าไปก็มือใหม่กันแทบทุกคนนะตอนที่ไป ที่นี่เขาไม่เรียกคนอื่นกันว่าป้าว่าลุงนะ เรียกว่าพี่ๆ กันทั้งนั้น เรียกป้ากับลุงมันบาดหัวใจค่ะ 555

เมื่อวานอยากไปถักไหมพรม คือช่วงนี้เห็นคลิปถักโครเชต์กันเยอะ เห็นแล้วน่าทำมั่ง เคยลองฝึกเองแต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก เห็นที่นี่มีสอนก็เลยไปเรียน แต่ปรากฏว่า… (จังหวะกลองมาเลยค่ะ)

ซื้อเตรียมไว้แล้ว เอาไปด้วย แต่…

กลายเป็นกิจกรรมสอนถักนิตติ้งค่ะ พลาดเป้าไปเยอะเลย 5555 แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว เรียนด้วยก็ได้

นิตติ้งคือการถักไหมพรมแบบที่มีไม้ถักยาวๆ 2 อัน แต่ปัจจุบันมีแบบไม้นิตติ้งแบบกลม ตัวไม้ยาวอยู่ประมาณ 10 ซม. มี 2 อัน ตรงท้ายของแต่ละอันเชื่อมไว้ด้วยสายเคเบิ้ลยาวประมาณหนึ่ง มันก็จะโค้งๆ วิธีถักก็คงจะเหมือนกับแบบไม้ยาวแยกกัน แต่จะได้เป็นผ้าทรงกระบอกแทนแบบผืนสี่เหลี่ยม

นิตติ้งแบบกลม ก็จะหน้าตาประมาณนี้

รอบวันนี้คือใหม่เอี่ยมแบบเราก็หลายคน และเกือบทุกคนมาแบบไม่มีอุปกรณ์มาด้วย ครูแหม่มก็ใจดีค่ะ มีอุปกรณ์ให้ใช้ในห้องเรียนทั้งไม้นิตแบบกลมและไหมพรม ไหมพรมที่นี่จะเน้นสีสำหรับทำถวายพระ หลังจากครูตั้งอกตั้งใจสอนทุกคน เราก็นั่งถักทำความเข้าใจกับมัน คิดว่าพอทำไปสัก 3 แถวก็เริ่มเข้าใจหลักการถัก และตั้งใจถักมาก ท่าทางก็ดูคล่องแคล่ว ครูก็เดินมาดูผ่านๆ รู้สึกว่าภูมิใจที่เรียนรู้่เร็ว ปรากฏว่า…

นี่คือผลงานของเราเอง ถ้าไม่ดูรายละเอียดก็คงพอไหวอยู่กับการถักครั้งแรก

พอใกล้หมดเวลาก็ให้ครูดู ครูบอกถักผิดยาวเลย หมดกัน 555 คือตอนสอนครูก็บอกว่ามันต้องสลับกันระหว่างนิตกับเพิร์ล ไม่รู้เหมือนกันว่าคืออะไร ดูก็ไม่ค่อยออก แต่ตอนสอนมีแทงขึ้นแทงลงสลับกัน แรกๆ เราก็ท่อง ตอนนี้ ขึ้น ขึ้น ขึ้น นะ ตอนนี้ ลง ลง ลง นะ กลัวหลงสลับกัน จนพอจับจุดถูกก็เริ่มไม่ท่องล่ะ แต่อย่างที่บอก ผิดค่ะ ก่อนกลับก็เลยเลาะไหมคืนครูทั้งหมด

เพื่อนๆ ที่เรียนในห้องด้วยกันก็เฮฮาดี ใครเก่งมากกว่าก็ช่วยเหลือคนเก่งน้อยกว่า คุยกันบ้าง สนุกๆ ดีค่ะ ตอนกำลังจะกลับเห็นด้านล่างเขามีสอนถักเมคราเม่ อันนี้เคยเรียนตอนมัธยม ใช้เชือกถักเป็นกระเป๋า เจ็บมือมากกว่าจะเสร็จ เลยเข้าไปดูเฉยๆ ว่าไปก็น่าเรียนอยู่ แต่วันนี้อยากกลับบ้านแล้ว (งอแงง๊องแง๊งแล้วอ่ะ 555) และเหมือนต้องซื้อเชือกด้วย (เปลืองได้อีก) เอาไว้ก่อนละกัน คนเรียนเยอะมากเลยค่ะวิชานี้

สนใจกิจกรรมบ้านปันรัก

  • ที่นี่เขาจะเปิดสอนเฉพาะวัน จันทร์-ศุกร์ หยุดเสาร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์
  • ดูตารางกิจกรรมได้ที่นี่ Facebook
  • พิกัดใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์ คลิกดู Google Map ได้ค่ะ
  • เว็บไซต์สมาคมบ้านปันรัก
ภาพงานศิลปะมีติดอยู่ทั่วอาคาร

ร้านกาแฟ มรณานุสติคาเฟ่

ขอเล่าย้อนตอนขามานิดนึงค่ะ ลงจากสถานีอารีย์ ทางออกเลขอะไรไม่รู้ค่ะไม่ได้ดู ลงฝั่งซอยอารีย์ เดินย้อนเส้นทางไปทางสนามเป้า จะเห็นทางเข้าเล็กๆ ที่ถ้าไม่คุ้นก็อาจจะเดินเลย โชคดีครั้งก่อนไปกับเพื่อนที่เคยมากิจกรรมที่นี่เมื่อนานมาแล้ว เลยไม่หลง

ทางเข้าคือ มรณานุสติคาเฟ่ หรือ Death Awareness Cafe ที่เราก็ไม่เคยเข้าไปใช้บริการ คือร้านเขาปิดทึบ มองไม่เห็น ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นคาเฟ่ เห็นป้ายตอนขากลับถึงรู้ เลยเข้าไปหาดูข้อมูลเห็นมีโพสต์ใน Facebook อยู่ด้วย ไว้โอกาสหน้าจะไปใช้บริการนะคะ รอบนี้เป็นภาพถ่ายไปก่อน

ทางเข้าก็จะประมาณนี้ ดำๆ มืดๆ มีข้อความให้อ่านระหว่างทาง

คำตอบของเราคือ ทำเพื่อเงิน เงิน เงิน

เคยเห็นในหลายคอมเม้นต์ในโลกออนไลน์เวลาพูดถึงคนรวยล้นฟ้าทำนองว่า ตายไปก็เอาไปไม่ได้ ถูกค่ะ แต่เขาไม่ได้เอาเงินไปใช้ตอนตาย ตอนมีชีวิตอยู่นี่แหละที่สำคัญที่สุด ทุกสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อ อยู่บ้านไม่ไปไหนก็ยังต้องใช้เงิน ค่าน้ำค่าไฟ หรือว่าไม่ต้องจ่าย??? เจ็บป่วยนี่สำคัญเลย ไม่มีเงินก็นอนป่วยตายไป เห็นเม้นต์แบบนี้แล้วมองบน

คำตอบ เยอะค่ะ เยอะมาก ต้องใช้เงินทำทุกอย่าง ก็เลยไม่ได้ทำซะที
เอาจริงนะ คำตอบตอนอายุ 20 กับตอน 50 นี่ต่างกันมากสำหรับเรา
เริ่มซอฟต์ลงล่ะ 555
ตรงนี้น่าจะเป็นทางเข้านิทรรศการอะไรสักอย่าง
อ่อ เพิ่งเห็นว่าตรงนี้ทางเข้าร้านกาแฟ 555
คนต้อนรับหน้าร้าน งอแงเกเรในร้านโดนเรียกเข้าหม้อดินถ่วงน้ำซะเลย
ตรงนี้น่าจะเป็นทางเข้าคาเฟ่อีกทาง หรือเปล่า?
เดินเลยจุดนี้ไปคือบ้านปันรัก ด้านในคือพระพุทธรูปให้สักการะ
นี่ตอนขากลับ
ป้ายนี่อยู่ตรงสุดทางขากลับ เพิ่งเห็นชื่อร้านตอนขากลับเนี่ยแหละ 555

เก็บภาพระหว่างทางกลับ

อารมณ์ระหว่างเดินกลับคือ กลับบ้าน-ไม่กลับ-กลับบ้าน-ไม่กลับ วนไป ขี้เกียจก็มีอยู่ อยากไปเดินตลาดต้นไม้จตุจักรก็อยาก เอาไงดี เลยเดินอ้อยอิ่งมาถึงบันไดเลื่อนทางขึ้นสถานีอารีย์ เอาวะ กลับก็ได้ 555

ตอนขามาลงอีกฝั่งไม่มีอะไรให้ดูให้ถ่ายภาพเลย ขากลับขึ้นอีกฝั่ง โอ้ว ของกินเยอะมากค่ะฝั่งนี้ ของเล่นก็เยอะ น่ารักทั้งนั้น

ภาพถ่ายปิดท้ายนี่เปลี่ยนอารมณ์กันไปเลย

เพิ่งเคยเห็นตู้ขายของแบบนี้
บางทีออกมาเดินให้เสียตังค์เล่นนี่ก็เปิดโลกดีเหมือนกัน
ถ้าเป็นสมัยฉาวๆ ที่ทำงานตรงนี้ คงได้หยอดเหรียญกันทุกวัน

#สมาคมบ้านปันรัก #บ้านปันรัก #มรณานุสติคาเฟ่ #DeathAwarenessCafe #ซอยอารีย์ #กิจกรรม #นิตติ้ง

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น