ในวันที่ร้อนจะสมองละลาย นอนอยู่บ้านยังได้อาบเหงื่อต่างน้ำ อยากออกไปหาที่เดินเล่น แต่ไม่รู้จะไปไหน สมัยก่อนตอนเบื่ออยู่บ้านเราก็มักจะเข้าเมืองไปขลุกอยู่ที่ร้านหนังสือคิโนะคูนิยะ หรือไม่ก็ร้านเครื่องเขียน เข้าห้างไม่เคยไปที่อื่นนอกจากร้านหนังสือหรือร้านเครื่องเชียน
เมื่อก่อนคิโนะคูนิยะคือแหล่งในการหาข้อมูลมาทำหนังสือของสำนักพิพม์เต่าตัวโตของเราเอง พอเลิกทำสำนักพิมพ์ก็ยังไปเดินหาดูหาซื้อหนังสือศิลปะ โดยเฉพาะสอนวาดรูปกับสีน้ำ ไม่ก็หนังสือภาพวาดสวยๆ พอซื้อมาก็ซุกอยู่ในชั้นหนังสือ แทบลืมไปเลยว่าซื้อมา 555
ตอนนี้เลยเลิกซื้อ แถมบางเล่มไปวางขายมือสอง หาเงินมาประทังชีวิต (เขียนซะน่าสงสารเชียว อิอิ)
อารมณ์อยากออกนอกบ้านเริ่มทวีความรุนแรง เลยหยิบเอาแผนที่ขุมทรัพย์ในการเดินทาง กิจกรรม BAC Passport Winter Edition 2026 ออกมาดู ไปที่นี่ละกัน ไปเอาเหงื่อออกให้เยอะๆ ว่ะ ฮ่า ฮ่า
| ทุกแผนย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เช่นแผนนี้ก็มีการปรับเปลี่ยน 555 |
กิจกรรมสะสมแสตมป์ของ MRT ก็เริ่มไปได้ 2 แห่ง วันที่ไปก็เลยตั้งใจไปจบกิจกรรมนี้เพราะต้องขี้น MRT อยู่แล้ว เราใช้เวลาบน MRT เกือบครบ 3 ชั่วโมงในการแตะเข้า 1 ครั้ง แต่ยังขาดอีก 1 จุด ไม่มีทางเลือกต้องผ่านไปก่อน ไว้ไปเก็บตกวันอื่น แต่ขนาดนี้ยังเกือบไม่ทัน ต้องแตะออกที่เตาปูนรอบนึงก่อน แล้วค่อยแตะเข้าอีกครั้งเพื่อเดินทางไปยัง Explode Gallery จุดแรกของวันนี้
เรื่องแสตมป์ MRT ไว้รวบรวมไว้เขียนรอบเดียวละกันตอนสะสมสำเร็จ
Explode Gallery
Explode Gallery เป็นแกลเลอรี่ที่อยู่ใน ร้านกาแฟบ้านบางอ้อ (Baan BangAor Coffee) ตอนไปถึงก็งงเหมือนกัน Map บอกว่าตรงนี้ แต่ไม่มีป้ายบอก เลยลองเดินเข้าไป เห็นมีป้ายของงานแสดงที่ด้านหน้า ก็คิดว่าน่าจะที่นี่ แต่ก็ลองเข้าไปถามดูก่อนดีกว่านะ
| มีแสตมป์เล็กๆ ให้เล่นด้วย |
เราเดินทางมาที่นี่ด้วย MRT มาลงสถานีบางอ้อ แล้วก็เดินฝ่าความร้อนราว 300 เมตรก็ถึง เห็นว่าเปิด 11 โมง แต่ตอนไปถึงราวเที่ยงครึ่ง ร้านกาแฟเปิด แกลเลอรี่ที่อยู่ชั้น 2 ยังไม่เปิด คงเพราะไม่มีคนมาชมในช่วงเวลานี้ น้องเขารู้ว่าเรามาแสตมป์เลยไปเปิดห้องให้ พร้อมเปิดแอร์ แล้วปล่อยให้เราอยู่กับแสตมป์และภาพวาดตามลำพัง
พอเปิดไฟเห็นภาพแล้วโอ้ว สวยสดใสมากเลยงานแสดงภาพของที่นี่
Colourful Life ของศิลปินชื่อ อุทัย อาสนะ Uthai Asana เป็นงานที่ภาพแนวธรรมชาติที่ท้องฟ้าคือฟ้าจริงๆ เหลืองก็เหลืองจริงๆ ต้นไม้ดอกไม้มีชีวิตชีวา คืออยากจะบรรยายเยอะกว่านี้อ่ะนะ แต่ความสามารถไม่ถึง บอกได้แต่ว่า ภาพวาดของเขามองแล้วชีวิตสดใสขึ้นมาเลย อยากนั่งในนั้นนานๆ อยากซื้อภาพมาติดที่บ้าน แต่ก็นะ เกรงในเงินในกระเป๋า 555
| เสียดาย ถ่ายภาพประวัติของศิลปินมาไม่ชัด |
ก่อนออกจากที่นี่ซื้อชาน้ำผึ้ง 1 แก้ว หอมอร่อย เพื่อออกไปสู้ความร้อนที่เมื่อก้าวออกมาได้ 2 ก้าวจากห้องแอร์ เนื้อผ้าก็เหนอะหนะแล้ว ขอบคุณเจ้าของร้านและพนักงานทุกคนที่นี่ด้วยนะคะ
งานนี้มีถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กดเข้าไปดู รายละเอียดงาน ได้ค่ะ
ร้านหนังสือริมขอบฟ้า
ถ้าอากาศเย็นกว่านี้เราคงเดินไปที่ร้านนี้ได้สบายๆ แต่ไม่ใช่วันนี้ แค่นั่งรอรถเมล์ยังรู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมออกมาตามรูขุมขนติดเสื้อผ้าหนึบ ได้แต่ถามตัวเอง ฉันมาทำอะไรที่นี่
| เราโตขึ้นมาที่ถนนเส้นนี้ (จรัญสนิทวงศ์) เคยเป็นละแวกที่รุ่งเรืองมาก |
| ป้ายรถเมล์หน้าวัดเทพากร |
และก็ได้เดินอีกแหละ เพราะต้องลงรถเมล์ ข้ามสะพานลอย แล้วเดินไปอีกหน่อยกว่าจะถึง
ร้านหนังสือริมขอบฟ้า ก็เหมือนกับ Explode ตรงที่ Map พามาถึงด้านหน้า แต่หาป้ายร้านไม่เจอ เจอแต่ป้ายอื่น ก็เลยได้แต่งมทางเข้าร้าน คือเป็นพวกลุยแบบไม่ค่อยคิดอ่ะนะ กะว่าเจอใครก็ถามเอาละกัน
| เงยหน้ามองแล้วท่านจะเห็น |
| เคาน์เตอร์น่ารักเชียว |
จุดแสตมป์อยู่ตรงทางเข้าเลย เห็นทันทีไม่ต้องหา เราก็หยิบสมุดออกมาแล้วแสตมป์ไปโดยไม่พูดอะไร พูดไม่ออก ร้อนนนนนจนสำลักความเย็นในร้าน
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาเดินร้านริมขอบฟ้า สมัยที่บ้านเราอยู่บนถนนเส้นนี้ ไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้เลย ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ 20 ปีมาแล้ว แถวบ้านปัจจุบันก็ไม่มีร้านหนังสือแบบนี้เหมือนกัน ถ้าจะซื้อก็ต้องเข้าห้างเป็นร้านสาขา พอได้มาเยี่ยมชม ก็เลยได้เดินดูหนังสือถ่วงเวลารับความเย็นสักพัก
ชั้นล่างของร้านเป็นหนังสือทั่วไป พื้นที่เล็กๆ หนังสือเยอะ หลายเล่มเราไม่เคยเห็นในร้านหนังสือ น่าอ่านดีนะ แต่ราคาของหนังสือปัจจุบันนี้มันไต่ระดับสูงจนเราซื้อไม่ไหวจริงๆ อยากอุดหนุนก็คงต้องขอผ่าน หลายอย่างในชีวิตต้องเพลาๆ ลง
พอออกจากร้านหนังสือริมขอบฟ้า เราก็ต้องเดินย้อนทางเก่ามารอรถเมล์ป้ายเดิมที่ลงมาแหละจ้า โพสต์หน้าจะเป็นการผจญร้อนบนถนนราชดำเนิน
| ศิลปะริมทาง |
0 ความคิดเห็น