เคยสงสัยมาตลอดนะว่าถ้าเราขับรถไปแล้วยางรถแบน เราจะรู้ได้ยังไง เมื่อวานก็ได้รู้ล่ะนะ
เมื่อวานตั้งใจไปหาเพื่อนที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2 บางบัวทอง เราก็ขับไปทางปกติคือพอจากถนนใหญ่เราก็เข้าซอยแห่งหนึ่ง (ซึ่งเรียกสถานที่ไม่ถูกไม่ว่าจะเป็นตรงไหน) ก็ใกล้จะถึงวัดแล้วล่ะ รู้สึกว่าทำไมพวงมาลัยรถมันเอียงซ้าย ต้องคอยดึงประคองให้มันมาทางขวา
ในใจตอนนั้นคิดว่าสงสัยต้องไปตั้งศูนย์ใหม่ เหมือนตะกี้จะตกหลุม
ขับไปสักครึ่งซอย (น่าจะเรียกถนนย่อย ไกลอยู่เหมือนกัน) รู้สึกว่ามันน่าจะมีอะไรแปลกๆ พอถึงหน้าปากซอยมี 7-11 เราก็เข้าไปจอด แล้วเดินอ้อมมาดูรถด้านซ้าย
แบนติดพื้นเลยง่ะ ยางล้อหน้าแบนแบบสิ้นสภาพ
ตอนนั้นไม่ได้ตกใจนะ ในใจมีแค่ว่าแล้วกรูจะกลับบ้านยังไงเนี่ย น่าจะ 20-30 กิโล แล้วต้องทำยังไงต่อ ???คือสมองส่วนแก้ปัญหามันว่างเปล่า โล่งเลย เพราะไม่มีประสบการณ์ด้านนี้บรรจุอยู่ในส่วนนี้แม้แต่น้อย ขับรถมา 40 กว่าปี ไม่เคยเจอ ไม่เคยฝึกเปลี่ยนล้ออะไรทั้งนั้น
เดินไปหยิบที่สูบลมที่ติดรถไว้ เครื่องนี้สิบกว่าปีแล้ว ไม่ค่อยได้ใช้ ใหม่เอี่ยม ช่วงหลังมีแต่สูบลมมอร์ไซค์ เอามาเติมลมเข้าไป แล้วก็โทรหาแฟนเพื่อขอคำแนะนำ (นึกอะไรไม่ออกโทรหาคนอื่นไว้ก่อน 555)
ช่วงแรกเหมือนเติมลมไม่เข้าเลย นิ่งสนิท แต่เราก็ปล่อยให้มันสูบลมยาวระหว่างคุยกับแฟน เขาก็ตกใจเหมือนกัน แล้วบอกว่าให้เราลองหาร้านปะยาง หรือเข้าปั๊มน้ำมันไปถามคนในปั๊มก็ได้ เรามองไปฝั่งตรงข้ามคือ ปตท ไปตรงนั้นละกัน
ตอนนี้ยางเริ่มพองตัวขึ้นบ้าง พอได้เต็มที่ก็รีบถอดจุก (จุกร้อนจี๋เลย) แล้วโยนใส่รถ รีบขับกลับรถใต้สะพานไปที่ปั๊มน้ำมัน
จอดรถเสร็จ ลงมาดู แบนเท่าเดิม เฮ้อน้อ (ไม่มีรูป ไม่คิดจะถ่ายภาพอะไรทั้งนั้นตอนนั้น คิดแค่อยากกลับบ้านนนนนน)
...ตอนมาเขียนบล็อกคิดถึงตอนแผ่นดินไหว ตอนนั้นอยู่ตึกเล่าเป้งง่วน ไปทำเวิร์กช็อป ตอนวิ่งออกมาก็ไม่ได้ตกใจนะ กระเป๋าก็คว้าออกมาด้วย แต่สมองว่างเปล่า ไม่ได้คิดจะกลับบ้าน เหมือนจะคิดว่าต้องกลับไปทำเวิร์กช็อปต่อด้วยซ้ำ 555
กว่าจะคิดว่าสมควรกลับบ้านคือผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เป็นตอนที่วิ่งข้ามถนนตามคนอื่นไปแล้ว และแทนที่จะข้ามถนนกลับมานั่งรถเมล์ ไม่ค่ะ... เดินอ้อมไป 5 แยกลาดพร้าว ไปขึ้นรถเมล์ที่จตุจักร กว่าจะถึงบ้านคือต้องผจญกับนรกร้อนบนรถเมล์แอร์ที่ติดหนักสาหัส จึงจำใส่หัวไว้เลยถ้าเจอแบบนี้ ให้เรียกมอร์ไซค์กลับบ้านทันที อย่ารอให้ค่าวินขึ้น...
กลับมาที่รถยางแบน
จอดเสร็จเดินไปถามเด็กปั๊ม 2-3 คน ไม่มีใครรู้จักร้าปะยางแถวนี้ (เหมือนจะต่างชาติ คงฟังไม่รู้เรื่องมั้ง) เอาสิกรู เห็นพี่คนหนึ่งแต่งชุดเหมือนรปภ ขี่มอร์ไซค์มาเติมน้ำมัน ก็ถาม ไม่รู้เหมือนกัน เดินไปถามคนที่เปิดร้านในปั๊ม ไม่มีใครรู้ ม่ายยยยยยย
สงสัยต้องใช้ Map หา แต่ปวดฉี่ เข้าห้องน้ำก่อนค่อยออกมาหา ออกมาแฟนโทรกลับมาพอดี ถามความคืบหน้า เขาก็บอกให้หาวินมอร์ไซค์แถวนั้น วินน่าจะรู้จักร้าน
ถนนตรงนั้นเหมือนถนนตัดใหม่ ทุกอย่างว่างเปล่า ไม่เคยเห็นวินมอร์ไซค์ หมู่บ้านก็ไม่มี เอ้า! ใกล้ถึงบางบัวทอง เดินหาก็ได้ฟระ ใส่เสื้อใส่หมวกกันแดดสะพายกระเป๋า เตรียมเดิน เดินออกมาด้านหน้าเห็นร้านจำนำรถยี่ห้อหนึ่ง เขาน่าจะรู้เรื่องรถยนต์เลยเข้าไปถาม โอ้ววววว เขารู้ล่ะ เป็นร้านอยู่ฝั่งตรงข้าม (ที่เราขับผ่านมา)
ขอบคุณเขาแล้วก็เดินออกมาดู ใช่แหละที่ขับผ่านมา มองไม่เห็นเพราะเข้าไปอยู่ซะลึก แล้วจะทำยังไง ถนนก็ข้ามไม่ได้ เกาะกลางเขาทำสูงกันคนข้าม แต่พอมองไปทางขวา เอ้า... มีสะพานลอยคนข้าม อิป้านี่ตาถั่วใช้ได้เลย
กำลังเดินไปจะข้ามถนน เห็นที่ร้านมีป้ายเบอร์โทรตัวใหญ่ แต่มองเห็นไม่ชัด หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายภาพ แล้วขยาย มองเห็นบ้าง บางตัวไม่ชัดก็เดาๆ เอา โทรไปใช่ เย้ๆๆๆๆๆ
บอกปัญหา บอกยี่ห้อรถบอกตำแหน่งจอด ก็กลับไปยืนรอ แล้วโทรรายงานแฟน อ้อ...ก่อนหน้านี้ไลน์บอกเพื่อนว่าคงไม่ได้ไปหา เขาก็โทรมาถามว่าอยู่ตรงไหนจะมาหา เราก็บอกว่าไม่ต้องก็ได้ (คือไม่ต้องก็ได้แต่ก็ยังไลน์บอกอะนะ แถมยังส่งพิกัดไปให้อีก แค่อยากได้คำปรึกษาให้อุ่นใจ 555) พอได้ร้านปะยางเลยไลน์บอกอีกทีว่าเจอแล้ว
ไม่นานน้องผู้ชายคนหนึ่งก็ขี่มอร์ไซค์มาพร้อมแม่แรงตัวใหญ่เบิ้มมัดติดท้ายรถมาด้วย
ช่วงนี้ขอเล่ารวบรัดล่ะ คือน้องเขาบอกว่ายางเก่าน่ะหมดสภาพแล้ว เลยไปเอายางอะไหล่มาเปลี่ยนให้ ดูเขาทำง่ายดีจัง แล้วตอนสูบลมเข้ายางอะไหล่ก็ใช้ปั๊มลมของเราเพราะมองหาไม่เห็นที่สูบลมยางในปั๊มน้ำมัน
แล้วก็จัดการเปลี่ยนเสร็จ แป๊บเดียว แต่ตอนน้องเขาขันยางอะไหล่เข้าที่เหมือนไม่ค่อยออกแรงเลย ตอนขับไปยังคิดถึงเหตุการณ์ที่พี่สาวเคยประสบคือล้อหลังกลิ้งแซงล้อหน้าตอนขับลงสะพานปิ่นเกล้า ล้อฉันจะแซงรถไปมั้ยเนี่ย ...แต่อ่ะนะ น้องเขาท่าทางรู้งาน คงไม่เป็นไรหรอก
เราก็ถามเขาว่าใช้ยางอะไหล่นี่กลับถึงรังสิตได้ไหม? น้องก็ยิ้มๆ บอกได้ แล้วบอกว่ายางอะไหล่ยังสภาพดีมาก ดีกว่ายางที่แบนอีก อ่า ถ้างั้นไปธุระก่อนแล้วค่อยกลับรังสิตได้ใช่มั้ย น้องคงคิดว่ายัยป้านี่ประสาท ก็ยิ้มบอกว่าได้ครับ
เสร็จสรรพโทรไปถามค่าเปลี่ยนจากเจ้าของร้าน (นึกว่าน้องเป็นเจ้าของร้าน) บอก 300 บาท และให้พิเศษน้องไปอีก 100
โทรไปรายงานผลกับแฟน (เขาบอกว่าถ้าไม่มีร้านปะยางจะบึ่งมอร์ไซต์มาแล้วล่ะ) ไลน์บอกเพื่อน จากนั้นขับไปวัดเล่งเน่ยยี่ 2 ตามแผนเดิม เอาของให้เพื่อน คุยกันเล็กน้อย แล้วรีบกลับบ้านก่อนจะค่ำมืด
ขากลับเราขับรถแบบนิสัยดีมากๆ เลยนะ ไม่กล้าซิ่ง 555 และถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
พรุ่งนี้จะไปเปลี่ยนยางทุกเส้นล่ะ จริงๆ ร้านเคยบอกให้เปลี่ยนตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีตังค์ เลยผัดผ่อนมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ได้เวลาผ่อนยางกันอีกแล้วฉัน
ตรงหัวข้อบอก ระทึกขวัญ เอาไว้ล่อคนอ่านน่ะ 555
ทิ้งท้าย : เช้านี้แฟนเอาเครื่องปั๊มลมมาเติมลมยางมอร์ไซค์ มันปั๊มลมไปได้หน่อยเดียวก็สิ้นชีพ ดับป๊อกไปเลย แง มันได้รับใช้เราอย่างดีเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อวานนี้ ขอไว้อาลัย
0 ความคิดเห็น