ใครที่เป็นสายเกมคงเคยเล่นเกมที่มีจุดบันทึกความก้าวหน้าของเกมไว้หรือที่เรียกว่า Save Point พอผ่านไปสักพักแล้วตัวตนเราในเกมตาย โปรแกรมก็จะไปเริ่มต้นใหม่ตรงจุดที่เราบันทึกไว้
ในซีรี่ส์ Russian Doll ซีซัน 1 นาเดียยืนมองกระจกในห้องน้ำบ้านเพื่อน (แม็กซีน) ที่กำลังจัดปาร์ตี้วันเกิดครบรอบ 36 ปีให้กับนาเดีย โดยที่เจ้าของวันเกิดไม่ค่อยสนใจเท่าไรนักกับงานวันเกิดครั้งนี้ มันก็เหมือนวันทั่วไปๆ
จากนั้นเหตุการณ์ก็ดำเนินไป จนกระทั่งนาเดียถูกรถชนเสียชีวิต และนาเดียก็จะกลับมายืนมองกระจกในห้องน้ำเดิมอีกรอบ ในเวลาเดิม เหตุการณ์เดิมๆ และหลังจากนั้นเหตุการณ์ก็จะเปลี่ยนฉากไปเรื่อยๆ ตามการเลือกกระทำของนาเดีย แต่ในที่สุดนาเดียก็จะตายและกลับมาที่หน้ากระจกอีกครั้ง รอบแล้วรอบเล่า
มันเหมือนเริ่มต้นรีเซตเกมใหม่ที่จุด Save Point
แล้วนาเดียก็จะหาทางที่จะเอาตัวรอดจากการเสียชีวิตด้วยวิธีต่างๆ นานา แต่จักรวาลก็ยังหาวิธีต่างๆ นานาในการทำให้เธอเสียชีวิตในที่สุด
![]() |
| พบกับครั้งแรกของอลันกับนาเดีย |
แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร นาเดียก็ไม่หลุดออกจากลูปนี้เสียทีจนกระทั่งเธอได้พบกับอลัน ชายหนุ่มอีกคนที่พบเหตุการณ์เดียวกับนาเดีย พวกเขาจึงรวมหัวกันเพื่อค้นหาว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตนเองติดอยู่ในลูปนี้
บันทึกการดูของตัวเอง
รอบนี้เป็นการดูรอบที่ 2 รอบแรกเมื่อหลายปีก่อน ดูแล้วสนุกมาก ที่คิดว่าชอบที่สุดในเรื่องก็คือบุคลิกลักษณะของนาเดีย ที่ท่าทางกวนๆ ใช้ชีวิตเหมือนไม่ยี่หระกับอะไร เหมือนไม่ใส่ใจกับอะไร แต่ในใจลึกๆ คือเป็นคนที่จิตใจดี รักเพื่อน ห่วงใยผู้คน อีกคนที่ชอบคือแม็กซีนเพื่อนที่ท่าทางคล้ายกับนาเดีย
![]() |
| ลิซซี่ กับ แม็กซีน เพื่อนของนาเดีย |
รวมถึงพล็อตเรื่องราวที่น่าสนใจ อยากรู้อยากติดตามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนดูรอบแรกก็งงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนจบ
รอบนี้เนื่องจากหาอะไรที่สนุกๆ ดูไม่เจออีกต่อไปแล้ว จนต้องกลับไปดูเรื่องเก่าๆ ที่ชอบ ก็เข้าใจในที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาเดียและอลันในฉากจบ ใบ้ๆ ให้ก็คือต้องดูการแต่งตัวของทั้ง 2 คนว่าแตกต่างจากตอนอื่นๆ ยังไง แล้วจะเข้าใจ
ส่วนซีซัน 2 ก็เคยดูแหละแต่เหมือนจะไม่ค่อยชอบเท่าไร ก็เก็บไว้ก่อนละกัน
![]() |
| ขนาดบางรอบทำตัวเลวยังไม่พ้นจากลูป |
ทฤษฏีเบื้องหลังเรื่องราวใน Russian Doll
ตามที่ตัวเองคิด Russian Doll คือตุ๊กตาที่ซ้อนๆ กันอยู่ข้างใน เมื่อเราเปิดตัวนอกออกเราก็จะพบตัวต่อไป เมื่อเปิดตัวต่อไป ก็จะพบกับตัวต่อไปๆๆๆๆ จนถึงตัวสุดท้ายก็จะพบกับความว่างเปล่าด้านใน เหมือนในเรื่องที่การตายช่วงท้ายๆ หลายสิ่งหลายอย่างรอบตัวนาเดียและอลันก็เริ่มหายไป ทั้งผู้คน ข้าวของ ส่วนผลไม้ด้านนอกเน่าเสีย ในขณะที่ด้านในยังเหมือนเดิม
เราก็เลยลองให้ Gemini ค้นหาว่ามีทฤษฏีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในเรื่อง ลองมาดูว่ามีอะไรบ้าง หลายอย่างก็น่าสนใจนะ
1. ทฤษฎีทางจิตวิทยา (Psychology)
- การวนลูปเวลาแสดงนัยถึงสภาวะทางจิตใจและบาดแผลในอดีต การติดอยู่ในวงจรรูปแบบเดิม (Repetition Compulsion) ตามทฤษฎีของ Sigmund Freud ที่กล่าวว่ามนุษย์มักจะสร้างหรือย้อนกลับไปเจอกับสถานการณ์เจ็บปวดเดิมๆ โดยไม่รู้ตัว เพื่อพยายามที่จะเอาชนะหรือแก้ไขบาดแผลในอดีต นาเดียมีปมเรื่องของแม่และกลัวการผูกพัน ส่วนอลันก็มีปมเรื่องความสมบูรณ์แบบและการทำร้ายตัวเอง
- โดยที่ Russian Doll คือสัญลักษณ์ของการค้นลึกเข้าไปในจิตใจของคนเราที่มีหลายชั้น ที่ต้องลอกออกมาทีละชั้นๆ เพื่อไปพบกับปมที่ลึกที่สุดเพื่อที่จะก้าวผ่านมันไปให้ได้ และประกอบส่วนที่แตกหักนั้นเข้าด้วยกันซึ่งก็คือกระจกที่แม่ของนาเดียทุบทำลาย
- และกระจกเงาในเรื่องยังค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ เมื่อวนย้อนกลับมาหลายครั้ง ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ กระจกสะท้อนการรับรู้ตัวตน (Self-reflection) การที่กระจกหายไปสื่อถึงการที่ตัวตนของพวกเขากำลังแตกสลายเมื่อปฏิเสธที่จะมองเห็นความจริงภายในใจ
2. ทฤษฎีฟิสิกส์ควอนตัมและวิทยาศาสตร์ (Quantum Physics & Science)
- Nadia ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์เกม พยายามอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ โดยที่ Bug ในระบบเกิดจากความผิดพลาดบางอย่าง พวกเขาเคยได้พบกันโดยบังเอิญในคืนแรกแต่กลับเมินเฉยต่อความเดือดร้อนของอีกฝ่าย ทำให้จักรวาลต้องสร้างลูปมาดักแก้โค้ด
- นอกจากนั้นยังมีทฤษฎีพหุภพ ซึ่งบอกว่าเวลาไม่ได้ไปไหน แต่มันสร้างเส้นเวลาขนาน (Parallel Timelines) ขึ้นมาเรื่อยๆ ดังจะเห็นในตอนจบ ที่ทั้งสองคนต้องเข้าไปช่วยกันในคนละเส้นเวลา เพื่อทำให้ทั้งสองมิติเชื่อมโยงและสมบูรณ์อีกครั้ง
- แมวของชเรอดิงเงอร์ (Schrödinger’s Cat) อันนี้ชอบ นาเดียมีแมวชื่อ Oatmeal มันหายไปและปรากฏตัวเป็นระยะ เป็นสัญลักษณ์ของภาวะควอนตัม (Quantum Superposition) คือแมวมีสภาวะทั้ง "อยู่" และ "ไม่อยู่" พร้อมกัน เช่นเดียวกับสถานะการมีชีวิตและการตายของตัวละครในลูป
3. ทฤษฎีทางปรัชญาและตำนาน (Philosophy & Mythology)
- ตำนานด้ายแดงแห่งอาริแอดนี (Ariadne’s Thread) ดังในอีพีสุดท้ายของซีซัน 1 มีชื่อว่า Ariadne ซึ่งมาจากเทพปกรณัมกรีก เรื่องของ Ariadne ที่มอบม้วนด้ายให้ Theseus ใช้แกะรอยหาทางออกจากเขาวงกต ในเรื่องนาเดียและอลันคือ ด้ายแดง ของกันและกัน ที่ช่วยนำทางให้ออกจากเขาวงกตแห่งการวนลูป
- ปรัชญาการแสวงหาความหมายของการมีชีวิต (Existentialism) ทั้งนาเดียและอลันต่างใช้ชีวิตแบบโดดเดี่ยวและไร้จุดหมายในตอนแรก แต่การวนลูปบังคับให้พวกเขาต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า ชีวิตที่มีคุณค่าคืออะไร? และสุดท้ายพบว่าความหมายของชีวิตเกิดจากการเชื่อมโยงและการใส่ใจมนุษย์คนอื่น
4. โครงสร้างแบบวิดีโอเกม
- ในเรื่องนาเดียเป็นนักพัฒนาวิดีโอเกม ส่วนอลันเป็นนักเล่นคนหนึ่ง นั่นคืออีกสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงทั้ง 2 คนเข้าด้วยกัน และมีโอกาสได้เล่นวิดีโอเกมด้วยกัน ในเรื่องทุกครั้งที่ตาย ตัวละครจะไปโผล่ที่จุด Save Point เดิมเสมอ (ทฤษฎีนี้ตรงใจเราที่สุดแหละ)
- การที่จะข้ามไปยังด่านถัดไปให้ได้พวกเขาต้องหาเบาะแสแก้โจทย์เพื่อทำภารกิจ ช่วยให้ฝ่ายรอดชีวิต เกมถึงจะเปิดล็อกผ่านด่านต่อไปได้
ก่อนจบ
อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในเรื่องนี้ นั่นคือ.... เพลง Gotta Get Up(1971) ของ Harry Nilsson ที่เปิดในปาร์ตี้วันเกิด เนื้อเพลงเหมือนตะโกนสิ่งที่อยู่ในหัวของนาเดียออกมาเลยทีเดียวว่าปล่อยฉันไป ฉันจะไป
Gotta get up, gotta get outGotta get home before the mornin' comesWhat if I'm late, got a big dayGotta get home before the sun comes upUp and away, got a big daySorry, can't stay, I gotta run, run, yeahGotta get home, pick up the phoneGotta let the people know I'm gonna be late
เพลงติดหูมากจนต้องไปหามาฟังและชอบจนกระทั่งบัดนี้
#RussianDoll #Netflix






