เรื่องเล่าจากหนังสือ 3 แมว 2 คน : EP 25 ป๋มเอาหมัดมาฝากกั๊บ


ตอนก่อนที่ฉันจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ฉันมีโรคประจำตัวอยู่อย่างหนึ่งก็คือลมพิษแบบเรื้อรัง เป็นภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่รักษาไม่หาย หาสาเหตุไม่เจอ มันอยากขึ้นผื่นก็ขึ้น เดายาก พอหลังจากย้ายไปต่างจังหวัดสัก 2-3 ปี อาการของลมพิษก็หายไปแบบไม่รู้ตัว เดาว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศที่สะอาดขึ้นทำให้ร่างกายดีขึ้น

ครั้นเมื่อย้ายเข้ากรุงเทพฯ ได้ไม่กี่เดือน ฉันก็เริ่มออกอาการคันคะเยอตรงต้นขา ตรงพุง ตามตัว ยิ่งเกายิ่งคัน มีตุ่มทยอยขึ้นตามรายทาง ได้แต่ปลงว่าสงสัยลมพิษจะกำเริบอีกแน่นอน

คันอยู่หลายสัปดาห์ จนกระทั่ง…

วันหนึ่งฉันจับตัวเจ้าทิ้งมาลูบๆ แหวกๆ ตามขนของมัน ตรงโคนขนที่ผิวหนังมีสีขาวๆ สังเกตเห็นว่ามีแมลงตัวสีดำสิบกว่าตัวแตกฮือหายเข้าไปในกลุ่มขนด้านข้าง เลยเรียกประชุมด่วนกับป๋า มาแหวกขน 3 แมวดูให้เห็นกันไป ผลสรุปก็คือมันคือหมัดจำนวนมากมายจนน่าตกใจ นอกจากในตัวแมวเรายังเห็นว่าบนที่นอนมีผงดำๆ ตกอยู่ ก็เลยก้มลงไปดู เห็นมันกระโดดหนีไปต่อหน้าต่อตา เฮ้ย…นั่นมันหมัดนี่นา

เริ่มแรกที่เลี้ยงเจ้าเหมียวแมวคุณนายกับเจ้าทิ้งที่เป็นแมวข้างถนนสกปรก เรา 2 คนไม่เคยพบกับหมัดจากแมวทั้ง 2 ตัวเลยแม้แต่ตัวเดียว จนเมื่อเจ้าบุญชูมาถึง… (“โทษป๋มอีกแล้ว เบื่อจังเลย อะไรๆ ก็ป๋มผิดไปหมด” เจ้าชูตัดพ้อ) เจ้าชูมาอยู่บ้านหลังนี้พร้อมพามฤตยูจิ๋วติดมากับตัว หมัดร้ายที่แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ก็ไม่อยากจะโทษมันหรอกนะ แต่ก็เห็นมันตัวเดียวที่คันๆ เกาๆ ตลอดเวลา น่าจะเป็นมันนั่นแหละไอ้ตัวแพร่หมัด

พอรู้ว่ามีหมัดอยู่ในตัวแมวทำให้เริ่มสังเกตเห็นว่า แมวทั้ง 3 ตัวนั้นมีสภาพเป็นแมวลิง คันคะเยอทั้งวัน เราได้แต่มองดูไม่รู้จะทำยังไงกับฝูงหมัดพวกนี้ บางครั้งเจ้าเหมียวเล่นๆ อยู่กับเจ้าทิ้ง ก็ต้องหยุดกลางคันเพื่อเกาที่คัน เกา เกา เกา

ตอนแรกก็ยังไม่เชื่อเต็มร้อยนักว่าเจ้าตัวจ้อยนี้คือสาเหตุของอาการคันของฉัน แต่พอได้เห็นตัวหนึ่งแล้วก็เห็นอีกหลายๆ ตัวตามมา เห็นแม้กระทั่งตอนที่มันกำลังกัดแขนขา กัดพุงฉัน เจ้าพวกนั้นคือพวกที่หนีไม่ทัน ทำให้ฉันได้เห็นคาตา แต่เจ้าตัวร้ายก็กระโดดหนีไปได้ด้วยความว่องไว

หมัดพวกนี้เกาะกลุ่มอยู่กันเป็นชุมชนหนาแน่น บางแห่งอยู่กระจายหลวมๆ บางตัวอยู่ในระหว่างการเดินทาง ขนาดตัวมีตั้งแต่จิ๋วเหมือนฝุ่น สีดำไปจนถึงขนาดเมล็ดงาอ้วนๆ ครั้งหนึ่งอุ้มเจ้าทิ้งมานอนหงายท้องบนตัก กำลังเกาคอ เกาคางให้ พลันสายตาก็มองเห็นฝูงหมัดขนาดเล็กราว 20 ตัว แตกฮือหนีหายไปส่วนอื่นของร่างกาย ฉันแทบโยนเจ้าทิ้งทิ้งไปจากตักเดี๋ยวนั้นเลย

เราเลยเริ่มวางแผนสำหรับปฏิบัติการกำจัดเหล่าผู้ก่อการร้ายตัวจิ๋วนี้ไปให้พ้นทาง

แผนแรกของเราก็คืออาบน้ำให้แมว คิดได้ดังนั้นก็เลยไปหาซื้อแชมพูสำหรับแมวที่ผสมโปรวิตามินบี 5 กะว่าจะเอามาใช้แทนแชมพูของคนด้วยเลย ขวดหนึ่งก็ไม่ใช่ถูกๆ ร้อยกว่าบาทแน่ะ ตั้งแต่เลี้ยงเจ้าพวกนี้มา จับอาบน้ำแค่ไม่กี่ครั้ง มันเลยไม่คุ้นกับการอาบน้ำ ต้องให้ป๋าจับหิ้วคอแมว ฉันทำหน้าที่ราดน้ำ ฟอกแชมพู พอครบ 3 ตัว ป๋าก็เกิดอาการกล้ามเนื้อแขนพิการไปชั่วขณะ ก็แมวทั้ง 3 ตัวเริ่มสะสมพุงกันทั่วหน้า จนน้ำหนักแต่ละตัวไม่ใช่ย่อยๆ แม้ว่าเขาจะใช้อีกมือคอยประคองตรงก้นของมันไว้ ก็ยังรับน้ำหนักไม่ค่อยไหว

เราใช้แผนนี้ได้ 2-3 ครั้งก็พบว่าไม่ได้ผลเอาเลย ในระหว่างที่อาบน้ำให้แมวๆ และขณะที่มันกำลังเลียขนอย่างเอาเป็นเอาตายหลังอาบน้ำ เราก็ได้เห็นฝูงหมัดกระโดดหนีน้ำออกมาจำนวนมาก แต่…มันก็ไปไหนไม่ได้ไกล พอขนแมวแห้งมันก็คงกลับเข้ามาใหม่อีก ที่สำคัญเราไม่ได้ราดน้ำล้างที่หัวมัน ดังนั้นบนหัวแมวก็น่าจะกลายเป็นแหล่งลี้ภัยน้ำและซ่องสุมกำลังกัน เพื่อย้อนกลับเข้ายึดฐานที่ตั้งใหม่อีกรอบ

แผนการต่อมาเรายังคิดกันไม่ออก ฉันจึงเดินทางเข้าไปในเน็ต เพื่อศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับข้าศึกของเราให้ได้มากที่สุด (ดังที่ซุนวูกล่าวไว้ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง 🙂 ข้อมูลส่วนใหญ่ที่มีเนื้อหนังได้จากเว็บไซต์ต่างประเทศ เป็นข้อมูลชีวิตของหมัดอย่างละเอียด จนรู้จักวงจรชีวิตของหมัด แต่มีอยู่ช่วงชีวิตหนึ่งที่ไม่ค่อยเข้าใจนัก เอกสารบรรยายว่าตัวอ่อนที่เพิ่งฟักตัวจากไข่มีขนาดยาวราว 6 มิลลิเมตร ตัวกึ่งโปร่งใส มีขนอ่อนๆ ตามตัว อาศัยกินเศษมูลกับเศษผิวหนังของสัตว์

หมายเหตุนิดนึงค่ะ : คือเรื่องที่เล่ามานี่เกิดเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ข้อมูลอะไรในเว็บไซต์ก็ไม่ได้เยอะมากมายเหมือนตอนนี้ ข้อมูลภาษาไทยหายากมาก ภาพอะไรก็ไม่ค่อยมี

จากที่ตีความน่าจะมีลักษณะเหมือนหนอน (ที่ฉันกลัวมาก) แต่เท่าที่เดินไปมาบนชั้น 2 ที่มีพื้นที่ไม่เกิน 12 ตารางวา ฉันก็ไม่เคยพบพานกับเจ้าตัวที่มีลักษณะอย่างที่ว่าสักที เพราะถ้าพบฉันคงกรี๊ดบ้านแตกไปแล้ว เคยหารือกับป๋า เขาก็บอกว่าไม่ใช่หนอนหรอก ฉันจึงเก็บความสงสัยไว้ในใจ

แผนต่อมาที่ศึกษาจากเอกสารต่างๆ ก็คือเราต้องกำจัดหมัดจากสิ่งแวดล้อม เพราะเจ้าพวกนี้จะวางไข่ไปทั่ว หมัดตัวเมียที่โตเต็มวัยแล้ววางไข่ได้ 50-100 ฟองต่อวัน (โอ้โห…มหัศจรรย์สุดๆ แล้วเราจะกำจัดมันหมดหรือเปล่าเนี่ย) เราจึงไปหาซื้อเครื่องดูดฝุ่นเครื่องแรกในชีวิตมาใช้ หลักการเลือกก็คือราคาถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อมาดูดฝุ่นในบริเวณที่แมวอาศัย ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่นี้ไม่ใช่ใครอื่น คือป๋านั่นเอง

เมื่อเครื่องดูดฝุ่นทำงานครั้งแรก แมวทั้ง 3 ตัวแตกกระเจิงเนื่องจากเสียงที่ดังหวือๆๆๆ เจ้าทิ้งอาการหนักที่สุด มันมองเห็นท่อเครื่องดูดฝุ่นเป็นสัตว์ร้ายที่เข้ามาอยู่ร่วมบ้านกับมัน ตอนที่นำเครื่องดูดฝุ่นออกมาจากกล่อง มันจะค่อยๆ เดินเข้าหาอย่างหวาดระแวง ดมๆ เพื่อพิสูจน์กลิ่น ช่วงนี้ถ้าเกิดเสียงดังสักนิด เจ้าทิ้งก็จะกระโดด 4 ตีนตัวลอยสูง แล้วก็วิ่งหายไปอีกห้องหนึ่ง บางครั้งมันก็รวบรวมความกล้าจนเดินเข้าไปใกล้ได้ และตะปบท่อดำๆ นั่นสักครั้งสองครั้งอย่างห้าวหาญแล้ววิ่งหนีไป อาการนี้เป็นอยู่นานนับเดือน จนพักหลังเริ่มไม่ค่อยกลัว เราก็สงสัยว่าช่วงที่เราไม่อยู่บ้านมันคงมาจัดการเจ้าสัตว์ประหลาดสีดำจนเริ่มวางใจได้แล้ว โชคดีที่ท่อเครื่องดูดฝุ่นไม่พังไปซะก่อนที่มันจะเลิกกลัว

ในขณะเดียวกันเราก็ใช้วิธีกำจัดหมัดตัวที่หลุดออกมาจากตัวแมว โดยถือเทปใสไล่แปะตัวมันไว้กับที่ แต่กำจัดมันออกจากตัวแมวไม่ได้ ทำไงดีล่ะ

จากเอกสารที่อ่าน (อีกแล้ว)

รู้ว่ามีหวีสำหรับใช้กำจัดหมัดจากขนแมว แต่รูปร่างหน้าตายังไงไม่เป็นที่เปิดเผย ฉันไปได้มันมาจากร้านขายอาหารและเครื่องใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงร้านหนึ่ง มีลักษณะเป็นหวีเหล็กซี่ถี่ๆ คล้ายหวีไม้ที่ไว้กำจัดเหาของบ้านเราน่ะ ตัวหวีกว้างประมาณ 6 เซนติเมตร ซี่หวียาว 1.5 เซนติเมตร ด้ามจับเป็นพลาสติกใหญ่พอสำหรับจับได้กระชับมือ สิ่งต่อมาที่เห็นก็คือราคาที่อยู่ในหลักร้อย ทำให้เกิดอาการสะอึกขึ้นมาทันใด

น่าจะมีอายุเกิน 20 ปี ร่องรอยแห่งกาลเวลาเต็มไปหมด และยังใช้ได้

หลังจากคิดแล้วคิดอีก เดินไปเดินมาในร้านจนเขาชักสงสัยว่าจะมาขโมยอะไรหรือเปล่า ฉันจึงตัดใจซื้อมาได้ในที่สุด พอถึงบ้านก็ลองกับเจ้าทิ้ง หวีไป 4-5 ครั้ง หมัดตัวแรกก็ติดหวีขึ้นมา หมัดเคราะห์ร้ายตัวนั้นถูกซี่หวีรูดออกมาจากขนของแมว ดิ้นแด่วๆ ติดอยู่กับซี่หวี ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับมัน ได้แต่วิ่งไปที่อ่างล้างมือ เพื่อใช้น้ำล้างหวีและกำจัดเจ้าหมัดตัวนั้นลงท่อไป เมื่อเสร็จก็ต้องมานั่งซับหวีให้แห้งกว่าจะเริ่มอีกครั้งก็อีกนาน จนชักท้อว่าจะสำเร็จหรือเนี่ย

ลองไปลองมาหลายวิธี จนมาสิ้นสุดที่วิธีเอากระป๋องพลาสติกใส่น้ำมาวางข้างๆ ขณะหวีหมัด พอได้หมัดมาก็เขี่ยมันลงไปในน้ำ เคยอ่านเจอว่าหมัดว่ายน้ำไม่เป็น ฉันเองก็อยากรู้ว่าใครเป็นคนเขียนแบบนั้น ฉันจะพามาดูว่าหมัดจาก 3 เหมียวนี่มันว่ายน้ำได้ บางตัวว่ายลึกลงไปตายใต้น้ำ หลายตัวว่ายมาจนถึงขอบกระป๋องแล้วก็ค่อยๆ ไต่ขึ้นมาจากน้ำ อาการว่ายของมันก็คือดิ้นรนไปมาในน้ำจนเป็นการผลักดันตัวเองให้รอดหรือให้ตาย ฉันต้องลองใช้น้ำยาจำพวกน้ำยาล้างจาน หรือสบู่เหลวอาบน้ำผสมกับน้ำในกระป๋องด้วย ใช้ได้ผลมากกว่าน้ำเปล่าๆ เหมือนมันว่ายไม่ไหว น้ำพวกนี้คงหนืดกว่าน้ำเปล่า มีรอดมาได้บ้างเหมือนกัน แต่ก็น้อยมาก

งานนี้เจ้า 3 เหมียวไม่มีสิทธิ์ประท้วง ฉันไม่อยากใช้วิธีอื่น เช่น การใช้ยาหรือแป้งกำจัดหมัด ซึ่งเป็นทางเลือกที่ถูกตัดออกไปตั้งแต่แรก เจ้าพวกนี้เป็นแมวที่ชอบเลียขนบ่อย มีโอกาสที่จะตายจากยาเหล่านี้มากกว่าจากหมัดพวกนั้นเสียอีก ที่สำคัญก็คือเรานั่นแหละที่ใช้ชีวิตร่วมกับมัน ต้องเป็นฝ่ายรับสารพิษเข้าไปเต็มๆ

หม่าม้าจะเห็นมั้ยเนี่ย–เหมียว

การหวีหมัดออกจากตัวเจ้าเหมียวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ดีกว่า 2 ตัวที่เหลือตรงที่มันไม่วิ่งหนี มันใช้วิธีกัดมือเราแทน พอเห็นเจ้าเหมียวนอนอยู่ที่ไหน ฉันก็จะหิ้วกระป๋องน้ำไปวางข้างๆ พร้อมหวีในมือขวา ค่อยๆ หวีไปทีละจุดเริ่มจากคอ ใต้คาง รักแร้ หัว คอด้านข้าง หลัง ลำตัว พุง

ถ้าอยู่ในอารมณ์เคลิบเคลิ้มมันก็จะนอนค่อนข้างนิ่งให้ฉันพลิกตัวไปมาหาตำแหน่งที่จะหวีหมัด แต่ถ้าไม่มีอารมณ์หรือกำลังเบื่อ ก็จะเห็นการต่อสู้กันระหว่างเจ้าเหมียวกับฉัน มันพยายามจะไล่งับหวีในมือฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อกำจัดเจ้าตัวกวนไปจากชีวิต ส่วนฉันก็ต้องคอยถือหวีหลบเลี่ยงไปมา ครั้งหนึ่งหนีไม่ทันมันงับเข้าเต็มแรง โดยมันไม่รู้ว่าที่มันกำลังงับน่ะคือนิ้วของฉัน งานนั้นมันงับซะจมเขี้ยว หนังเป็นรูไปติดที่กระดูกนิ้ว เลือดซึมออกมาแดงเข้ม เลือดไม่เยอะมากนัก สักพักก็หยุด แต่นิ้วกลับปวดบวมขึ้นมาทันตาเห็น และหายบวมในวันรุ่งขึ้น

บุญทิ้ง เสียงหม่าม้าเดินมามั้ยเนี่ย

ฝ่ายเจ้าทิ้งมันดิ้นรนสุดชีวิต ดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย พยายามทุกวิถีทางที่จะสลัดให้หลุดจากหม่าม้าตัวกวน จนต้องให้ป๋าช่วยจับตัวมันไว้ สำหรับเจ้าทิ้งเราจะเก็บพุงไว้หวีหมัดเป็นตำแหน่งสุดท้าย ถ้าเริ่มหวีพุงเมื่อไรมันจะดิ้นสุดแรงเกิดพลางร้องอย่างน่าสงสารจนต้องปล่อยตัว เหนื่อยสุดๆ

อะไรๆ ไม่ดีก็ใส่ร้ายป๋มตลอดเลย –บุญชู

เจ้าชูดูเหมือนเชื่อฟังนอนนิ่งๆ ให้ฉันหวี แค่จับให้มันนอนคว่ำมันก็จะนอนเฉยให้หวี แต่ถ้าฉันเผลอคลายมือจากการจับ มันก็จะกระโดดแผล็ว ต้องวิ่งไล่จับกันทั่วบริเวณ (แคบๆ) สำหรับมันหวีที่ไหนก็หวีไปเถอะขอเพียงจับไว้ให้มั่น แต่ถ้าเริ่มหงายท้องแล้วเหยียดขาหน้าขึ้นเพื่อหวีรักแร้ของมัน มันก็จะเกร็งขาหน้าแน่น ไม่ยอมยืดออก พอปลุกปล้ำยืดขาหน้าได้แล้วเริ่มหวีรักแร้ มันจะร้องแบบแมวหงุดหงิด เผลอๆ เอาอีกขาตะปบฉันเข้าอีก แล้วก็ดิ้นสุดชีวิต จนหวีรักแร้ได้แค่ 1-2 ครั้งก็ต้องปล่อย ทั้งๆ ที่เป็นแหล่งชุมนุมอันหนาแน่นของเหล่าหมัด

ป๋ารับหน้าที่ดูดฝุ่นทุกวันหลังกลับจากทำงาน ฉันทำหน้าที่หวีหมัดให้แมวทุกวันหลังกลับจากทำงานเช่นกัน จนเหล่าแมวเริ่มมีปฏิกิริยา ถ้าเห็นฉันถือกระป๋องน้ำกับหวีเดินมา มันก็จะรีบวิ่งหนีไปให้พ้นเงื้อมมือ ช่างเป็นงานที่น่าเหนื่อยสุดๆ

กลับมาที่เรื่องตัวอ่อนของหมัดที่ฉันสงสัยและแอบหวั่นเกรงเล็กน้อย วันนั้นเป็นวันหยุด ป๋าดูดฝุ่นแต่เช้า ฉันก็หลบไปนั่งบนเก้าอี้ทำงานที่ตั้งไว้ข้างประตูระเบียง พอดูดฝุ่นในบ้านเสร็จฉันก็ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ หันกลับไปเห็นอะไรบางอย่างสะท้อนแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องทอดไปบนเก้าอี้ตัวนั้น เห็นเกล็ดระยิบระยับเล็กๆ เหมือนกากเพชรร่วงอยู่ 2-3 เกล็ด

ก้มลงไปมองดูใกล้ๆ ก็เห็นตัวอ่อนเหมือนที่เอกสารบรรยาย เป็นตัวหนอนเล็กมากๆ ตัวเกือบใส มีขนอ่อนๆ อยู่ตามตัว กำลังดิ้นรนชูตัวขึ้นมาจากร่องผ้าบุเก้าอี้ ไม่ใช่ตัวเดียว แต่นับร้อยนับพันตัว งานนี้ตกใจกลัวหนอนไม่ออก อาการคงสาหัสจนไปตัดการสั่งงานสมองในส่วนตกใจ ได้แต่มองอย่างกระจ่างใจในวงจรชีวิตของหมัด แล้วก็เรียกให้ป๋ามาใช้เครื่องดูดฝุ่นกำจัดมันไปให้สิ้นซาก

เก้าอี้ตัวนี้แหละ เยินมาก เป็นที่ฟักตัวของไข่หมัด
บ้านรกอะไรอย่างนี้

เรากำจัดหมัดด้วยวิธีนี้อยู่นานนับเดือนกว่าหมัดจะหายสาบสูญไปจากบ้านนี้ มีบางช่วงที่หมัดเริ่มน้อย เราก็รามือไปบ้าง เพราะอารมณ์หงุดหงิดของแมวเริ่มจะมากขึ้น เราจึงเพลาๆ มือให้มันได้คลายเครียดกัน และแล้วหมัดก็กลับมาแพร่พันธุ์กันอีกรอบ จนต้องตั้งหน้าตั้งตากำจัดอย่างจริงจังและอดทน จนหมัดสูญพันธุ์ไปหมด

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น