ภาพปกสวยอยู่นะ แต่เพราะใส่ปกพลาสติกเลยถ่ายภาพออกมาไม่ชัด
ชื่อหนังสือ บนโลกใบนี้ไม่มีงานง่าย เล่มนี้น่าสนใจดีนะ มันสื่อถึงตัวเราได้เลย สมัยก่อนทำงานที่ไหนก็ไม่ทน ลาออกเป็นว่าเล่น ยอมรับว่าเป็นคนไม่อดทน ประกอบกับไม่มีภาระล่ะมั้งเลยไม่ค่อยเดือดร้อน แต่… มาตอนนี้ชักเริ่มเดือดร้อนล่ะ 555
ทำให้นึกไปถึงช่วงทำงานหลังเรียนจบ จริงๆ ตัวเราไม่ใช่คนที่หางานง่ายเลยนะ ด้วยความเป็นคนไม่มีทักษะในการพูด ตกรอบสัมภาษณ์ทุกครั้ง และยังไม่มีหน้าตาที่ช่วยสนับสนุนอีกต่างหาก กว่าจะหางานได้ก็เดินกันจนเกือบทั่วกทม. หลงทางกันเป็นเรื่องปกติ ถามทางกันจนหายขี้อาย
เริ่มทำงานแต่ละที่ก็กระดี้กระด้า สนุกสนาน เราเป็นอินโทรเวิร์ตหรือเปล่าก็บอกไม่ได้ อยากมีเพื่อนคุยเพื่อนเที่ยว แต่ไม่อยากชวนมาบ้าน บ้านคือเซฟโซนของเรา สมัยก่อนถ้าไม่ใช่คนที่เรียนหรือทำงานด้วยกันจะไม่ค่อยคุยด้วย ไม่รู้จะคุยอะไร พอได้ทำงานก็เริ่มมีเพื่อน สนุกสนาน
สนุกอยู่ได้ไม่นาน ก็เริ่มมีปัญหากับ คน ในที่ทำงานทุกครั้ง ถ้าไม่ใช่กับเพื่อนร่วมงานก็กับเจ้านาย (เล่นใหญ่นะเนี่ย 555) พอมีปัญหาวิธีแก้ปัญหาของเราก็คือ ลาออกแ-่มเลย ง่ายดี ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นกับหลายๆ เราจึงทำงานแต่ละที่ได้ไม่นาน มีช่วงระยะเวลากว้างงงงงที่เราออกมาทำงานส่วนตัว ขนาดทำงานของตัวเองยังเกิดอาการเบื่องานอยู่อีกน่ะแหละ
แต่ชีวิตในโลกปัจจุบันนี้อยู่ได้ด้วยเงิน ถ้าอยากได้เงินก็ต้องทำงาน ทุกวันนี้พยายามทำงาน และหวังว่าจะได้เงิน และนึกถึงสมัยก่อนว่า ไม่น่าลาออกจากงานเลยกรู …สรุปที่ตรงนี้แหละ 555 (จะฮาทำไมนักหนานะเรา เรื่องความสำเร็จและล้มเหลวในชีวิตช่วงทำสำนักพิมพ์อาจจะมาเล่าในบล็อกหลังๆ นะคะ ไม่ใช่ประสบการณ์ที่ให้ทำตาม แต่คงเล่านิสัยเสียของตัวเองให้ฟัง)
กลับมาที่หนังสือ บนโลกใบนี้ไม่มีงานง่าย

เป็นหนังสือแปลญี่ปุ่น อ่านไปบางเรื่องก็ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไร เพราะเราไม่รู้จักวัฒนธรรมของเขา เนื้อเรื่องก็คือหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ในช่วงวัย 30 กว่า ลาออกจากงานที่ทำมาเป็นเวลา 15 ปี มารับงานสัญญาจ้างพิเศษ งานแต่ละอย่างที่ทำแลดูแปลกๆ ทั้งนั้น
- อย่างงานแรกเป็นงานดูภาพที่บันทึกจากกล้องสอดแนมผู้ชายคนหนึ่ง ดูย้อนหลัง 1 วันเพื่อหาสิ่งผิดกฎหมายในบ้านของเขา ดูจนเรียนรู้นิสัยพฤติกรรมของคนๆ นั้นได้ลึกซึ้ง แต่ก็ไม่ได้ขยายความว่าเป็นองค์กรอะไรถึงทำแบบนั้นได้
- งานที่สองคืองานเขียนโฆษณาบนรถประจำทางสายหนึ่ง วันแรกที่เข้าทำงาน หัวหน้างานก็ขอให้ช่วยจับตาเพื่อนร่วมงานอีกคนให้ด้วย เพราะรู้สึกว่ามีเรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับพนักงานคนนั้น ว่าแต่มันคืออะไร
- งานที่สามคืองานเขียนบทความสั้นๆ หลังถุงขนม ความสัมพันธ์กับคนในโรงงานแห่งนี้เป็นไปได้ดี จนกระทั่งงานประสบความสำเร็จเกินไปนิด ทำให้มีคนอยากเข้ามาทำงานด้วย เป็นคนที่ไม่อยากทำด้วย
- งานที่สี่คืองานติดโปสเตอร์ตามบ้าน เรื่องนี้สิที่ไม่ค่อยเข้าใจ คือโปสเตอร์ที่ไปติดคือประชาสัมพันธ์เรื่องต่างๆ เช่น การประหยัดน้ำ พวกนี้เป็นเรื่องปกติในญี่ปุ่นเหรอที่ไปขอติดโปสเตอร์ตามหน้าบ้านของคนในชุมชน
- งานที่ห้าคืองานประจำอยู่ในกระท่อมกลางป่าใหญ่ ป่าใหญ่ที่ว่าเป็นเหมือนสวนป่าที่มีรั้วล้อมรอบบริเวณ ที่จะมีคนคอยดูแลปิด-เปิด มีนิทรรศการต่างๆ ประชาชนก็เข้าไปเดินเล่นได้ ตรงที่เธอไปทำงานคือกระท่อมลึกที่ไม่มีคนอื่นอยู่นอกจากตัวเธอคนเดียว
ทุกงานที่จะมีการเล่าถึงความสัมพันธ์กับพนักงานคนอื่นๆ เล่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองแทรกอยู่ในนั้น ทุกงานตอนเริ่มต้นดูเหมือนจะเป็นงานง่ายๆ ตามที่คนเล่าต้องการ แต่พอไปๆ มาๆ ดูจะมีปัญหาเกิดขึ้นทุกงาน สมกับชื่อหนังสือ บนโลกใบนี้ไม่มีงานง่าย อย่างนั้นเลย
เนื้อหาดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แต่พออ่านไปก็เหมือนจะมีอะไรสักอย่างที่ลึกลับซ่อนอยู่ในงานทำให้ต้องอ่านไปเรื่อยๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น สนุกอยู่นะเล่มนี้
ที่อยากติงอยู่บ้าง
- การอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ง่ายเลย ก็น่าจะเป็นที่กระดาษหนาเกินไป ขนาดว่าใช้ 2 มือกางหนังสือยังรู้สึกว่าต้องออกแรงเยอะมาก เหนื่อยอยู่นะกับการกางหนังสือเล่มนี้อ่านตลอด 410 หน้า ตะคริวแทบกิน และกลัวว่าถ้ากางแรงไปสันจะหลุด คราวนี้งานใหญ่เลย ยืมจาก TK Park อีกตะหาก ใช้ขาตั้งไม้ ก็แทบหนีบไม่อยู่ มันจะพับปิดตลอดจนต้องเอามือยึดไว้
- อีกเรื่องก็คือการแปล เราไม่รู้ว่าบางเรื่องแปลมาถูกต้องหรือเปล่า อ่านดูแล้วบางย่อหน้าเนื้อหามันแปลกๆ ไม่ค่อยคล้องจองสัมพันธ์กันเลย ครั้นจะอ่านซ้ำละเอียดๆ ก็ไม่ไหว ทั้งเมื่อยมือ ทั้งต้องรีบอ่านรีบคืนหนังสือ ได้แต่ปล่อยผ่าน ซึ่งโดยรวมก็สนุกดีแหละ
เกี่ยวกับหนังสือ บนโลกใบนี้ไม่มีงานง่าย
- เขียน : สึมูระ คิคูโกะ
- แปล : พรพิทักษ์ นิ่มอนงค์
- สำนักพิมพ์ : Bibli
- กุมภาพันธ์ 2567

#Bibli #บนโลกใบนี้ไม่มีงานง่าย
0 ความคิดเห็น