ตะลักเกี้ยะ แปลว่า ตลาดน้อย : ตอน 1 แวะถ่ายภาพตลอดทาง กว่าจะถึงตะลักเกี้ยะ

ครอบครัวเราเป็นจีนแต้จิ๋ว ช่วงเรายังเด็กก็มีอาม่าคนเดียวที่พูดแต่ภาษาจีน พูดไทยไม่ได้ หลายคนก็หลอกล่อสอนให้เราหัดพูดจีนกับอาม่าหลายคำอยู่ เราก็พอพูดได้บ้าง นับเลขได้แค่ 1-10 แต่คำหนึ่งที่จำได้ไม่ลืมคือคำอวยพรในวันตรุษจีน เพราะจะทำให้ได้แต๊ะเอีย งกแต่เด็กเลย 555

อาม่าไม่ได้อยู่บ้านเราตลอด ไปๆ มาๆ ระหว่างที่บ้านกทม กับบ้านพระประแดง ดังนั้นคลังศัพท์แต้จิ๋วจึงเป็นแค่กล่องข้าวใบเล็กจิ๋วนับคำได้ ยิ่งพออาม่าเสีย กล่องข้าวนั้นก็หกกระจัดกระจายหายไปเกือบหมด เหลือแค่ไม่กี่คำที่ยังติดอยู่ที่ปลายเซลล์สมอง

มาในวัยเกือบเกษียณ ก็เริ่มกลับมาได้ยินศัพท์แต้จิ๋วอีกหลายคำ ถึงกับย้อนอดีตกันเลยทีเดียว 

ครั้งก่อนที่มาพิพิธตลาดน้อย ก็คือมาตามหาฝาท่อของ Coral Pass ซึ่งตอนนี้ก็ปิดตัวลงแล้ว Y_Y ก็นะ ครั้งก่อนได้เลเยอร์แสตมป์ลายตลาดน้อยมาเก็บสะสมในคลังสมบัติ

วันนี้เราจะไปลุยตลาดน้อยกันอีกรอบ ในวันจัดงานตลาดตะลักเกี้ยะ

แวะหัวลำโพงกันก่อน

ไหนๆ ก็ต้องลง MRT หัวลำโพง ได้ข่าวว่าเขามีตัวแสตมป์ใหม่ เลยไปขอเก็บ ตอนไปถึงเห็นมีน้อง 2 คนกำลังปั๊มอยู่ เลยแอบๆ เข้าไปขอแทรกนิดนึง 

อันแรกกลับหัว ดังนั้น...

...มาปั๊มใหม่ท้ายสุด

เก็บภาพระหว่างทาง 1

จากนั้นก็เดินต่อไป ในกทม มีฝาท่อสวยๆ เยอะจนน่าอิจฉา และมีอะไรหลายอย่างให้บันทึกภาพเก็บไว้




สมัยเด็กเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพ

พอทำงานมีเงินซื้อกล้องตัวแรก เป็นกล้องฟิล์ม จะถ่ายภาพอะไรคิดแล้วคิดอีก เล็งแล้วเล็งอีกเพราะกว่าจะเห็นภาพก็ต้องจ่ายค่าล้างอัด จนมาถึงยุคกล้องดิจิตอลตัวแรกที่ซื้อ สนุกสนานกับการถ่ายภาพที่สุด เป็นกล้องคอมแพ็คที่สมัยก่อนชอบเรียกว่ากล้องปัญญาอ่อน แต่ชอบนะไม่ต้องคิดมาก 555 ยกมาบันทึกภาพแทบทุกอย่างในชีวิต เลยได้พัฒนาการถ่ายภาพได้มากขึ้น ภาพสวยๆ เยอะ 

และมาถ่ายภาพจริงๆ จังๆ เพื่อขายเป็น Micro Stock ก็ซื้อกล้องดีๆ มาถ่ายภาพ ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง บางภาพตั้งใจจัดถ่ายขายไม่ออกจนบัดนี้ บางภาพได้มาแบบงงๆ ขายดีมาก แล้วความขี้เกียจก็มาเยือน

บางคนคงเรียกว่าหมดไฟละมั้ง ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น หมดไฟ เหนื่อย หน่าย หยุดถ่ายภาพ หันไปทำอย่างอื่น ก็ไปไม่รอดสักอย่าง เพราะมันมอดหมดทุกอย่าง

ตอนนี้เริ่มกลับไปสนุกกับการถ่ายภาพอีกรอบ ทำบล็อกนี่ก็เพื่อเป็นแรงฉุดให้ถ่ายภาพ ย้อนกลับมาดู มาคัดเลือกภาพ มาเล่าเรื่องประกอบภาพ หาเรื่องออกจากบ้านไปทำกิจกรรมที่น่าสนใจ ชีวิตก็เลยเริ่มกลับมาบ้าง บางวันเหนื่อยๆ ก็หยุดพัก ทำงานบ้าน แกล้งแมว เดินวนไปมาในบ้าน แล้วก็หาเรื่องออกจากบ้านอีก พยายามหากิจกรรมที่เสียตังค์น้อยที่สุด

ความท้าทายในวัยนี้คือถ่ายยังไงให้ออกมาดีเช่นเคย กว่าจะเห็นภาพจริงๆ ก็ตอนกลับมาเปิดในคอมที่บ้าน สายตาไม่ค่อยดีเหมือนก่อนแล้ว


แวะไหว้อากงกันก่อน

มาถึงนี่ต้องแวะศาลเจ้าอากงไต่เสี่ยฮุกโจ้ว วัดสามจีน มาที่นี่ทีไรรู้สึกถึงความอลังการของงานศิลปะภายในศาลเจ้าเล็กๆ แห่งนี้ทุกครั้ง ผนังของศาลเจ้าเป็นจิตรกรรมนูนสูง (เขาเรียกแบบนี้ป่าวมะรู้) บอกเล่าเรื่องราวตำนานของลิงหงอคงก่อนที่จะกลายมาเป็นไต่เสี่ยฮุกโจ้ว





ศาลเจ้าเซียงกง

ยัง ยังไม่ถึงตะลักเกี้ยะง่ายๆ สายถ่ายภาพก็ยังงี้แหละ เยอะจนฮาร์ดดิสก์จะเต็มอยู่แล้ว ระหว่างเดินรอบนี้สายตามองไปเป็นศาลเจ้าแห่งหนึ่ง เลยลองโฉบเข้าไปเล็กน้อย





เก็บภาพระหว่างทาง 2


พิพิธตลาดน้อย

ในที่สุดก็ถึงจนได้ ไปต่อตอน 2 กันนะ...

Note : วันก่อนเปิดดูบล็อกตัวเองใน ipad ทำไมอะไรมันรกรุงรังจัง โฆษณาเยอะแต่ไม่ได้เคยเงินจากมันเลย หรือจะเลิกใส่โฆษณาดีน้อ 

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น