เดินทางหา Stamp ในกิจกรรม BAC Passport Winter Edition 2026 ตอน 1


ในวันที่ร้อนจะสมองละลาย นอนอยู่บ้านยังได้อาบเหงื่อต่างน้ำ อยากออกไปหาที่เดินเล่น แต่ไม่รู้จะไปไหน สมัยก่อนตอนเบื่ออยู่บ้านเราก็มักจะเข้าเมืองไปขลุกอยู่ที่ร้านหนังสือคิโนะคูนิยะ หรือไม่ก็ร้านเครื่องเขียน เข้าห้างไม่เคยไปที่อื่นนอกจากร้านหนังสือหรือร้านเครื่องเชียน

เมื่อก่อนคิโนะคูนิยะคือแหล่งในการหาข้อมูลมาทำหนังสือของสำนักพิพม์เต่าตัวโตของเราเอง พอเลิกทำสำนักพิมพ์ก็ยังไปเดินหาดูหาซื้อหนังสือศิลปะ โดยเฉพาะสอนวาดรูปกับสีน้ำ ไม่ก็หนังสือภาพวาดสวยๆ พอซื้อมาก็ซุกอยู่ในชั้นหนังสือ แทบลืมไปเลยว่าซื้อมา 555

ตอนนี้เลยเลิกซื้อ แถมบางเล่มไปวางขายมือสอง หาเงินมาประทังชีวิต (เขียนซะน่าสงสารเชียว อิอิ) 

อารมณ์อยากออกนอกบ้านเริ่มทวีความรุนแรง เลยหยิบเอาแผนที่ขุมทรัพย์ในการเดินทาง กิจกรรม BAC Passport Winter Edition 2026 ออกมาดู ไปที่นี่ละกัน ไปเอาเหงื่อออกให้เยอะๆ ว่ะ ฮ่า ฮ่า

ทุกแผนย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เช่นแผนนี้ก็มีการปรับเปลี่ยน 555

กิจกรรมสะสมแสตมป์ของ MRT ก็เริ่มไปได้ 2 แห่ง วันที่ไปก็เลยตั้งใจไปจบกิจกรรมนี้เพราะต้องขี้น MRT อยู่แล้ว เราใช้เวลาบน MRT เกือบครบ 3 ชั่วโมงในการแตะเข้า 1 ครั้ง แต่ยังขาดอีก 1 จุด ไม่มีทางเลือกต้องผ่านไปก่อน ไว้ไปเก็บตกวันอื่น แต่ขนาดนี้ยังเกือบไม่ทัน ต้องแตะออกที่เตาปูนรอบนึงก่อน แล้วค่อยแตะเข้าอีกครั้งเพื่อเดินทางไปยัง Explode Gallery จุดแรกของวันนี้

เรื่องแสตมป์ MRT ไว้รวบรวมไว้เขียนรอบเดียวละกันตอนสะสมสำเร็จ

Explode Gallery 

Explode Gallery เป็นแกลเลอรี่ที่อยู่ใน ร้านกาแฟบ้านบางอ้อ (Baan BangAor Coffee) ตอนไปถึงก็งงเหมือนกัน Map บอกว่าตรงนี้ แต่ไม่มีป้ายบอก เลยลองเดินเข้าไป เห็นมีป้ายของงานแสดงที่ด้านหน้า ก็คิดว่าน่าจะที่นี่ แต่ก็ลองเข้าไปถามดูก่อนดีกว่านะ





เราเดินทางมาที่นี่ด้วย MRT มาลงสถานีบางอ้อ แล้วก็เดินฝ่าความร้อนราว 300 เมตรก็ถึง เห็นว่าเปิด 11 โมง แต่ตอนไปถึงราวเที่ยงครึ่ง ร้านกาแฟเปิด แกลเลอรี่ที่อยู่ชั้น 2 ยังไม่เปิด คงเพราะไม่มีคนมาชมในช่วงเวลานี้ น้องเขารู้ว่าเรามาแสตมป์เลยไปเปิดห้องให้ พร้อมเปิดแอร์ แล้วปล่อยให้เราอยู่กับแสตมป์และภาพวาดตามลำพัง






พอเปิดไฟเห็นภาพแล้วโอ้ว สวยสดใสมากเลยงานแสดงภาพของที่นี่ 

Colourful Life ของศิลปินชื่อ อุทัย อาสนะ Uthai Asana เป็นงานที่ภาพแนวธรรมชาติที่ท้องฟ้าคือฟ้าจริงๆ เหลืองก็เหลืองจริงๆ ต้นไม้ดอกไม้มีชีวิตชีวา คืออยากจะบรรยายเยอะกว่านี้อ่ะนะ แต่ความสามารถไม่ถึง บอกได้แต่ว่า ภาพวาดของเขามองแล้วชีวิตสดใสขึ้นมาเลย อยากนั่งในนั้นนานๆ อยากซื้อภาพมาติดที่บ้าน แต่ก็นะ เกรงในเงินในกระเป๋า 555

เสียดาย ถ่ายภาพประวัติของศิลปินมาไม่ชัด

ก่อนออกจากที่นี่ซื้อชาน้ำผึ้ง 1 แก้ว หอมอร่อย เพื่อออกไปสู้ความร้อนที่เมื่อก้าวออกมาได้ 2 ก้าวจากห้องแอร์ เนื้อผ้าก็เหนอะหนะแล้ว ขอบคุณเจ้าของร้านและพนักงานทุกคนที่นี่ด้วยนะคะ

งานนี้มีถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กดเข้าไปดู รายละเอียดงาน ได้ค่ะ

ร้านหนังสือริมขอบฟ้า

ถ้าอากาศเย็นกว่านี้เราคงเดินไปที่ร้านนี้ได้สบายๆ แต่ไม่ใช่วันนี้ แค่นั่งรอรถเมล์ยังรู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมออกมาตามรูขุมขนติดเสื้อผ้าหนึบ ได้แต่ถามตัวเอง ฉันมาทำอะไรที่นี่

เราโตขึ้นมาที่ถนนเส้นนี้ (จรัญสนิทวงศ์) เคยเป็นละแวกที่รุ่งเรืองมาก

ป้ายรถเมล์หน้าวัดเทพากร

และก็ได้เดินอีกแหละ เพราะต้องลงรถเมล์ ข้ามสะพานลอย แล้วเดินไปอีกหน่อยกว่าจะถึง 

ร้านหนังสือริมขอบฟ้า ก็เหมือนกับ Explode ตรงที่ Map พามาถึงด้านหน้า แต่หาป้ายร้านไม่เจอ เจอแต่ป้ายอื่น ก็เลยได้แต่งมทางเข้าร้าน คือเป็นพวกลุยแบบไม่ค่อยคิดอ่ะนะ กะว่าเจอใครก็ถามเอาละกัน 

เงยหน้ามองแล้วท่านจะเห็น

เคาน์เตอร์น่ารักเชียว




จุดแสตมป์อยู่ตรงทางเข้าเลย เห็นทันทีไม่ต้องหา เราก็หยิบสมุดออกมาแล้วแสตมป์ไปโดยไม่พูดอะไร พูดไม่ออก ร้อนนนนนจนสำลักความเย็นในร้าน

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาเดินร้านริมขอบฟ้า สมัยที่บ้านเราอยู่บนถนนเส้นนี้ ไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้เลย ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ 20 ปีมาแล้ว แถวบ้านปัจจุบันก็ไม่มีร้านหนังสือแบบนี้เหมือนกัน ถ้าจะซื้อก็ต้องเข้าห้างเป็นร้านสาขา พอได้มาเยี่ยมชม ก็เลยได้เดินดูหนังสือถ่วงเวลารับความเย็นสักพัก 


ชั้นล่างของร้านเป็นหนังสือทั่วไป พื้นที่เล็กๆ หนังสือเยอะ หลายเล่มเราไม่เคยเห็นในร้านหนังสือ น่าอ่านดีนะ แต่ราคาของหนังสือปัจจุบันนี้มันไต่ระดับสูงจนเราซื้อไม่ไหวจริงๆ อยากอุดหนุนก็คงต้องขอผ่าน หลายอย่างในชีวิตต้องเพลาๆ ลง

พอออกจากร้านหนังสือริมขอบฟ้า เราก็ต้องเดินย้อนทางเก่ามารอรถเมล์ป้ายเดิมที่ลงมาแหละจ้า โพสต์หน้าจะเป็นการผจญร้อนบนถนนราชดำเนิน 

ศิลปะริมทาง












แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น