ถังแก๊สชัดๆ
สมัยก่อนตอนที่ฉันเริ่มเลี้ยงแมว ยังเป็นยุคก่อน “ทาสแมว” เคยได้ยินคนที่รู้จักบอกว่าแมวน่ะโง่กว่าหมา โดยยกตัวอย่างว่าแม้แต่ชื่อตัวเองก็ยังจำไม่ได้ เรียกไม่หัน
ฉันขอเถียงสุดชีวิตทีเดียวเชียวว่าจริง ๆ แล้วแมวน่ะฉลาดมาก ฉลาดแกมโกง เผลอ ๆ จะฉลาดกว่าคนด้วยซ้ำ เราจึงได้กลายเป็นทาสของมันอย่างไม่รู้ตัว ตอนอีพีแรก ๆ ก็คงอ่านเจอแล้วว่าเจ้าเหมียวน่ะฝึกฉันให้พามันไปเดินเล่น ฝึกให้อาหารมัน ฝึกฉันทำโน่นนี่นั่นให้มันตลอดเวลา
ไม่เถียงละว่าแมวน่ะดื้อสุด ๆ แต่ไม่โง่แน่ ๆ
เหตุที่มันไม่ยอมหันหน้ามาตอนที่เราเรียกชื่อมันนั้น เป็นเพราะมันยังไม่เห็นประโยชน์จากเราต่างหากล่ะ ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในยามที่เราเกิดอยากเรียกหาแมวสักตัวมาเล่น เอาเป็นนังเหมียวละกัน หน้ากวนติงสุด ๆ แล้วละ
“เหมียว” มันยังคงนั่งเฉย ๆ หันหลังให้
“เหมียว” ยังคงไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง
“เหมียว” หลังและคอยังคงนิ่งไม่ไหวติง
“นังเหมียว” พอเสียงฉันเริ่มดังขึ้น หัวเล็ก ๆ บนตัวขนาดน้องหมูก็ค่อย ๆ ขยับเอียงมาด้านข้างเล็กน้อย ชายตามองมาที่ฉันเหมือนจะบอกว่า “เรียกอยู่ได้ รำคาญ” แล้วหันหัวกลับไปสู่ท่านั่งปกติ

แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มีผลกระทบกับมันโดยตรง มันกลับฟังออกแฮะ
วันหนึ่งพี่ข้าง ๆ บ้านคงเห็นเราเลี้ยงแมวหลายตัว เขาก็เลยเอ่ยปากขอแมวจากเราตัวหนึ่ง ป๋าก็ปฏิเสธไป พอตกดึกฉันเห็นเจ้าเหมียวกำลังนั่งเลียขนสบายใจเฉิบ เลยแกล้งแหย่มันเล่น
“เหมียว มีคนเขาจะมาขอหนูไปเลี้ยงน่ะ ไปป่ะ” ขอบอกว่าฉันพูดน้ำเสียงปกติ มันหันขวับทันทีแล้วจ้องหน้าฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉันมองหน้ามันอย่างแปลกใจ พอมันเห็นฉันเงียบมันก็หันไปเลียขนต่อ
“เหมียว มีคนเขาจะขอไปเลี้ยงอะ ไปเปล่า” ลองซ้ำอีกครั้งสิ มันหันขวับมาดูฉันอีกรอบ สงสัยจะเข้าใจจริงแฮะ
(แต่จริง ๆ เขาน่าจะมาขอบุญชูไปเลี้ยงแหละ ลักษณะสวยมาก ไม่กล้าบอกนังเหมียว เดี๋ยวมันเสียใจ)

อีกครั้งที่เหมือนมันจะฟังออกก็ตอนที่ป๋าไปเข้าเวรกลางคืน มันมาแคะประตูเข้าห้องนอนตามปกติ พอเปิดให้เข้ามาแล้วฉันก็ล้มตัวลงนอน ก็นึกว่ามันจะไปหาที่นอนของมัน สักพักรู้สึกมีขนแมวมากระทบแขน พอลืมตามองก็เห็นเจ้าเหมียวกำลังนั่งจ้องหน้าฉันอย่างเอาเป็นเอาตายในระยะใกล้ ตอนแรกนึกว่าฉันไปทำอะไรให้มันหงุดหงิดหรือเปล่าเนี่ย คิดเล่น ๆ ว่ามันคงหาป๋าไม่เจอมั้ง
เลยบอกมันเบา ๆ ว่า “ป๋าไปเข้าเวร พรุ่งนี้เช้าก็กลับ” มันมองหน้าสักพักก็เดินกลับไปเลียขนเตรียมนอน เอากะมันสิ นี่ถ้าไม่ตอบมันคงคิดว่าฉันฆ่าป๋าหมกป่าไปแล้วมั้ง (แล้วคงเตรียมตบสั่งสอนหม่าม้าแน่)
มาดูอีกเรื่อง
บ้านที่เลี้ยงแมวไม่แคล้วต้องเกิดเหตุข้าวของตกแตกกันเป็นประจำ แล้วที่บ้านฉันจะเหลือหรือ เช้าวันหนึ่งตอนที่เลี้ยงแมว ‘เหมียว’ แค่ตัวเดียว ขณะกำลังนอนให้หายเมาขี้ตา เราก็ได้ยินเสียง “เคร้งงงงงง” ดังมาจากชั้นล่าง พอเปิดประตูห้องนอนออกมาก็เห็นเจ้าเหมียวมานั่งเสนอหน้ารอตรงประตู เราจะเดินลงชั้นล่างมันก็เอาตัวเข้าขัดขาขวางทาง เหมือนจะไม่ให้เราลงไปดูต้นเหตุของเสียงดัง
พอลงมา (จนได้) ก็เห็นหม้อหุงข้าวไฟฟ้าหล่นแอ้งแม้งอยู่บนพื้น เมื่อเห็นว่าปกปิดความผิดไม่มิดแล้ว มันก็เดินไปไม่สนใจเรา 2 คน ไปจับจิ้งจกเล่นตามเรื่อง เนื่องจากเห็นว่าเป็นความผิดครั้งแรก ประกอบกับท่าทางพยายามกลบเกลื่อนความผิด ก็เลยไม่ได้ทำโทษ ปล่อยให้มันลอยนวลไป

ครั้งต่อมาเกิดเหตุกับหม้อหุงข้าวอีกแล้ว ครั้งนี้แมวมาอยู่กันครบ 3 ตัว ดังนั้นหลังหม้อหุงข้าวตกพื้นเสียงดัง เราก็ไม่เจอแมวตัวไหนให้เห็นในที่เกิดเหตุอีกเลย ก็คงรู้แหละว่าเราหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้

แต่จริง ๆ แล้วเรื่องข้าวของแตกเสียหายอันเกิดจากแมวที่บ้านเราน่ะมีน้อยมาก ๆ เพราะที่บ้านไม่ค่อยมีอะไรให้มันทำตกสักเท่าไร ก็ตอนนั้นน่ะยากจนซะขนาดนั้น (ตอนนี้ยากจนน้อยลงกว่าเดิมนิดเดียว)
และเรื่องที่เด็ดสุด ๆ ก็คือตอนที่มันเดินไปตามป๋าที่วงเหล้า วันนั้นบ้านที่อยู่ถัดออกไป 2-3 หลัง เขาจัดเลี้ยงวันเกิดให้ลูกชาย ป๋าก็ไปกินกับเขาด้วย ส่วนฉันอยู่บ้านดูหนังทีวี สักพักป๋าก็กลับมาพร้อมนังเหมียว เขาเล่าว่ามันเดินไปหาที่วงเหล้า คนในวงก็แซวกันใหญ่ว่า
“แม่บ้านส่งลูกมาตามป๋ากลับบ้าน”
ส่งเสร็จป๋าก็กลับไปนั่งกินต่อ ฉันก็ดูทีวีต่อไม่ได้สนใจ สักพักป๋าก็กลับมาอีกพร้อมเจ้าเหมียว เขาบอกว่ามันไปตามอีกรอบ รอบนี้ป๋าก็เลยไม่กลับไปกินแล้ว กลัวแมวไปตาม
สงสัยเจ้าเหมียวมันทำตามกระแสจิตที่ฉันบอกให้ไปตามป๋ากลับบ้านแน่เลย



0 ความคิดเห็น