Wonder (2017) หนังดี สไตล์ฮอลลีวู๊ด


ห่างหายจากการเขียนบล็อกเกี่ยวกับหนังและซีรี่ส์มาเนิ่นนาน เหตุผลหนึ่งคือช่วงหนึ่งเลิกเขียนไปเลยทุกเรื่อง พอกลับมาเขียนบล็อกใหม่ก็อยากเขียนรีวิวหนัง/ซีรี่ส์แบบที่มีคุณภาพ คือมีทั้งรายละเอียดเนื้อหา ชื่อตัวละคร ชื่อนักแสดงและทีมงาน เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจ

ทำได้ไม่กี่เรื่องรู้สึกเหนื่อยเป็นพิเศษจนไม่อยากทำแล้ว 555

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรอยากเขียนถึง ก็เลยคิดว่าเราเขียนบล็อกเพื่อจัดระเบียบข้อมูลในหัว เพื่อเก็บเรื่องราวความประทับใจในสิ่งต่างๆ ออกมาเผื่อไว้วันหลังเราจะกลับมาอ่านเอง ก็นะ... เขียนอย่างที่ชอบละกัน 

กลับมาที่ Wonder 

เคยเห็นโฆษณาหนังเรื่องนี้นานล่ะ ก็น่าจะนานนะ เกือบ 10 ปีที่แล้ว หนังสือก็เคยเห็น ไม่แน่ใจว่ามีฉบับแปลไทยหรือไม่ เห็นแหละ แต่ไม่อยากดู เบื่อหนังแนวฮอลลีวู๊ดมาสักพัก มันมีสูตรสำเร็จหลายอย่างที่ดูจนเบื่อ

เมื่อวานหาหนังดูบน Netflix ไม่มีเรื่องอะไรที่อยากดูเลย ปาดหน้าจอมาเจอเรื่อง Wonder ก็เลยเปิดดูส้กหน่อยน่า ไม่ชอบค่อยเลิก (ซึ่งทำแบบนี้บ่อยมากช่วงหลัง ดูหนัง/ซีรี่ส์ไม่จบหลายเรื่อง ดูไปไม่หนุกก็ปิด ไปดูเรื่องอื่น ไม่อยากเสียเวลาชีวิตไปกับสิ่งที่ไม่ชอบ บางครั้งเลื่อนหาจนเหนื่อย ไม่ดูก็ได้ฟระ)

พอได้ดู Wonder ก็ดูเพลินแหละ สไตล์ฮอลลีวู๊ดอ่ะนะ 

เรื่องราวของเด็กชายอ๊อกกี้ที่พิการแต่กำเนิด ผ่านการผ่าตัดศัลยกรรมมานับสิบๆ ครั้ง เพื่อทำให้เขามีชีวิตเหมือนคนปกติ ทั้งหายใจได้ มองเห็น ได้ยิน ฯลฯ แต่หน้าตาของเด็กชายก็ยังผิดรูปผิดร่าง ตั้งแต่เด็ก เขาเรียนอยู่ที่บ้าน เป็นโฮมสคูลที่มีแม่คอยสอน มีพ่อที่มีอารมณ์ขัน และพี่สาวที่รักอ๊อกกี้มาก

พ่อ / พี่สาว-เวีย / อ๊อกกี้ /เดซี่ (หมา) / แม่

ในที่สุดแม่ของเขาก็ตัดสินใจพาออกี้ก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับโลกกว้าง โดยให้เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่นั่นเขาได้พบกับประสบการณ์ชีวิตที่ทั้งเจ็บปวด สุข สนุกสนาน มีเพื่อนคนแรกและคนต่อไป แต่ที่สุดแล้วต้องอาศัยความกล้าหาญมากในการพาตัวเองเดินเข้าไปในกลุ่มคนที่มีหน้าตาปกติ

ซึ่งไม่ว่าจะยังไง เขาต้องเข้าสู่โลกกว้างสักวันหนึ่งอยู่ดี เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

อ๊อกกี้กับแจ๊ค เพื่อนคนแรก

หนังยังแสดงให้เห็นว่าแม้คนหน้าตาปกติ การใช้ชีวิตในสังคมที่มีคนหมู่มาก ทุกคนก็ลำบากกันทั้งนั้น มากน้อยต่างกัน และทุกคนต้องปรับตัวเพื่อใช้ชีวิต

ในขณะที่น้องชายมีปัญหาเรื่องหน้าตา โอลิเวีย หรือเวีย พี่สาวของอ๊อกกี้ก็มีปัญหา ด้วยความสนใจทุกอย่างของพ่อแม่ไปตกที่อ๊อกกี้ ทำให้เวียเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง ไม่ทำตัวเป็นภาระให้พ่อแม่ แม้บางครั้งจะอ้างว้างก็ตามที

สไตล์ฮอลลีวู๊ด

สนุกอยู่นะเรื่องนี้ แม้จะสไตล์ฮอลลีวู๊ด แต่อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ไม่มีฉากพ่อแม่ปะทะกับลูกสาววัยรุ่นที่เห็นแทบทุกเรื่องจนเบื่อหน่าย ว่าทำไมเด็กในหนังเมื่อเข้าวัยรุ่นต้องขบถทุกคน เบื่อนะนั่น

เมื่อมีเพื่อนใหม่นิสัยดีก็ต้องมีเด็กเกเร เด็กคนที่ชอบแกล้งอ๊อกกี้ ชื่อจูเลี่ยน ทำออกมาได้สูตรสำเร็จคือเกเร ชอบแกล้ง และฉากที่ไม่ชอบคือในงานวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน

จูเลี่ยน

ในงานนำเสนอโปรเจ็กต์วิทยาศาสตร์ ในขณะที่อ๊อกกี้กับแจ๊คทำโปรเจ็กต์ออกมาประสบความสำเร็จล้นหลาม คนดูชอบ และได้รับรางวัล โครงการของจูเลี่ยนกับเพื่อนทำโครงการออกมาล้มเหลว ถูกคนอื่นหัวเราะเยาะ เกิดปมในใจให้ตามรังควาญอ๊อกกี้ต่อ และนำพาไปสู่การลาออกจากโรงเรียนเพื่อไปเรียนที่อื่น 

คือเรามักบอกว่าเราไม่ชอบถูกบูลลี่ แต่เรากลับชอบฉากที่เราไปบูลลี่ตัวละครที่เราเกลียด (ที่จูเลี่ยนถูกหัวเราะเยาะ) มันใช่เหรอ เมื่อก่อนเราก็ชอบนะฉากพวกนี้ แต่พอคิดดีๆ มันก็คือการบูลลี่กันอยู่ดี เพียงแต่เปลี่ยนข้างเท่านั้นเอง

การเล่าเรื่อง

ในเรื่องมีการเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่า ทั้งจากอ๊อกกี้ เวีย แจ๊ค ฯลฯ ทำให้ได้เห็นความใจใจของแต่ละคน

เรื่องหนึ่งที่เล่าจากมุมของแจ๊คที่เห็นว่าจริงมากก็คือ --เมื่อมองหน้าอ๊อกกี้ไปนานๆ เราก็จะเริ่มชิน-- ไม่ว่าสวยหรือน่าเกลียด เมื่อเราเห็นทุกวันเราก็จะเริ่มคุ้นเคยกับสิ่งนั้น ไม่มีสวย-น่าเกลียดอีกต่อไป 

โดยรวมหนังดูสนุก ได้มุมมองหลายอย่าง ควรค่าแก่การดูนะ

ซัมเมอร์ เพื่อนคนที่สอง


หน้าปกหนังสือ

ชอบภาพนี้




แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น