| อย่าลืมตัว Secret นะ |
ต่อจากร้านหนังสือริมขอบฟ้า เราก็ข้ามสะพานลอยกลับมาขึ้นรถเมล์เช่นเดิม รอบนี้รอ 203 นานมากกกกกกก ราคารถร้อน 12 บาทตลอดสาย ได้ชมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า ยังบรรยากาศเดิมๆ ที่เคยเป็นมาแม้จะผ่านมา 20 ปีแล้ว
เมื่อก่อนบ้านเราอยู่ที่แถวบางขุนนนท์แต่ได้ไปเรียนที่เสาชิงช้า การเดินทางด้วยรถเมล์อันหฤหรรษ์ก็เริ่มขึ้นในทุกเช้าและทุกเย็น และตอนมัธยมสมัยเรา เขาบังคับให้ต้องถือกระเป๋านักเรียนใบสี่เหลี่ยมเทอะทะ ใส่หนังสือไปเต็มใบ หนักแอ๊ก บางวันมีเรียนพละศึกษาต้องหิ้วถุงใส่ชุดพละไปอีกใบ ถือกันไหล่ลู่ เบียดเสียดขึ้นรถเมล์ที่แน่นขนัดห้อยกันเป็นพวงองุ่น
มีครั้งหนึ่งยืนอยู่แถวประตูรถเมล์ เข้าไปได้แค่นั้น บันไดด้านล่างคนก็ยืน-โหนกันเต็ม แล้วมีคนเบียดลงบันได กระเป๋าเราก็โดนเบียดไปด้วย เบียดจนแขนขนานไปกับพื้นรถ แล้วกระเป๋าก็หลุดมือหล่นปุ๊ไปนอกรถ ดีที่คนขับเขาปล่อยให้เราลงไปตามเก็บกระเป๋ากลับมาก่อนขึ้นรถอีกรอบ
ว่าไปหนังสือเรียนสมัยก่อนที่ต้องหิ้วไปเรียนวันนึงเกือบ 10 เล่ม แต่ละเล่มหนาๆ หนักๆ เราก็เลยใช้คัตเตอร์ตัดเฉือนหนังสือให้บางลงเป็นส่วนๆ เพื่อพกไปเรียนวันละเท่าที่จำเป็น ขึ้โกงแต่เด็กเลย 555
ขากลับ ตอนทุกคนในโรงเรียนเฮกันกลับบ้าน รถเมล์สายที่เราจะนั่งกลับมีต้นทางอยู่เลยโรงเรียนไปไม่ถึง 50 เมตร และทุกวันจะต้องแย่งกันเพื่อให้ได้นั่ง เพราะกว่ารถจะเดินทางฝ่ารถติดถึงบ้านก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง สมัยนั้นจึงเห็นภาพคนที่นั่งจะถือกระเป๋าให้กับคนที่ยืนเสมอ
และจนกระทั่งบัดนี้ผ่านไปเกือบ 40 ปี ถนนก็ยังรถติดกันเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้จะมีรถไฟฟ้าแล้วก็ตาม
หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร
เราเคยมาหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานครน่าจะเมื่อปีก่อน ช่วงที่กำลังหากิจกรรมนอกบ้าน เห็นที่นี่มีสอนไทเก๊กเลยสมัครมาเรียน เป็นพวกชอบมาถึงก่อนเวลา ก็เลยได้เดิมชมห้องสมุด
| รูปนี้เพิ่งถ่าย เป็นแบบจำลองของหอสมุดฯ |
| พวกนี้เป็นภาพเก่าเมื่อปีที่แล้ว |
| ถ้าบ้านอยู่ใกล้จะมาที่ตรงนี้ |
| ถ่ายเมื่อปีก่อน เปลี่ยนแปลงบ้างหรือเปล่าไม่รู้นะ |
สมัยก่อนตอนบ้านอยู่บางขุนนนท์ ไม่เคยมีอะไรแบบนี้ พอย้ายมาลำลูกกาล่ะมีเชียว นี่ถ้ายังอยู่ที่เดิมคงได้นั่งรถเมล์มายืมหนังสืออ่านบ่อยๆ เพราะที่นี่หนังสือน่าอ่านเยอะเลย แต่ถ้ายังอยู่บ้านเดิมสงสัยจะมีคดีทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านอย่างแน่นอลเรื่องจอดรถขวางหน้าบ้าน 555
| ดีใจได้นั่งแอร์เย็นๆ จนมือไม้สั่น 555 |
กลับมาที่กิจกรรม พอเดินเข้าไปข้างในห้องสมุด เหมือนเข้าสู่สวรรค์ เย็นนนนน ตราประทับต้องถามหาจากเคาน์เตอร์เองนะคะ ประทับตราเสร็จก็นั่งเล่นพักนึง ถ่ายภาพอีกนิด ก็ออกเดินทางต่อไป
เห็นที่หน้าหอสมุดมีจักรยานให้ใช้งาน อยากเอาไปใช้แทนเดินไปหอศิลป์ฯ แต่ไม่รู้ว่าจะหาที่จอดได้ไหม หรือจะถูกรถยนต์สอยไปกองข้างทางหรือเปล่า เลยขอผ่านไปก่อน
ว่าแล้วก็ออกเดิน
- Facebook หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร
- พิกัด หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร
- ที่นี่หยุดวันจันทร์นะคะ ส่วนเวลาเปิดตรวจสอบอีกครั้งใน Map
หอศิลป์ร่วมสมัยราชดําเนิน
หอศิลป์ร่วมสมัยราชดําเนินอยู่อีกฝั่งหนึ่งของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ดูเหมือนไกล แต่อยู่ในระยะที่เดินไหวอยู่ เดินซะตอนนี้ก่อนที่จะแก่จนเดินไม่ไหว
| น่าจะป้อมจราจร |
| มีป้ายแบบนี้ติดหลายจุด |
| เมื่อก่อนผ่านแทบทุกวันจนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา |
ช่วงนี้บนถนนราชดำเนินอยู่ในระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ทางเดินจึงออกแบบมาเป็นตรอกซอกซอยให้เราเดินผ่านเข้าไป รอบขาไปเราเลือกข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามก่อน แล้วค่อยเดินอ้อมโค้งอนุสาวรีย์ฯ ไปอีกฝั่งหนึ่ง
ตอนเดินผ่านแถวนี้ก็รำลึกถึงอดีตอีกแระฉัน 555
| ภายนอกตกแต่งใหม่เอี่ยม |
ตอนมัธยมปลาย ช่วงนั้นเริ่มรวมกลุ่มก๊วนเพื่อนไร้สาระได้กลุ่มหนึ่ง ช่วงเย็นเลิกเรียนแทนที่จะรีบกลับบ้านเหมือนที่เคยเป็นเสมอมา ก็เริ่มหาเรื่องเดินจากเสาชิงช้า ออกมาทางราชดำเนิน ไปทางสนามหลวง แล้วไปสุมหัวกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์
เดินไปคุยไป มานั่งนึกๆ ไกลคอดๆ เลยนะนั่น เดินกันไปด้ายยยย
| ชื่องานนิทรรศการ |
| ผลงานฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ |
| ภาพนี้เป็นภาพปักด้วยเส้นไหมนะ |
| อ.ศิลป์ พีระศรี |
ที่หอศิลป์ฯ แห่งนี้เราได้พบกับเพื่อนร่วมแสตมป์คนนึง น้องเป็นอิสลามสวมฮิญาบหน้าตาน่ารัก มาถึงโต๊ะลงทะเบียนเกือบพร้อมกัน เราไปถึงก่อนนิดหน่อย เซ็นชื่อเสร็จกำลังจะแสตมป์ก็เกือบชนกัน เรากับน้องก็หัวเราะกัน น้องเขาเลยเลี่ยงไปลงชื่อก่อนตอนเราแสตมป์
ก่อนไปถึงที่นี่ก็นึกไว้นะว่าต้องปั๊มตรา Secret แต่พอปั๊มตัวหลักก็ลืมไปเลย อันเป็นเหตุให้ต้องย้อนกลับมาใหม่หลังจากเราไปถึงที่พื้นที่ศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยอัศวิน และที่อัศวินฯ เราก็ประทับตราตัว Secret มาไม่ครบ แง แง แง
| พื้นที่โอ่โถงน่าเดินชม |
ทั้งหอสมุดเมืองกทม. กับหอศิลป์ราชดำเนินปรับปรุงโครงสร้างจากอาคารเก่าที่อยู่คู่กับถนนราชดำเนินกลางมาก่อนเราเกิดเสียอีก
อาคารบริเวณถนนราชดำเนินกลาง สร้างขึ้นช่วงปี พ.ศ. 2480-2491 ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยปรับปรุงภูมิทัศน์ตามแนวคิดรัชกาลที่ 5 ให้เป็นถนนสายประวัติศาสตร์และธุรกิจ ออกแบบในสไตล์สถาปัตยกรรมยุคใหม่ (Modernism) ผสมผสานศิลปะแบบตะวันตก มีจุดเด่นที่การเซาะร่องปูนเป็นลายหิน (Art Deco) เพื่อแสดงถึงความศิวิไลซ์และความเสมอภาค -- ที่มาจาก Google
เราเห็นอาคารพวกนี้มาตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยม เคยได้มาเรียนพิเศษภาษาอังกฤษแถวนี้กับพี่ชาย (ตึกไหนจำไม่ได้แล้ว) ตอนนั้นยังทรุดโทรมมากๆ ณ ตอนนี้ปรับปรุงภายนอกใหม่เอี่ยมและภายในโล่งโปร่งสำหรับการจัดแสดงงานศิลปะ เราชอบนะอาคารเก่าๆ แบบนี้ ดูสวยและขลัง
วันที่เรามาเป็นงานแสดงนิทรรศการศิลปกรรมศิลป์สิรินทร หลากสีในสวยสวย ๒ เป็นงานศิลปะของหลายศิลปิน หลายรูปแบบ ส่วนใหญ่เป็นสีอะคริลิคบนผ้าใบ แต่ก็มีแบบอื่นบ้าง เช่น ผ้าปัก ดินสอพองบนกระดานไม้อัด ฯลฯ สวยงาม
| นี่คืองานดินสอพองบนกระดานไม้อัด |
น้องผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามาเดินชมด้วย และออกไปก่อนหน้าเรานิดนึง ส่วนเราพอเดินชมงานจบก็นั่งพักสักครู่ จัดกระเป๋าเป้ให้พร้อมเดินทางโดยไม่ทิ้งอะไรไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือและแว่นตา ของสำคัญทั้งน้านนนนน และบ่อยครั้งที่เดินออกไปแล้วเดินไปค้นของไปว่าเอามาครบมั้ย บางทีตกใจแทบสิ้นสติเพราะหาไม่เจอ แท้ที่จริงมันไปซุกอยู่ในแดนมหัศจรรย์ภายในเป้นั่นแหละ สภาพ 555
ไปต่อตอน 3 กันแล้วเราจะย้อนกลับมาที่ราชดำเนินกลางอีกครั้งนะคะ
0 ความคิดเห็น