| ภาพจากหน้าท่าพิพิธภัณฑ์ |
มาเดินกันต่อ ทั้งเดินทั้งวินกันเลยค่ะรอบนี้
BAC Passport Winter Edition 2026
เป็นกิจกรรมที่เริ่มไว้แล้ว ต้องจบให้ได้สิ บอกตัวเองแบบนั้นไม่งั้นคงได้เลิกไปหลายรอบล่ะ บางทีวางแผนกันจนเหนื่อย จริงจังกว่าทำงานอีก เอาล่ะ เริ่ม...
พื้นที่ศิลปะ วัฒนธรรมร่วมสมัยอัศวิน
จากที่เคยไปวันก่อน แล้วลืมแสตมป์ตัวซีเครสตัวน้อยๆ 2 ตัว วันนี้ก็ได้ย้อนกลับไปอีกรอบ ตอนแรกจะหารถเมล์ แต่ไม่รู้ว่าสายอะไร ป้ายรถเมล์ตรงไหน วันนั้นก็เดิน วันนี้ก็เดินอีกรอบ แต่ข้ามถนนไปเดินฝั่งตรงข้าม
เดินไปก็นึกว่าเคยเดินผ่านตรงนี้ จำได้ เดินเข้า 7-11 ซื้อน้ำขวดกับน้ำลำใยดอยคำมาเพิ่มพลัง แล้วเดินต่อไปจนถึงอัศวิน
เข้าไปแสตมป์ตัวมังกรน้อยจนครบ ในที่สุด เย้
ท่าพิพิธภัณฑ์
รอบนี้เดินเล็งทางกลับไว้ ไม่เดินหลงไปอีกทางที่เดินไกลมาก ออกมาบนถนนเดิม กะนั่งรถเมล์ไปลงท่าช้าง แต่มันเป็นถนนวันเวย์ อีกฝั่งไม่มีรถเมล์ผ่าน ยังไงกันเนี่ย
เดินถึงป้ายรถ 204 จอดรอผู้โดยสารพอดี ตอนนั้นสมองไม่มี เดินขึ้นไปซะงั้น แล้วไงล่ะ ไปไหน ม่ายยยยย จ่ายเงินไปลงสยาม (นึกไม่ออกว่าจะบอกคนเก็บเงินยังไงดีเลยบอกจุดที่คุ้นเคย) แล้วก็เปิด map ดู ง่ะ ลงหลังจากป้ายที่ขึ้นไม่เท่าไร ช่วงถนนตรงนี้มีรถสวนทางกัน ฝั่งตรงข้ามมีป้ายรถเมล์ เดินย้อนกลับ และข้ามถนนไปหารถเมล์ไปท่าช้าง
| เดินย้อนกลับทางเก่า 555 |
| ถึงท่าช้างแล้ววววว |
เห็นสาย 501 ติดไว้ว่าไปท่าช้าง เอ้า ไปก็ไป เป็นเมล์ร้อน ทั้งฝุ่นทั้งควัน รอบนี้ร้อนมาก กว่าจะถึงท่าช้าง ผ่านเยาวราช วังบูรพา MRT สามยอด (จุดเริ่มต้น) รถติดเป็นบางช่วง
พอไปถึงท่าช้างก็เหงื่อท่วมตัว แถวนี้เคยเป็นถิ่นที่คุ้นเคย เพราะเคยมีบ้านอยู่บางขุนนนท์ ข้ามฟากมาเดินเล่นบ่อยครั้งในละแวกท่าพระจันทร์ ท่าช้าง ท่าวังหลัง ฯลฯ ตอนนี้ที่นี่ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ทางเข้าท่าพิพิธภัณฑ์ไม่มีป้ายบอก (หรือมีแต่เราไม่เห็น) ถึงตรงป้ายประตูว่า ท่าช้างวังหลวง Map ก็บอกว่าตรงนี้แหละ เลยถามรปภ. เขาก็ชี้ทางเข้าไปข้างใน
ในนี้โอ่โถงกว้างขวาง มีร้านค้าเปิดบูธอยู่ประปราย ท่าพิพิธภัณฑ์ อยู่สุดทาง เห็นได้เด่นชัด วันที่ไปยังไม่มีนิทรรศการให้เข้าชม ในส่วนของตราประทับอยู่ที่ร้านค้าที่ขายของน่ารักๆ ทั้งนั้น และมีหนังสือเล่มหนึ่งที่เราเคยเป็นเจ้าของ แต่เมื่อหลายปีก่อนตัดใจขายไป และยังคงคิดถึงอยู่เสมอ ...ด้วยความเสียดาย Y_Y
| เป็นโรคแพ้ของจิ๋ว ของเล็ก น่ารัก |
| ทำไมแม่มดต้องขี่ไม้กวาด |
| สมุดเขาสวยกว่าที่เราทำเยอะเลย แอบดูราคาหน่อยจิ |
| ขาตั้งกระจกแบบโบราณเชียว เคยใช้ตอนเด็กๆ |
| เล่มนี้ได้รับมรดกจากพี่ๆ ตอนนี้ไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้ คิดถึง |
| ตอนนั้นที่ขายเพราะเป็นช่วงชีวิตที่เฉยชากับสิ่งรอบตัวมากๆ |
นั่งเรือข้ามฟาก
เดินย้อนกลับไปที่ท่าช้างเพื่อหาเรือข้ามฟากไปยังท่าวังหลัง ตอนนี้ท่าช้างกว้างขวาง แปลกตา เดินเข้าไปท่าแรก เห็นมีแต่ต่างชาติ กับบูธขายทัวร์ สงสัยว่ามาผิดที่ เดินกลับออกมาถามบูธทัวร์ ปากบอกแต่ตายังเล็งนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เดินต่อไปจนสุดไปเจอท่าเรือข้ามฟาก ราคา 5.50 บาท
กว่าเรือจะมาก็นานพอสมควร เดินไปนั่งท้ายเรือ กลิ่นควันหอมฟุ้ง ขนาดใส่แมสก์ยังไม่ไหว แต่เก้าอี้ตัวอื่นเต็มแล้ว ทนๆ ไปละกัน
| บนเรือ |
| มองไปเห็น Theatre Resident |
MOWA
ท่าวังหลังก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ก็หลายปีแล้วนะที่ไม่ได้มา เดินตามเส้นทางที่คุ้นเคย แต่ร้านค้าแปลกตา ตอนดูจากบนเรือเห็น MOWA ไม่ไกลจากท่าวังหลัง แต่เดินไกลพอสมควรล่ะ หรือว่าเริ่มเมื่อยกันน้อ
ที่นี่เราต้องโพสต์เช็คอินก่อนเพื่อประทับตรา จริงๆ อยากไปถ่ายภาพด้านในที่เป็นคาเฟ่ติดริมน้ำ วิวน่าจะดี แต่ตอนนี้เมื่อยมาก เลยถ่ายเฉพาะตรงล็อบบี้ แล้วโพสต์ ในที่สุดก็ได้ตราประทับของที่นี่
ด้านหน้ามีร้านขายเบเกอรี่ น่ากินนนนนน
Theatre Resident
เดินลึกเข้าไปด้านใน ลึกๆ บริเวณนั้นจำไม่ได้ว่าเมื่อก่อนตอนมาเดินหาของกินกับแฟน เคยเดินเข้ามาถึงตรงนี้ไหม เหมือนเคยคิดว่าส่วนนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลเลยไม่ได้เดินเข้าไป ประกอบกับสมัยนั้นไม่ใช่นักสำรวจ เลยไม่เคยซอกแซกนัก
| ชุดที่คุณภัทราวดีใส่ในการแสดงบนเวที |
| ชุดนี้แหละ |
Theatre Resident จัดแสดงงานของคุณภัทราวดี มีชูธนที่สมัยวัยรุ่นเราเคยชื่นชอบมาก ที่นี่ก็ต้องเช็คอินเพื่อรับตราแสตมป์
พนักงานที่เคาน์เตอร์บอกว่าให้ไปแสตมป์ตัววัดอรุณฯ ที่ฝั่งร้านอาหาร เราก็เดินหาเข้าไป ร้านหรูเชียว เงียบ มีตราแสตมป์ตรงโต๊ะให้ทำเอง เราก็แสตมป์บนสมุดกับโปสการ์ด เสร็จก็เดินกลับ คิดถึงแต่ที่ต้องไปต่อคือสถาบันดนตรีกัลยาฯ
| ประทับตราตัวจิ๋วใส่สมุดกับโปสการ์ดมาครบ แต่... |
ตอนเดินผ่านร้านทับทิมกรอบก็แวะกินสักหน่อย หาโต๊ะนั่งวางแผนการเดินทาง ร้านนี้ก็เคยมากินเมื่อหลายปีก่อน มารำลึกอดีตสักหน่อยก่อนไปที่ถัดไป
สถาบันดนตรีกัลยานิวัฒนา
หลังจากวางแผนมารอบคอบแล้ว เราก็เลือกไปมอร์ไซค์วินค่ะ 555 นั่งจากด้านข้างศิริราชไปเชิงสะพานพระราม 8 ราคา 55 บาท OK เลยแล้วขึ้นไป
เส้นทางที่ผ่านคือคุ้นเคยมากคือแยกอรุณอมรินทร์ทั้งเคยนั่งรถเมล์ผ่านทั้งขับรถผ่าน แต่พอไปถึงเชิงสะพานพระราม 8 คือไม่คุ้นล่ะ น้องวินก็ถามจะให้ส่งไหน เราก็บอกชื่อไป น้องก็ไม่รู้จัก เลยลงตรงใต้สะพานแหละ หาทางเดินไปเองละกัน
ถามกับทางเทศกิจที่มาจัดการทำความสะอาดพื้นที่ เขาก็บอกทาง แล้วการเดินก็เริ่มต้นอีกครั้งแบบแถบพลังงานขึ้นตัวแดงแล้ว
เห็นชื่ออาคารสถาบัน แต่เดินเข้าไปเจอแต่โรงเรียนสอนทำอาหาร เลยเดินออกมาจะหาทางไปอื่น แต่ไม่ใช่ แต่ แต่ แต่ สรุปคือต้องไปถามรปภ. เลยเดินเข้าไป ไปผิดตึกอีกตะหาก
ทาง รปภ หน้าตึกถามว่าเราจะทำอะไร เราก็บอกมาแสตมป์ หยิบแผ่นพับให้ดูเขาก็ไม่รู้เรื่อง กำลังเปิดหาข้อมูลทางเน็ต ก็มีน้องผู้หญิงคนนึงเดินผ่านมาเห็นเราถือแผ่นพับ BAC ก็ทักบอกทางเราไป โอ้ว นางฟ้ามาโปรดจริงๆ (น้องก็น่ารักจริงๆ แหละคะ)
| มาประทับตราที่ตึกคีตะฯ |
น้องบอก รปภ ให้ช่วยเดินมาส่ง มาได้ครึ่งทาง ที่เหลือก็ถามทางต่อในที่สุดก็เดินไปถึงตึกคีตะฯ (จำได้ว่าน้องพูดชื่อนั้น เลยใช้ชื่อตึกถามทางมา 555)
ได้เข้าไปนั่งแสตมป์รับไอเย็นพักหนึ่ง แสตมป์เสร็จก็ถามน้องผู้ชายในห้องว่าจะกลับไปที่ท่าวังหลังยังไง น้องก็บอกว่ามีเรือ ไม่ก็วิน
แล้วจะกลับไปท่าวังหลังทำมายยยย
ก็ระหว่างทางนั่งวินมาที่นี่ นึกถึงแสตมป์วัดอรุณฯ ตัวจิ๋วว่าน่ารักดี เฮ้ยยยยย... นั่นคือตัวซีเคร็ต ม่ายยยยย คือประทับตราบนสมุดกับบนโปสการ์ดครบ แต่ไม่ได้ประทับตราบน Passport เวรกรรมของฉัน
แต่ก็อยากให้จบที่นี่ในวันนี้ ในที่สุดก็ต้องนั่งวินกลับไปจุดเริ่มต้น รอบนี้ค่ารถ 40 นึกกระหยิ่มว่าถูกลง แต่ แต่ แต่ วินรอบนี้ขับไปส่งแค่หน้าโรงพยาบาลศิริราช ทั้งที่บอกว่าท่าศิริราช (หรือเขาฟังเป็นหน้าศิริราช) เฮ้อ...น้อ เดินก็ได้ฟระ
Theatre Resident (รอบ 2)
รอบนี้เดินดุ่มๆ เข้าไปตรงจุดแสตมป์ไม่มองหน้าใครเลย อายค่ะ ไม่รู้จะบอกยังไงว่าทำไมกลับมารอบ 2 ก้มหน้าก้มตาแสตมป์เสร็จก็ออกมาเลย
เดินมาเดินกลับไปที่ท่าวังหลังแทบลากขาไป ถ้ามีไอคอนพลังงานของแบตขึ้น ตอนนี้ก็น่าจะขึ้นขีดแดงขีดสุดท้ายแล้ว ของกินไม่หิวเลย แต่ร้อนเหนื่อย หิวน้ำมาก
| ครบจนได้ |
ตอนที่รู้ว่าลืมตัวซีเครตของที่นี่ บอกตัวเองให้ยอมแพ้ล่ะ ไม่ล่าไม่เล่อมันล่ะ เหนื่อยเกิ๊น แต่พอถึงตอนนี้พลังฮึดกลับมา เอ้า เหลืออีกไม่กี่ที่ให้จบ
และแผนสุดท้ายของวันนี้คือ The Old Town Bangkok ที่หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ
0 ความคิดเห็น