เที่ยวพิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) ณ วัดสุทัศน์


ย้อนกลับไปเมื่อวันก่อนที่ไปประทับตรา Rattanakosin Stamp Journey ที่วัดสุทัศน์ แต่ไม่ได้เข้าไปชมในส่วนของพิพิธภัณฑ์ และวางแผนจะกลับไปอีกซึ่งก็คือวันนี้แหละ

วันที่ไปก็แผนเยอะ ไปหลายที่ เริ่มทริปจาก MRT สามยอด โดยเดินแวะเข้าสวนรมณีนาถก่อน สมัยเรียน สวนแห่งนี้เคยเป็นเรือนจำ เดินผ่านไปมาทุกเช้าเย็น ตอนนี้เมื่อเปลี่ยนจุดนี้เป็นสวนสาธารณะ มีหรือที่เราจะพลาด 

ชอบอาคารนี้มาก

ต้นไม้สูงใหญ่ อีการ้องกันระงม

ตั้งใจเดินให้รอบสถานที่ ตอนเดินเข้าไปแดดออก ยังส่งรูปให้แฟนดูเลยว่ามีแดด (เพราะตอนเช้าออกจากบ้านนั่งมอร์ที่แฟนขี่มาส่ง ต้องฝ่าฝนมาที่ BTS) ปรากฎว่าเดินไปได้ไม่ถึง 5 นาที จู่ๆ ฝนก็เริ่มลงเม็ด เราก็รีบเดินย้อนกลับไปทางด้านนอก ฝนตกโปรยปรายหนาเม็ดขึ้น พอเดินข้ามถนนไปที่อาคารไม้ฝั่งตรงข้ามได้เท่านั้นแหละ ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก โชคดีอยู่นะที่หลบทัน 

เลยต้องจบการสำรวจสถานที่แห่งนี้ไว้แค่นี้ แปะจองไว้ก่อน รอบหน้าไม่พลาดแน่

พอฝนเริ่มซาก็เดินเข้าวัดสุทัศน์ มุ่งตรงไปอาคารเล็กๆ อันเป็นที่ทำการของพิพิธภัณฑ์ ที่นี่เขาเปิดแค่วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์เท่านั้น ต้องเลือกวันมาด้วยนะ

เราเดินเข้าไปซื้อตั๋วเข้าชม ราคา 50 บาทสำหรับคนไทย จากนั้นก็ให้ไปนั่งชมคลิปแนะนำสถานที่กันก่อน

คลิปแนะนำทำได้ดีมากๆ เลย ตอนเป็นนักเรียน โรงเรียนเราพาเราเข้าวัดสุทัศน์บ่อย แต่ด้วยความที่ตอนนั้นไม่สนใจ ไม่เคยรู้หลายอย่าง พอได้เห็นคลิปแนะนำ โอ้ว้าวกันเลยทีเดียว

มีเอกสารแจกมาพร้อมกับตั๋วเข้าชม

แผนผังของห้องจัดแสดง

ในคลิปเป็นภาพที่ถ่ายจากโดรนมุมสูง ที่นำพาเราไปชมพระวิหาร พระอุโบสถ กุฎิ และพิพิธภัณฑ์ ซึ่งกว้างใหญ่มากๆ มีคำบรรยายประวัติของวัดและของสมเด็จพระสังฆราช และประวัติการบูรณะซ่อมแซมสถานที่กับข้าวของจนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในทุกวันนี้

(ซึ่งเราก็จำไม่ได้เลยสักอย่าง 555 ไปดูภาพกันดีกว่า บล็อกนี้เน้นถ่ายภาพกับเล่าเรื่องบ้าๆ บอๆ เอ๋อๆ ไม่เน้นข้อมูล) 

ทางเข้า

ฝนชุ่มฉ่ำ ต้องถอดรองเท้า-ถุงเท้าเพื่อเข้าชม

พอดูจบเจ้าหน้าที่ก็พาเราไปส่งที่ประตูทางเข้า และตลอดทางก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยรักษาการและบอกทางให้ตลอดจนกระทั่งกลับกันเลย

ห้องแรก ตำหนักประทับ และห้องที่ 2 หอพระกรรมฐาน

ห้องที่เข้าไปห้องแรกคือตำหนักประทับ โดยเจ้าหน้าที่นำเราไปห้องที่ 2 คือหอพระกรรมฐานเพื่อไหว้พระก่อน ตรงกลางที่มองเข้าไปเห็นคือพระสุนทรีวาณี ด้านซ้ายคือโต๊ะหมู่ที่ประดิษฐานพระนิรโรคันตราย และโต๊ะหมู่ด้านขวาคือหลวงพ่อดำ 



พระสุนทรีวาณี


หลวงพ่อดำ

พระนิรโรคันตราย

จากนั้นก็เดินออกมาชมตำหนักประทับที่เต็มไปด้วยของสวยงามมากมายจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ ทั้งของใช้ส่วนพระองค์ งานพุทธศิลป์ ศิลปะวัตถุ 






กลุ่มนักล่าตราประทับต้องชอบแน่ แต่แค่มองนะคะ

ลายนี้สวย

แตะอ่านได้ทั้งประวัติและอื่นๆ ตามชอบได้เลย

ห้องที่ 3 หอไตร

ที่นี่ก็ว๊าวมากๆ ค่ะ มีตาลปัตรและพัดยศของโบราณมากมาย และของชิ้นอื่นที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่มากๆ เช่น ย่ามและผ้ากราบ





ห้องที่ 4 กุฎิเรือนแถวทิศตะวันตก 

ห้องนี้แยกออกมาด้านข้าง จัดเก็บเครื่องใช้เช่น ที่ชา เครื่องมุก เครื่องกระเบื้อง และเครื่องโต๊ะ

เดินออกมาด้านนอกเพื่อมากุฎิตะวันตก

ตรงนี้เรียกโต๊ะเครื่องอย่างสยาม เสียดายถ่ายมาแสงจ้าไปหน่อย 
เขามีรายละเอียดแจกแจงไว้ทั้งหมดเลยว่ามีอะไรบ้าง




ชุดน้ำชาเยอะมากกกก หลากหลายแบบ

เครื่องมุก

ห้องที่ 5 กุฎิเรือนแถวทิศตะวันออก

อยู่อีกด้านหนึ่งของอาคาร จัดแสดงเอกสารโบราณ เช่น คำภีร์ใบลาน สมุดไทย พระไตรปิฏก พระราชนิพนธ์ของพระองค์ และผ้าห่อคำภีร์












ที่ห้องนี้เราพบกับพี่คนหนึ่งที่เล่าประวัติของพระสุนทรีวาณีโดยละเอียด และเขียนชื่อให้เราเป็นตัวอักษรขอม สวยงามมากค่ะ

ชื่อที่เขียนอยู่ด้านล่าง เก็บไว้ดูคนเดียวค่ะ



ได้เวลากลับ

ก่อนเข้าชมเขาให้ฝากกระเป๋าเป้เล็กไว้ พร้อมให้เลขตู้ที่เก็บกระเป๋ามากับเรา แต่เขาให้เอากระเป๋าสะพายใบเล็กไปด้วย ก็คล้องเลขตู้ไว้ที่สายกระเป๋า

พอออกจากพิพิธภัณฑ์ มีความรู้สึกว่าต้องเข้าไปทำอะไรในห้องจำหน่ายบัตรหรือเปล่า แต่ก็นึกไม่ออก คงไม่มีอะไรมั้ง เดินกำลังจะออกจากวัด มองไปเห็นเลขตู้กำลังโบกสะบัดที่สายสะพายกระเป๋า นึกออกเลยว่าลืมกระเป๋าาาาา

รีบเดินย้อนกลับไป พี่ที่อยู่หน้าห้องเห็นเราเดินไปแล้วก็สอบถาม พอรู้ว่าเราลืมกระเป๋าก็หัวเราะกันใหญ่ เอ่อน้อฉัน เกือบไปแล้ว


เดินหาทางออกจากวัดทางถนนตีทอง เดินไปก็ยังไม่รู้เลยว่ามีทางออกหรือเปล่า เดินไปเจอศาลาการเปรียญ จริงๆ ที่นี่ยังมีจุดให้เข้าชมอีกหลายที่ ถ้าไม่รีบหรือมีแผนอื่นก็น่าจะได้ไป

เดินมั่วๆ หลงๆ มา

พระพุทธเสฏฐมุนี หรือหลวงพ่อกลักฝิ่น

ส่วนศาลาการเปรียญนี่ถือว่าทาง(หลง)ผ่านมา เลยเข้าไปไหว้พระสักหน่อย

ตรงนี้มีนิทรรศการอะไรสักอย่าง ไม่ได้เข้าไป ถ่ายจากด้านนอก

เจอทางออกแล้ววววว






แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น