
เมื่อตะกี้ สามีเผลอเหยียบแว่นตาจนกระจกบิ่นและหลุดออกจากกรอบ ตัวกรอบก็บิด คิดออกอย่างเดียวก็คือ "ต้องเสียตังค์อีกแล้ว" แต่ก็ไม่อยากให้เขาคิดมาก เลยเฮฮาไปตามเรื่อง
ในช่วงก่อนที่มีงานทำกินเงินเดือน มีเงินเก็บ สิ่งนี้ก็ไม่ค่อยเดือดร้อนสักเท่าไร แต่เมื่อเริ่มต้นปีนี้ เงินเริ่มหดหายไปอย่างต่อเนื่องจนประหวั่นว่างานที่เก็บเงินได้ยังมาไม่ถึงสักงาน แล้วจะมีเงินพอมั้ยเนี่ย
นึกย้อนกลับไปช่วงออกจากงานเมื่อราวปีครึ่งก่อน หลังจากนั้นฉันก็กลับมาอยู่บ้านเหมือนคนขี้เกียจ วันๆ ก็ดูหนัง ไม่ก็นอน งานก็ไม่ค่อยขวนขวายหา กินใช้แบบสบายใจ ดูเหมือนเวลามีอยู่เหลือเฟือ ใช้ทิ้งๆ ขว้างๆ ด้วยข้ออ้างว่าขอชาร์ตแบต หลังจากหมดไฟไปกับการทำงานประจำจนถึงขั้นติดลบ
แต่พอเริ่มรู้ตัว พยายามแคะตัวเองออกจากความขี้เกียจ ตอนนี้เริ่มออกไปรับงานมาทำ งานก็รู้เห็นเป็นใจ ประดังกันเข้ามาพร้อมๆ กัน ไอ้เราก็งก รับไว้ทุกงาน ไหนจะเจอภาระในครอบครัวบางอย่างที่ต้องช่วย แมวก็มาป่วย งานบ้านก็ยังเหลืออีกเยอะให้รอทำ แถมบางครั้งมีงานช่วยเพื่อนอีก ทุกอย่างประดังกันเข้ามาพร้อมๆ กัน
นึกย้อนให้เสียดายเวลาที่ทิ้งขว้างไปตอนนั้นจัง ถ้าเก็บเอาไว้ได้ก็คงดี แต่จะทำยังไงได้ หลังจากสบายมาตลอดทั้งปี ตอนนี้ก็ต้องถึงเวลาชดใช้กรรมแล้ว
ชีวิตมันไม่แน่นอนจริงๆ มีขึ้นมีลง ได้แต่บอกตัวเองว่า อย่าประมาทจะดีกว่า
0 ความคิดเห็น